บ้านวิทยศาสตร์น้อย ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง

บ้านวิทยศาสตร์น้อย ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง บ้านวิทยศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 1

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใน วันที่ 12 กุมภาพัน...
07/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ชั่วโมง โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
1. นักเรียนทราบหรือไม่ว่าทำไมเราถึงเหงื่อออกตอนที่ร่างกายร้อน
2. นักเรียนคิดอย่างไรที่ว่าทำไมผ้าเปียกช่วยปกป้องเราจากความร้อนในฤดูร้อนได้
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- อุณหภูมิน้ำมีผลต่อการระบายความร้อนของร่างกาย
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
-ชี้แจงกิจกรรม ทดสอบความรู้สึก วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนรู้ ได้แก่ ผ้าซับน้ำ หรือ กระดาษทิชชู่เปียก
- นักเรียนทำให้แขนข้างหนึ่งเปียก อีกข้างหนึ่งปล่อยให้แห้ง แล้วบันทึกผล
- หยดน้ำอุ่นลงบนแขน แล้วบันทึกผล
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถามถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม
- เมื่อแขนเปียกนักเรียนรู้สึกอย่างไร
- ทำไมน้ำอุ่นถึงเย็นลงหลังจากทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง
- น้ำจะเกาะอยู่บนแขนของนักเรียนได้นานแค่ไหนแล้วน้ำจะหายไป
5. บันทึกข้อมูล
- นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม และบันทึกผลการทดลองลงในใบกิจกรรมเปียกและเย็น
6. อภิปรายผล
- แขนที่เปียกจะรู้สึกเย็นเพราะน้ำมีการระเหยออกไป และในระหว่างการระเหย น้ำจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊สและจะดึงความร้อนจากตัวเราออกไปด้วย
- เมื่อหยดน้ำอุ่นลงบนแขน น้ำอุ่นจะเย็นลงจะรู้สึกเย็นที่แขน
- เมื่อพันแขนด้วยผ้าเปียก ผ้าเปียกช่วยปกป้องเราจากความร้อนในฤดูร้อนได้ ทำให้รู้สึกเย็น
- ร่างกายจะระบายความร้อนออกมาในรูปของเหงื่อ แล้วเหงื่อก็จะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊สและจะดึงความร้อนจากตัวเราออกไปด้วย เรียกการระเหยและกลายเป็นไอของน้ำส่งข้อมูลไปยังสมองเพื่อแปลผลเป็นความรู้สึก
ผู้รับผิดชอบกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

07/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เครื่องบินกระดาษ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วันที่ 27 มกราคม 2569 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย
ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
1. เครื่องบินกระดาษสามารถบินได้เพราะอะไร ?
2. ทำไมเครื่องบินกระดาษบางลำถึงร่อนอยู่ในอากาศได้นาน ?
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1. ถ้าปีกกว้างจะร่อนได้นาน
2. ถ้าพับให้ปลายหนักจะบินไกล
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม เครื่องบินกระดาษ ดังนี้
1. นักเรียนเลือกแบบเครื่องบิน หรือออกแบบเอง
2. พับและทดลองหลายแบบ โดยแต่ละแบบมีเป้าหมายชัดเจน
3. ทดสอบในสนาม หรือห้องโล่ง 3 รอบ/แบบ
4. บันทึกผลลงใบกิจกรรม เครื่องบินกระดาษ
4. สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากกิจกรรมการเครื่องบินกระดาษ ดังนี้
1. เครื่องบินแบบไหนที่บินได้ไกลที่สุด ทำไม ?
2. แบบไหนที่ร่อนอยู่ในอากาศได้นานที่สุด ?
5. บันทึกข้อมูล
1. นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรม เครื่องบินกระดาษ ลงในใบกิจกรรม
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม เครื่องบินกระดาษ ประเด็นดังนี้
1. การพับเครื่องบินกระดาษมีผลต่อพฤติกรรมการเคลื่อนที่
2. แรงที่เกี่ยวข้องคือแรงพยุง แรงโน้มถ่วง แรงต้านอากาศ และแรงผลัก
3. แบบเครื่องบินที่ดีต้องเหมาะสมกับเป้าหมาย
4. การทดลองซ้ำและเปรียบเทียบช่วยให้เข้าใจการออกแบบมากขึ้น
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เครื่องบินกระดาษชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการ...
07/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เครื่องบินกระดาษ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วันที่ 27 มกราคม 2569 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย
ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
1. เครื่องบินกระดาษสามารถบินได้เพราะอะไร ?
2. ทำไมเครื่องบินกระดาษบางลำถึงร่อนอยู่ในอากาศได้นาน ?
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1. ถ้าปีกกว้างจะร่อนได้นาน
2. ถ้าพับให้ปลายหนักจะบินไกล
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม เครื่องบินกระดาษ ดังนี้
1. นักเรียนเลือกแบบเครื่องบิน หรือออกแบบเอง
2. พับและทดลองหลายแบบ โดยแต่ละแบบมีเป้าหมายชัดเจน
3. ทดสอบในสนาม หรือห้องโล่ง 3 รอบ/แบบ
4. บันทึกผลลงใบกิจกรรม เครื่องบินกระดาษ
4. สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากกิจกรรมการเครื่องบินกระดาษ ดังนี้
1. เครื่องบินแบบไหนที่บินได้ไกลที่สุด ทำไม ?
2. แบบไหนที่ร่อนอยู่ในอากาศได้นานที่สุด ?
5. บันทึกข้อมูล
1. นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรม เครื่องบินกระดาษ ลงในใบกิจกรรม
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม เครื่องบินกระดาษ ประเด็นดังนี้
1. การพับเครื่องบินกระดาษมีผลต่อพฤติกรรมการเคลื่อนที่
2. แรงที่เกี่ยวข้องคือแรงพยุง แรงโน้มถ่วง แรงต้านอากาศ และแรงผลัก
3. แบบเครื่องบินที่ดีต้องเหมาะสมกับเป้าหมาย
4. การทดลองซ้ำและเปรียบเทียบช่วยให้เข้าใจการออกแบบมากขึ้น
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้Hand On ชื่อกิจกรรม ทะเลในกล่องระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่...
07/03/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้Hand On ชื่อกิจกรรม ทะเลในกล่อง
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 จำนวน 2 ชั่วโมง โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- คลื่นทะเลเกิดจากอะไร
- คลื่นหรือพายุต้องแรงขนาดไหนจึงจะทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลง
2.รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- การเขย่าจะทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการเอียงไปมาและการเป่า
3.ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
-สร้างทะเลในกล่องที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งสองกล่อง
-สร้างคลื่นทะเลโดยกล่องแรกใช้การเป่า กล่องที่สองใช้การเขย่า
4.สังเกตและบรรยาย
-สังเกตลักษณะของน้ำในทะเลในกล่องทั้งสองกล่อง อธิบายเปรียบเทียบระยะเวลาที่น้ำในกล่องทั้งสอง กลับมามีลักษณะใส
- สังเกตลักษณะการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวริมทะเลทั้งสองกล่อง อธิบายเปรียบเทียบลักษณะพื้นผิวริมทะเลทั้งสามกล่อง
5.บันทึกข้อมูล
- การเขย่า ทำให้เกิดการผลกระทบต่อพื้นผิวริมทะเลและ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากว่าการเป่า ซึ่งทำให้พื้นผิวริมทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
- การเป่าทำให้น้ำในทะเล กลับมาใสดังเดิมเร็วที่สุด เนื่องจากเวลาน้อยที่สุด และการเขย่าทำให้น้ำทะเลกลับมาใสดังเดิมช้าที่สุดเนื่องจากใช้เวลามากที่สุด
6. อภิปรายผล
แรงจากการเขย่ามีมากกว่าการเป่า จึงทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นี้
การเกิดลมหรือพายุที่มีขนาดความเร็วและมีกำลังแรงมาก จะทำให้ทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงมากตามลำดับ
ผู้จัดทำ
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

กิจกรรมสืบเสาะอิสระ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา ประเทศไทย โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2ก...
07/03/2026

กิจกรรมสืบเสาะอิสระ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา ประเทศไทย โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
กิจกรรม เรื่อง ต้นขี้เหล็ก ในโรงเรียนของเรา
การดำเนินการ : สำรวจต้นขี้เหล็กในบริเวณโรงเรียน ส่วนประกอบต่าง ๆ ของต้นขี้เหล็ก และประโยชน์ของส่วนต่าง ๆ ของต้นขี้เหล็กมีอะไรบ้าง โดยทำการกำหนดพื้นที่ ในการสำรวจชนิดของพืช และทำการบันทึกผลลงในแบบบันทึก เพื่อนำข้อมูลมาจัดจำแนกและนำเสนอ
ครูที่ปรึกษากิจกรรม : นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

กิจกรรมสืบเสาะอิสระ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา ประเทศไทย โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2ก...
07/03/2026

กิจกรรมสืบเสาะอิสระ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา ประเทศไทย โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
กิจกรรม เรื่อง ต้นมะขาม ในโรงเรียนของเรา
การดำเนินการ : สำรวจต้นมะขามในบริเวณโรงเรียน ส่วนประกอบต่าง ๆ ของมะขาม และประโยชน์ของส่วนต่าง ๆ มะขามว่ามีอะไรบ้าง โดยทำการกำหนดพื้นที่ ในการสำรวจชนิดของพืช และทำการบันทึกผลลงในแบบบันทึก เพื่อนำข้อมูลมาจัดจำแนกและนำเสนอ
ครูที่ปรึกษากิจกรรม : นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  Hand  On  ชื่อกิจกรรม  เรือใบ  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ดำเนินการจัดการเรียนรู้ วันที่   13...
27/02/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม เรือใบ
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดการเรียนรู้ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 2 ชั่งโมง โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา

การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
- นักเรียนคิดว่าเรือสามารถลอยบนน้ำได้อย่างไร
- นักเรียนคิดว่าเรือสามารถบรรทุกหรือรับน้ำหนักได้มาก หรือสามารถขนของได้อย่างไร

2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- เรือที่เห็นในชีวิตประจำวันทำจากไม้ พลาสติก และเหล็กหรือโลหะ

3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
- นักเรียนออกแบบพับเรือกระดาษคนละ 1 ลำ
- นำเรือที่พับเสร็จไปทดสอบว่าลอยในน้ำได้จริงหรือไม่
- นักเรียนออกแบบเรือกระดาษให้แข็งแรงและสามารถบรรทุกเงินเหรียญให้ได้จำนวนมากที่สุด

4. สังเกตและบรรยาย
- เรือสามารถบรรทุกเหรียญได้หรือไม่ เรือลักษณะใดที่สามารถบรรทุกสิ่งของได้มาที่สุด

5. บันทึกข้อมูล
ให้นักเรียนวาดภาพเรือที่นักเรียนออกแบบ โดยครูเป็นผู้สัมภาษณ์ให้นักเรียนตอบ

6. อภิปรายผล
เรือที่สามารถลอยในน้ำได้และบรรจุสิ่งของได้มาก ต้องมีพื้นที่กว้างมากพอและมีบริเวณขอบของเรือเพื่อกันไม่ให้น้ำเข้าเรือ

ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง ไม่เห็น ไม่ได้ยิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 28  มกรา...
27/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง ไม่เห็น ไม่ได้ยิน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 28 มกราคม 2569 จำนวน 1 ชั่วโมง โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ตำบลสำราญ
อำเภอสามชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา

การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- คนที่สามารถมองเห็น แต่ไม่ได้ยิน กับคนที่มองไม่เห็นและไม่ได้ยินเลยต่างกันอย่างไร

2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- คนที่ได้ยินจะรับการสื่อสารได้ดีกว่า
- คนที่ไม่เห็นจะรับการสื่อสารได้ดีกว่า

3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. ให้นักเรียนเล่นเกมปิดตาตีหม้อ โดยรอบแรกจะปิดตา และให้เพื่อนร่วมทีมส่งเสียงสื่อสาร
2. ในรอบที่สอง ปิดตา และให้เพื่อนร่วมทีมงดใช้เสียง

4. สังเกตและบรรยาย
1. จากการทดลองจะพบว่า ในรอบแรกนักเรียนจะไปยังจุดหมายได้แม่นยำกว่ารอบที่สอง

5.บันทึกข้อมูล
1. บันทึกข้อมูลลงใน แบบบันทึกกิจกรรม “ไม่เห็น ไม่ได้ยิน”
2. อธิบายความแตกต่างระหว่างสองรอบ

6.อภิปรายผล
จากการเลานเกมพบว่า การมองไม่เห็นแต่ได้ยินเสียง มีการสื่อสารได้ดีกว่าการไม่ได้ยิน และมองไม่เห็น ครูผู้จัดกิจกรรม พร้อมทั้งสอดแทรกเรื่องการดูแลตา และหูอย่างไรให้ปลอดภัย

คุณครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  Hand  On  ชื่อกิจกรรม  ภาพสะท้อน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  1 และชั้นประถมศึกษาปีที่  2   ดำเนิ...
27/02/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม ภาพสะท้อน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดการเรียนรู้ วันที่ 23 มกราคม 2569 จำนวน 1 ชั่งโมง โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ตำบลสำราญ อำเภอสามชัยท สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา

การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- นักเรียนสังเกตเห็นอะไรในภาพ (ภาพสะท้อนที่อยู่ในสระน้ำ)
- ภาพที่นักเรียนสังเกตเห็นบนผิวน้ำมีลักษณะอย่างไร
- ลักษณะสีของน้ำมีลักษณะอย่างไร

2.รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ลักษณะสีของผิวน้ำที่มีสีทึบหรือมืดจะมองเห็นภาพสะท้อนได้ชัดเจนกว่าใต้ผิวน้ำที่มีความสว่าง

3.ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
-สร้างสระน้ำจำลอง ที่มีพื้นผิวใต้น้ำมืดทึบและสระน้ำจำลองที่มีพื้นผิวใต้น้ำมีสีจางหรือสว่างสังเกตภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นในทะเลสาปจิ๋วทั้ง 2 แบบ
- นำสระน้ำจำลอง ไปวางไว้ในที่โล่งแจ้งแสงแดดจ้า สังเกตภาพสะท้อน และนำสระน้ำจำลอง มาวางไว้ในที่ร่ม สังเกตลักษณะของภาพสะทัอน

4.สังเกตและบรรยาย
-สังเกตลักษณะของสระน้ำจำลองที่มีพื้นผิวต่างกันหรือไม่
- สังเกตลักษณะการเกิดภาพสะท้อนในสระน้ำจำลอง ที่มีพื้นผิวใต้น้ำต่างกันและ อธิบายเปรียบเทียบลักษณะของภาพสะท้อนที่เห็นในสระน้ำจำลอง ทั้งสองแบบ
- สังเกต อธิบายลักษณะการเกิดภาพสะท้อนในสระน้ำจำลองที่นำไปวางไว้ในที่โล่งแจ้งและในที่ร่ม

5.บันทึกข้อมูล
ในสระน้ำจำลอง ที่มีพื้วผิวใต้น้ำมืดทึบ มีความชัดเจนกว่า ภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นในสระน้ำจำลอง ที่มีพื้นผิวใต้น้ำที่มีความสว่าง และในสระน้ำจำลองที่วางไว้ในที่ร่มมีความชัดเจนกว่า ภาพสะท้อนที่ในสระน้ำจำลองที่นำไปวางไว้ในที่โล่งแจ้งแสวแดดจ้า

6. อภิปรายผล
หากพื้นน้ำมีลักษระสเข้มจะสามารถสังเกตภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นได้ดี และแสงสว่างมากเกินไปก็จะสังเกตภาพสะท้อนได้ไม่ค่อยดี

ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง การฉีดน้ำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 12 มกราคม 2569 ...
27/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง การฉีดน้ำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 12 มกราคม 2569
จำนวน 2 ชั่วโมง โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ตำบลสำราญ
อำเภอสามชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา

การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- น้ำพุ่งออกจากขวดได้อย่างไร
- ขนาดรูมีผลต่อแรงดันน้ำหรือไม่
- ลักษณะของรู รูที่มีขนาดเล็ กับขนาดใหญ่ลักษณะน้ำที่พุ่งออกไปนั้นแตกต่างกันหรือไม่

2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- น้ำพุ่งจากขวดได้เพราะมีแรงดัน
- รูขนาดเล็กน้ำที่ออกมีแรงดันน้อยกกว่าขนาดใหญ่

3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. แต่ละกลุ่มกรอกน้ำใส่ขวด จำนวน 2 ขวด
2. เจาะรูขวดให้มีขนาดที่แตกต่างกัน
3. ใส่น้ำที่มีปริมาณเท่ากัน

4. สังเกตและบรรยาย
1. สังเกตการพุ่งของน้ำเมื่อออกจากขวด
2. เปรียบเทียบระยะทางของน้ำที่พุ่งออกจากขวด และสังเกตแรงดันของน้ำของแต่ละขวด

5.บันทึกข้อมูล
1. บันทึกโดยการวัดระยะทางของน้ำที่พุ่งออกจากขวด

6.อภิปรายผล
- น้ำพุ่งออกไปได้เพราะมีแรงดันภายในขวดบีบอัดให้น้ำภายในขวดพุงออกไปได้ รูมีผลต่อระยะทางของน้ำ และแรงดันของน้ำ

ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

27/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง การฉีดน้ำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 12 มกราคม 2569
จำนวน 2 ชั่วโมง โรงเรียนบ้านหนองกุงกลาง ตำบลสำราญ
อำเภอสามชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- น้ำพุ่งออกจากขวดได้อย่างไร
- ขนาดรูมีผลต่อแรงดันน้ำหรือไม่
- ลักษณะของรู รูที่มีขนาดเล็ กับขนาดใหญ่ลักษณะน้ำที่พุ่งออกไปนั้นแตกต่างกันหรือไม่

2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- น้ำพุ่งจากขวดได้เพราะมีแรงดัน
- รูขนาดเล็กน้ำที่ออกมีแรงดันน้อยกกว่าขนาดใหญ่

3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. แต่ละกลุ่มกรอกน้ำใส่ขวด จำนวน 2 ขวด
2. เจาะรูขวดให้มีขนาดที่แตกต่างกัน
3. ใส่น้ำที่มีปริมาณเท่ากัน

4. สังเกตและบรรยาย
1. สังเกตการพุ่งของน้ำเมื่อออกจากขวด
2. เปรียบเทียบระยะทางของน้ำที่พุ่งออกจากขวด และสังเกตแรงดันของน้ำของแต่ละขวด

5.บันทึกข้อมูล
1. บันทึกโดยการวัดระยะทางของน้ำที่พุ่งออกจากขวด

6.อภิปรายผล
- น้ำพุ่งออกไปได้เพราะมีแรงดันภายในขวดบีบอัดให้น้ำภายในขวดพุงออกไปได้ รูมีผลต่อระยะทางของน้ำ และแรงดันของน้ำ
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวสุพัฒตรา ภูงามนิล

ที่อยู่

190 ม. 8 อ. สามชัย
Kalasin

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านวิทยศาสตร์น้อย ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านหนองกุงกลางผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์