14/06/2019
📌 Cr. พี่บังคีโต
MCT Oil ไอเท็มยอดนิยมของชาวคีโตทั่วโลก
MCT Oil คืออะไร??
MCT Oil คือช่ือทางการตลาดของน้ำมันประเภทหนึ่ง ที่ยกเอาเฉพาะกรดไขมันสายกลาง หรือ Medium Chain Triglyceride หรือ Medium Chain Fatty Acid (MCFAs) มาบรรจุวางจำหน่าย ซึ่งก็มาจากน้ำมันมะพร้าว (หรือ น้ำมันปาล์ม)
กรดไขมันที่ได้จากน้ำมันมะพร้าวมีทั้ง กรดไขมันสายกลาง (MCT) และยาว (LCT)
ประกอบไปด้วย
MCFAs (MCT)
C6 หรือ Caproic Acid (มีน้อยมากแค่ 0.5%)
C8 หรือ Caprylic Acid (มีประมาณ 7%)
C10 หรือ Capric Acid (มีประมาณ 6%)
C12 หรือ Lauric Acid มีประมาณ 50%
LCFAs (LCT)
C14-20 อันนี้เป็น LCT แล้ว คือมีประมาณ 40%
เข้าเรื่องเลยฮะ
C8-10 นี่จะดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ไวมาก เรียกว่า brain octane ประมาณว่ากินปุปวิ่งเข้าสมอง คือมันสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานผ่านกระบวนการ 3 ขั้นตอน Bypass ตับอ่อน เปลี่ยนเป็น ATP ใช้เลี้ยงเซลในร่างกาย
ผมอ่านผ่านๆ เข้าใจว่า มีการทดลองว่าตรวจพบ ketone ในเลือดในคนที่ยังทานคาร์บด้วย (แต่ไม่ใช่คีโตนจากการสลายไขมันสะสม) มีผลต่อการลดน้ำหนัก บลา ๆ
ไปอ่านเพิ่มเติมนะ
https://www.thaiketopal.com/single-post/2017/10/28/MCT-oil-vs-coconut-oil
C12 ยังต้องใช้กระบวนการ 4 ขั้นตอน คือยังไม่ Bypass ตับดูดซึมช้ากว่าตัวอื่น แต่ก็ยังไวกว่า C14-20 พวกสาย Tecnical ส่วนมาก จะถือว่า C12 ไม่ใช่ MCT อันนี้ก็ว่ากันไปบลาๆนะครับ
ส่วนนึงของความพยายามนี้ก็มาจาก Dave Asprey เจ้าของสูตรและลิขสิทธ์ Bulletproof นี่เอง จะว่าเป็นต้นกระแสเลยก็ว่าได้ นางพยายามจะกัน กรดไขมัน Lauric Acid C12 ออกจาก MCT ซึ่งจริงๆ Lauric นี่ตัวเอกของน้ำมันมะพร้าวเลยนะ ฆ่าเชื้อโรคได้และยังเป็นกรดไขมันแบบเดียวกับในนมแม่อีกด้วย
MCT Oil ตามท้องตลาด มีหลายแบบมาก
ถ้าถูกเงินหน่อย ก็ มี C8+C10+C12 ถ้าแบบกลางๆ ก็ C8+C10 ถ้าแพงๆก็เน้น C8 ทั้งนี้จะเลือกแบบไหนก็แล้วแต่ความต้องการในการนำไปใช้และงบประมาณเลยนะครับ
แต่ก่อนจะซื้อต้องมั่นใจก่อนนะครับว่ายี่ห้อนั้นๆทำมาจากน้ำมันมะพร้าวนะครับ
เอาหละ ที่ผมเขียนข้างต้นนี้ก็สามารถหาอ่านได้ในบทความสุขภาพ บทความลดน้ำหนักทั่วไป
แหม่ถ้าข้อมูลแค่นี้ผมไม่มาเขียนหรอก เพราะเรื่องที่ผู้บริโภครวมถึงผมอยากรู้มากกว่านั้น ก็คือ MCT Oil มันสกัดจากน้ำมันมะพร้าว แล้วมันสกัดยังไงกันแน่?
ความซื่อบื่อของผมเลยติดต่อไปยังบริษัทที่เขารับสกัดสารสกัดสารพัดสิ่ง ปรากฏเขาบอกสกัดไม่เป็น (อ่าวไหนบอกสกัดได้หมด)
คาใจอยู่เป็นปี บังเอิญได้มีโอกาสไปคุยกับผู้ผลิตโดยตรงเลย เข้าทาง 555
สรุปเลยคือ การแยกกรดไขมันmctต่างๆ ออกมาจากน้ำมันมะพร้าว นั้นทำโดยการนำไปกลั่นโดยการต้มแล้วควบแน่น แยกไขมันออกมาในจุดที่แตกต่างกัน (เหมือนกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงละมั้ง) แต่ต้มกลั่นซ้ำหลายหนมากจนมั่นใจว่าแยก c8 c10 c12+ ออกมาแล้ว c8 c10 เอามาบรรจุเป็น mct oil ส่วน c12+ ส่งไปขายในอุตสหกรรมเครื่องสำอาง
ทีนี้ลองคิดดูนะครับ
สมมุติ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ลิตรละ 500 บาท 1 ลิตรสกัด c8-c10 ได้ 13% ก็หมายความว่า 500 บาท จะสกัดมาได้แค่ 130ml เท่านั้นเอง ถ้าอยากได้ mct สัก 1 ลิตร ราคามันก็จะประมาณ 5พันบาทเท่านั้นเอง 555
ว่าแต่ใครจะซื้อ?
ดังนั้น MCT Oil แทบทุกยี่ห้อในโลก ผลิตมาจากน้ำมันมะพร้าวแบบ Refined ที่ผ่านกระบวนการ RBD
(Refined , Blenchingฟอกสีให้ขาวใส, deodorized ขจัดกลิ่น) กระบวนการเหล่านี้ใช้สารเคมีและความร้อนถึง260องศา
เพราะน้ำมัน RBD จะถูกมาก เป็น Mass Production ผลิตจาก Capra หรือมะพร้าวแก่ ปอกตากแดดอยู่ ไม่สามารถสกัดเย็นได้แล้ว เพราะมีกลิ่นตุๆ
ถ้านึกไม่ออกก็เดินไปดูในครัว หยิบน้ำมันมะพร้าวปรุงอาหารขึ้นมา ข้างขวดเขียนว่า Refined (ผ่านกระบวนการ) นั่นแหละครับ กระบวนการ RBD เขาเอาน้ำมันนี้แหละมาทำ Mct เพราะ ราคาปลีกน้ำมัน cooking oil อยู่ที่ลิตรละ100 เอง พอเอามาทำ mct แล้วราคาก็ควรจะอยู่ลิตรละพันกว่าบาท
ดังนั้นสรุปได้ว่า กว่าน้ำมันมะพร้าวจะมาเป็น mct ให้พวกเราทานนี่ผ่านกระบวนการมาเยอะมาก ตั้งแต่กระบวนการ RBD แล้ว ยังมากระบวนการกลั่นทำ MCT อีก ถ้าสาย Paleo นี่ส่ายหัวแล้ว แต่หลายยี่ห้อก็เคลม paleo friendly นะ เวบสุขภาพพูดแต่ประโยชน์ของ mct แต่ไม่พูดถึงกระบวนการการได้มาเท่าไร
ส่วนคำถามที่ว่า น้ำมันมะพร้าวกับน้ำมัน mct อันไหนดีกว่า อันนี้แล้วแต่จุดประสงค์ของผู้ที่นำไปใช้นะครับ ถ้าทานเอาประโยชน์รอบด้าน ก็เล่นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น แต่ถ้าทานเอาพลังงานด่วนพลังงานไว ก็เล่น MCT ครับ
หรือใครบอก MCT แพง น้ำมันมะพร้าวสกัดเย๋็นแพง จดเลือกซด RBD(Cooking Oil) อันนี้ก็แล้วแต่เลย ^^
สุดท้ายนี้ มันคือไขมันอิ่มตัวนะครับ จะทานอะไรแบบไหนอย่าลืมจัดสันสัดส่วนไขมันตามที่กลุ่มแนะนำนะครับ