01/06/2025
คดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
“ความรับผิดอย่างอื่น” ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ
หลักกฎหมายว่าด้วยความรับผิดของบุคคลสามารถแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ การกระทำละเมิด และความรับผิดอย่างอื่น
การกระทำละเมิด คือ ความรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (la responsabilite’ pour faute) ความรับผิดที่อยู่บนพื้นฐานความผิด (Fault) ซึ่งเป็นไปตามหลัก “ไม่มีความรับผิด ถ้าปราศจากความผิด”
ความรับผิดอย่างอื่นหรือความรับผิดโดยปราศจากความผิด (la responsabilite’ sans faute) คือ ความรับผิดที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของความผิด (without fault) ซึ่งตามหลักกฎหมายแพ่งเรียกว่า ความรับผิดโดยเด็ดขาด (Strict liability) หรือในทางกฎหมายปกครองที่เรียกกันว่า ความรับผิดของรัฐโดยปราศจากความผิด หรือ “ความรับผิดอย่างอื่น” (ไม่ใช่ความรับผิดทางละเมิดหรือตามสัญญาทางปกครอง)
ความรับผิดโดยปราศจากความผิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของฝ่ายปกครองในระบบกฎหมายไทยน่าจะเป็นความหมายเดียวกันกับหลักความรับผิดโดยปราศจากความผิดที่ปรากฏในระบบกฎหมายฝรั่งเศส ทั้งนี้ หลักทฤษฎีอันเป็นพื้นฐานสำคัญที่ให้รัฐเข้ามารับผิดในกรณีปราศจากการกระทำผิดอยู่ ๒ ทฤษฎี คือ ทฤษฎีเสี่ยงภัยพิเศษและเพื่อสังคม (Théorio du risqué spécial et socializé) และทฤษฎีความเสมอภาคของบุคคลต่อภาระสาธารณะ (Théorio du l’éegalité des citoyens devant les charges pubiques)
ทฤษฎีเสี่ยงภัยพิเศษและเพื่อสังคม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๒ วรรคแรก บัญญัติว่า “รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ...” เมื่อรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะให้แก่ปวงชนชาวไทย และเพื่อการนี้รัฐจึงมีอำนาจตามกฎหมายเพื่อดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เมื่อรัฐมีทั้งหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายในแง่นี้รัฐจึงจำเป็นจะต้อง “รับผิดชอบ” เมื่อไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะให้สมดั่งเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญได้
ศาลปกครองไทยได้นำหลักกฎหมายเรื่องทฤษฎีเสี่ยงภัยพิเศษและเพื่อสังคม ปรากฏในคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คพษ.อ.๙๖๙/๒๕๖๖
คพษ.อ.๙๖๙/๒๕๖๖ กรณีที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย อันมีลักษณะก่อให้เกิดความเสี่ยงภัยหรืออันตรายแก่ประชาชน แม้จะดำเนินการโดยชอบหรือไม่เข้าลักษณะการกระทำละเมิด แต่หน่วยงานของรัฐต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ยังต้องรับผิดในผลที่เกิดขึ้น ตามหลักความรับผิดโดยปราศจากความผิดและทฤษฎีเสี่ยงภัย เมื่อบุตรของผู้ฟ้องคดีถูกยิงเสียชีวิตเป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพิสูจน์และจับกุม โดยขณะปฏิบัติหน้าที่ได้พบกลุ่มของผู้ตาย ซึ่งต้มน้ำกระท่อมในพื้นที่ป่า และเกิดการปะทะกันระหว่างหลบหนี ทั้งนี้ จากผลการตรวจพิสูจน์และพยานหลักฐานต่างๆ ฟังได้ว่าผู้ตายมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้าย ไม่มีประวัติอาชญากร ไม่พบสารเสพติด โดยพบอาวุธปืนเล็กกลจำนวน ๑ กระบอก และพบลูกระเบิด ๑ ลูก ซึ่งด้านใช้งานไม่ได้ อยู่ในกระเป๋ากางเกง แต่ไม่พบ DNA ของผู้ตายที่อาวุธปืน ทั้งผู้ตายเป็นเพียงเยาวชนอายุ ๑๘ ปี จึงยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ว่าผู้ตายยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม เมื่อบริเวณที่เกิดเหตุเป็นป่าละเมาะ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าบุคคลตามหมายจับมีการเคลื่อนไหวเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งแม้จะฟังได้ว่าผู้ตายมิได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ แต่ในสถานการณ์เช่นว่านี้เจ้าหน้าที่ย่อมชอบที่จะใช้สิทธิป้องกันตัวโดยการยิงต่อสู้ กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อผู้ตาย ทั้งนี้ แม้การปฏิบัติหน้าที่จะเป็นไปเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามหมายจับโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่สำนักนายกรัฐมนตรียังต้องรับผิดจากการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ผู้ก่อให้เกิดความเสี่ยงภัยหรืออันตรายแก่ราษฎรคือผู้ตายอันถือเป็นความรับผิดอย่างอื่นของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย
ทฤษฎีการสูญเสียความเสมอภาคของพลเมืองต่อการรับภาระสาธารณะ หลักความเสมอภาคของบุคคลต่อการรับภาระสาธารณะ (l, égalité devant les charges publiques) ปรากฏให้เห็นในคำพิพากษาสภาแห่งรัฐ ในคดี Couitéas ๑๙๒๓ โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดีเกิดจากการที่ฝ่ายปกครองปฏิเสธไม่ใช้กำลังเข้าจัดการบังคับให้มีการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลให้ขับไล่ชนพื้นเมืองดั้งเดิมประมาณ ๘,๐๐๐ คน ออกจากที่ดินประมาณ ๓๘,๐๐๐ เฮกตาร์ ซึ่งสภาแห่งรัฐวินิจฉัยว่า รัฐบาลมีหน้าที่ในการกำหนดวิธีการที่จะบังคับคดีตามคำพิพากษา ขณะเดียวกันก็มีอำนาจปฏิเสธที่จะใช้กำลังทหารเข้าดำเนินการบังคับ หากเห็นว่าการใช้กำลังบังคับจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง การปฏิเสธของรัฐบาลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง จึงเป็นการกระทำที่ชอบแล้ว แต่ก่อให้เกิดความเสียหายกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะกำหนดว่าค่าเสียหายดังกล่าวชุมชนต้องร่วมรับผิดชอบเท่าไหร่ ค่าเสียหายที่ชุมชนต้องรับผิดชอบคือจำนวนความเสียหายที่ฝ่ายปกครองต้องชดใช้
ศาลปกครองไทยได้นำหลักกฎหมายเรื่องหลักความเสมอภาคของบุคคลในการรับภาระของรัฐ ซึ่งศาลได้อ้างอิงจากหลักความเสมอภาคตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ปรากฏในคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ตัวอย่างเช่น
คพษ.อ.๒๙/๒๕๕๗ การกำหนดจุดที่ตั้งและก่อสร้างด่านชั่งน้ำหนักถาวรนั้นได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการกำหนดจุดก่อสร้างด่านชั่งน้ำหนักถาวร โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะโดยชอบแล้ว แม้จะเป็นการบดบังหน้าที่ดินของผู้ฟ้องคดีซึ่งอาจทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับความสะดวกเหมือนก่อน แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจนถึงขนาดที่ทำให้การเข้าออกที่ดินของผู้ฟ้องคดีไม่มีความสะดวกหรือยากลำบากถึงกับเป็นการกระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ฟ้องคดีเกินความจำเป็น ดังน้ัน เมื่อเทียบสัดส่วนระหว่างผลกระทบที่ผู้ฟ้องคดีได้รับกับประโยชน์สาธารณะแล้ว เห็นว่า การก่อสร้างด่านชั่งน้ำหนักถาวรในบริเวณดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี อย่างไรก็ตาม การตั้งด่านเพื่อควบคุมรถมิให้บรรทุกน้ำหนักเกินเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายกับถนน เป็นการจัดทำบริการสาธารณะอย่างหนึ่งในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี เมื่อการกระทำดังกล่าวแม้มิได้เป็นการละเมิด หากแต่ก่อให้ผู้ฟ้องคดีต้องรับภาระความไม่สะดวกในการเข้าออกสู่ที่ดินของตน ในขณะที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินอื่นในบริเวณใกล้เคียงไม่ต้องรับภาระดังกล่าว จึงเป็นความรับผิดอย่างอื่นที่ผู้ถูกฟ้องคดีต้องชดเชยความไม่สะดวกดังกล่าวแก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีจึงควรชดเชยการรับภาระดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ความรับผิดอย่างอื่น เป็นกรณีที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมาย ไม่ว่าจะโดยการออกกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น (โดยชอบด้วยกฎหมาย) และโดยผลแห่งการใช้อำนาจนั้นๆ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น (หรือสร้างภาระแก่ทรัพย์สินเกินกว่าปกติ หรือรอนสิทธิ) หน่วยงานของรัฐจึงมีหน้าที่จะต้องเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้แก่ผู้นั้นอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย เช่น การเวนคืนที่ดินของเอกชนเพื่อจัดทำสาธารณูปโภคหรือจัดทำบริการสาธารณะ การปักเสาและพาดสายไฟฟ้าแรงสูง การออกคำสั่งของอธิบดีกรมปศุสัตว์โดยอนุมัติรัฐมนตรีในการทำลายสัตว์ปีกในฟาร์มไก่ที่ตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก ตามมาตรา ๑๐ (๔) แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นต้น
การพิจารณาว่าเป็นคดีความรับผิดอย่างอื่น หรือ “ความรับผิดโดยปราศจากความผิด” หรือเป็นการกระทำละเมิด ให้พิจารณาจากคำฟ้องเสียก่อนว่ามีการอ้างว่าได้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องหรือ “หนี้” หรือไม่ ถ้าใช่ กรณีนี้เป็น “การกระทำละเมิด” แต่ถ้าไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องหรือหนี้แต่ประการใด แต่กลับมีกฎหมายกำหนดไว้ว่ารัฐต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ กรณีนี้จะเป็น “ความรับผิดอย่างอื่น” อันเป็นการชดใช้เพื่อชดเชยภาระที่ผู้นั้นต้องรับภาระต่อสาธารณะมากเกินไป ตาม “หลักความเสมอภาคของบุคคลต่อภาระสาธารณะ”
การชดเชยความเสียหายกรณีความรับผิดอย่างอื่น มิใช่การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดที่มีวัตถุประสงค์จะให้ผู้เสียหายได้รับการแก้ไขเยียวยาให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากแต่เป็นการชดเชยเฉพาะความเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับมากเกินกว่าปกติทั่วไป อันเนื่องมาจากการกระทำของเจ้าหน้าที่เพื่อความเป็นธรรมเท่านั้น
การทดแทนหรือเยียวยาความเสียหายเนื่องจากความรับผิดอย่างอื่นของรัฐ กรณีสำนักชลประทานทำการก่อสร้างคันดินโครงการบางระกำโมเดล ทำให้น้ำท่วมนาข้าวบางแปลง ซึ่งไม่มีกฎหมาย ระเบียบของทางราชการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ และกรณีไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ ประกอบมาตรา ๔๓๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่มุ่งหมายให้ชดใช้กันตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงโดยคำนึงถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด แต่เป็นค่าทดแทนความเสียหายที่รัฐจะจ่ายให้เฉพาะส่วนที่ผู้ฟ้องคดีจะต้องรับภาระเพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของส่วนรวมอันเนื่องมาจากการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายของรัฐเท่านั้น (คพษ.อผ.๑๒๓๐/๒๕๖๔) ซึ่งมติที่ประชุมใหญ่ฯ ครั้งที่ ๘/๒๕๖๓ ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด กำหนดประเภทคดีโดยใช้ข้อความตามที่บัญญัติไว้มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ สำหรับคดีนี้ คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย
คดีความรับผิดอย่างอื่น เรียกดอกเบี้ยได้หรือไม่ และเรียกได้ตั้งแต่เมื่อใด เมื่อได้วินิจฉัยมาแล้วว่าคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย กรณีจึงไม่อาจนำมาตรา ๒๐๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิดมาใช้บังคับได้ และโดยที่การกำหนดดอกเบี้ยกรณีความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เช่นเดียวกับกรณีการทำละเมิด กรณีจึงต้องนำบทบัญญัติมาตรา ๒๒๔ ประกอบกับมาตรา ๒๐๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่คดีนี้ในฐานะเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งตามมาตรา ๔ แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น และมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว โดยในกรณีไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ชำระเงินค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดี กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่ามีการแจ้งเตือนให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ชำระค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงยังมิได้ตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าวตามมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยคดีนี้ผู้ฟ้องคดีนำคดีมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๐ ผู้ฟ้องคดีย่อมมีสิทธิเรียกให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยดังกล่าวได้นับแต่วันฟ้องคดีเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่ผู้ฟ้องคดี (คพษ.อผ.๑๑๗/๒๕๖๕ (เขื่อนราศีไศล) คพษ.อ.๒๐๘/๒๕๖๒ คพษ.อ.๑๒๒/๒๕๖๒)
คดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่น ให้สิทธิเฉพาะเอกชนเท่านั้นในการฟ้องขอให้รัฐรับผิด คดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) นั้น เป็นหลักกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดของรัฐโดยปราศจากความผิด ซึ่งมีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองและเยียวยาความเสียหายให้แก่เอกชนจากการใช้อำนาจของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครองหรือบริการสาธารณะ แล้วก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเป็นพิเศษ แม้จะเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม บทบัญญัตินี้จึงให้สิทธิเฉพาะเอกชนเท่านั้นในการฟ้องขอให้รัฐรับผิด เมื่อคดีนี้เป็นกรณีที่รัฐฟ้องคดีโดยใช้สิทธิเรียกร้องเอาแก่อดีตข้าราชการของตนในฐานะเอกชนคนหนึ่ง ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์ของคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยต่อศาลยุติธรรม (หากรัฐฟ้องขอให้คืนเงินเบี้ยหวัด เงินบำนาญ เงินบำเหน็จที่ได้รับเกินสิทธิ หน่วยงานทางปกครองต้องใช้สิทธิฟ้องเรียกคืนต่อศาลยุติธรรม รวมทั้งเรียกคืนค่ารักษาพยาบาลซึ่งเบิกเกินสิทธิ) (คำวินิจฉัยชี้ขาดฯ ที่ ๑๙/๒๕๕๙ ที่ ๖๖/๒๕๕๙ ที่ ๕๑/๒๕๖๓)
ความรับผิดอย่างอื่นของฝ่ายปกครอง จำแนกได้เป็น ๓ กรณี ได้แก่
(๑) ความรับผิดที่เกิดจากกฎหมายเฉพาะ กฎ ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้รัฐต้องจ่ายเงิน เช่น ค่าทดแทนการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การจ่ายค่าทดแทนจากการรอนสิทธิ หรือค่าเสียหายในกรณีต่างๆ เช่น การสลายการชุมนุมเหตุความไม่สงบในภาคใต้ ความเสียหายจากการสร้างเขื่อน (หลักปัจจุบันให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง)
(๒) ความรับผิดโดยปราศจากความผิดที่เกิดจากหลักกฎหมายทั่วไปหรือแนวคำวินิจฉัยของศาล
(๓) ความรับผิดอย่างอื่นกรณีมีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดให้จ่ายเงินบางประเภทให้แก่ข้าราชการ เช่น เงินสวัสดิการ ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย เงินเพิ่ม ค่าเดินทางไปราชการ และถูกปฏิเสธสิทธิดังกล่าว
ความรับผิดอย่างอื่น ในกรณีที่มีการระบุไว้ในกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นๆ เช่น ขุดถนนหน้าร้านเพื่อวางท่อระบายน้ำกว่า ๓ ปี ก็ทำไม่แล้วเสร็จ จนขายของไม่ได้ แม้หน่วยงานจะทำตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่หากการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหาย หน่วยงานก็ต้องเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามหลักความรับผิดโดยปราศจากความผิด ซึ่งเป็นความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ และศาลมีอำนาจสั่งให้หน่วยงานชดใช้เงินให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้ คพษ.อผ.๓๒๐/๒๕๖๗ พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เช่น ความรับผิดที่จะต้องจ่ายค่าทดแทนความเสียหายอันเกิดจากการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่เป็นการให้ประโยชน์ ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๘ ค่าทดแทนการถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ความรับผิดที่จะต้องจ่ายค่าทดแทนแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นในกรณีที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ใช้ที่ดินของบุคคลดังกล่าวตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๑ (ค่าทดแทนการรอนสิทธิ) ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นที่ถูกวางระบบโครงข่ายพลังงานไปใต้ เหนือ ตามหรือข้ามพื้นดินของบุคคลใด ปักหรือตั้งเสาหรืออุปกรณ์อื่นซึ่งมิใช่เป็นที่ตั้งโรงเรือน ตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ (วางท่อก๊าซรอนสิทธิที่ดิน เป็นความรับผิดอย่างอื่น) ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ความรับผิดที่จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือทางราชการตามพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ การที่ผู้ถูกฟ้องคดี (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) (เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นนิติบุคคล จึงเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐ) ถูกฟ้องให้รับผิดจ่ายเงินค่าตอบแทนตามต้นทุนการบริการในอดีต ตามข้อบังคับคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คพษ.อ.๔๗๖/๒๕๖๓ คพษ.อ.๓๖๑/๒๕๖๓) ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินสะสม เงินสมทบ ดอกผล และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากกองทุนเงินสะสมสมทบ และให้ผู้ถูกฟ้องคดี (มหาวิทยาลัยของรัฐ) คืนเงินดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดี เป็นคดีความรับผิดอย่างอื่นอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย (คพษ.อ.๑๒๒๖/๒๕๖๓) ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้ได้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการ ตามข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้แก่ผู้ฟ้องคดี (มติที่ประชุมใหญ่ฯ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๕) ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือขอรับเงินรางวัลนำจับยาเสพติดจาก ป.ป.ส. แต่ถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จ่ายเงินรางวัลสินบนนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดี เป็นคดีความรับผิดอย่างอื่น (คส.๓๖๐/๒๕๕๑ คส.๔๕๑/๒๕๔๙) กรณีฟ้องเรียกค่าเสียหายเมื่อมีการเสียชีวิตจากการปิดล้อมเพื่อจับกุมบุคคลตามหมายจับจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คพษ.ศป.สงขลา แดงที่ ๑๑๘/๒๕๕๙) เหล่านี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ หรือกรณีเกี่ยวกับการรอนสิทธิ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย (คส.๑๒๒/๒๕๕๘) กรณีฟ้องขอให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ข้อพิพาทเกี่ยวกับแผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยาและชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย (มติที่ประชุมใหญ่ฯ ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๕)
ความรับผิดอย่างอื่น ในกรณีที่เกิดจากหลักกฎหมายทั่วไปหรือแนวคำวินิจฉัยของศาล เช่น ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดี (กกท.) ก่อสร้างสนามกีฬา เป็นเหตุให้น้ำท่วมบ้านของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคดีความรับผิดอย่างอื่นอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ (คพษ.อ.๕๑๙/๒๕๖๔) ผู้ผลิตและส่งออกไก่แช่แข็งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ได้รับความเสียหายจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๖ (คส.๕๙๙/๒๕๕๘) ค่าทดแทนความเสียหายอันเกิดจากน้ำท่วมที่เป็นผลมาจากการดำเนินการระบายน้ำโดยรัฐ หรือการบริหารจัดการน้ำตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ (คพษ.อผ.๒๗๐/๒๕๖๓) การก่อสร้างด่านชั่งน้ำหนักถาวรในเขตทางหลวง (คพษ.อ.๒๙/๒๕๕๗) แขวงการทางกระบี่ดำเนินการก่อสร้างด่านชั่งน้ำหนักถาวรอยู่หน้าที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้จัดการมรดก มีความยาวประมาณ ๕๓.๕๐ เมตร บดบังหน้าที่ดินของผู้ฟ้องคดีทำให้เดินทางเข้าออกที่ดินไม่สะดวกเหมือนเดิมและเป็นการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาที่ดินในอนาคต (คพษ.อ.๒๙/๒๕๕๗) ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือขอรับเงินรางวัลนำจับจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ว่าด้วยเบี้ยปรับสำหรับโรงงานน้ำตาลทรายที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ ระเบียบ หรือพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นคดีความรับผิดอย่างอื่น (คส.๗๑/๒๕๔๗)
ความรับผิดอย่างอื่นกรณีมีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดให้จ่ายเงินบางประเภทให้แก่ข้าราชการ เช่น เงินสวัสดิการ ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย เงินเพิ่ม และถูกปฏิเสธสิทธิดังกล่าว เช่น ความรับผิดที่จะต้องจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งจ่ายเงินบำนาญปกติให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยมิได้เบิกจ่ายเงินเพิ่มจากเงินบำนาญปกติให้แก่ผู้ฟ้องคดีอีกร้อยละ ๒๕ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้หน่วยงานอนุมัติสั่งจ่ายเงินเพิ่มจากเงินบำนาญปกติให้แก่ผู้ฟ้องคดีอีกร้อยละ ๒๕ (คส.คร.๒๘๗/๒๕๖๓) ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้กรมบัญชีกลางคำนวณบำนาญของผู้ฟ้องคดีให้ถูกต้อง อันเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ที่กรมบัญชีกลางอาศัยอำนาจตามกฎหมาย (คส.อร.๕๐/๒๕๖๓) ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้นายกเทศมนตรีเมืองสีคิ้ว ดำเนินการคํานวณเงินเพิ่มจากเงินบำนาญปกติร้อยละ ๒๕ โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ อนุมัติสั่งจ่ายเงินดังกล่าว และให้อธิบดิกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น ดำเนินการจ่ายเงินเพิ่มจากเงินบำนาญปกติร้อยละ ๒๕ ให้แก่ผู้ฟ้องคดีย้อนหลังตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป (คส.คร.๒๘๖/๒๕๖๓ และ คส.คร.๒๘๗/๒๕๖๓) ความรับผิดของหน่วยงานของรัฐเกิดจากข้อบังคับซึ่งมีลักษณะเป็นกฎที่กำหนดความรับผิดให้หน่วยงานต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนตามต้นทุนการบริการในอดีตให้แก่พนักงานผู้ครบเกษียณอายุ (คพษ.อ.๔๗๖/๒๕๖๓) หรือกรณีฟ้องขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้หน่วยงานทางปกครองจ่ายค่าเดินทางไปราชการ (คพษ.อ.๘๘๕/๒๕๖๓) ฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดี (องค์การบริหารส่วนตำบล) จ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่น (โบนัส) ให้แก่ผู้ฟ้องคดี (คพษ.อ.๘๒๓/๒๕๖๓ คส.คร.๑๒๕/๒๕๖๓)
จากหนังสือ ฟุตโน้ต กฎหมายปกครอง ภาควิธีสบัญญัติ เล่ม ๑ 😁😁😁😁😁😁⚽️🐕🦺😜