15/07/2025
EUDR มาตรฐานใหม่เพื่อความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน
จากการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า ของสหภาพยุโรป หรือ EUDR (EU Deforestation Regulation) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 ทำให้หลายประเทศทั่วโลกที่มีการส่งออกสินค้าควบคุมภายใต้ EUDR เกิดความตื่นตัว รวมถึงประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อม เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติตามข้อบังคับและไม่หลุดจากห่วงโซ่อุปทานของโลก
สภาพยุโรปถือเป็นผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ที่มีการนำเข้าและส่งออกสินค้ารายใหญ่ ทำให้มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการทำลายป่า จะส่งผลให้เกิดการทำลายป่า โดยเฉลี่ย 248,000 เฮกตาร์ต่อปีภายในปี ค.ศ. 2030 จึงต้องมีการควบคุมสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้กฎหมาย EUDR 7 ชนิด ได้แก่ โค โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ รวมผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ ยางรถยนต์ ถุงมือยาง กระดาษ เครื่องหนัง และเฟอร์นิเจอร์จากไม้ เป็นต้น เพื่อลดผลกระทบจากการบริโภคที่ก่อให้เกิดการทำลายป่าและทำให้ป่าเสื่อมโทรม และยังช่วยสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้ European Green Deal ตลอดจนข้อตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ โดย ผู้ประกอบการจึงต้องมีเงื่อนไข ได้แก่ (1) สินค้ามาจากแปลงการผลิตที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป (2) สินค้าผลิตขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศผู้ผลิต และ (3) มีเอกสารแสดงถึงสถานะการตรวจสอบและประเมินสินค้า ดังนั้น สินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ EUDR จะถูกห้ามนำเข้าสหภาพยุโรป
ประเทศไทยได้มีการส่งออกสินค้าควบคุมภายใต้ EUDR ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 รวมมูลค่า 379.47 ล้านเหรียญสหรัฐ (ขยายตัวร้อยละ 49.94) โดยเรียงลำดับตามมูลค่าการส่งออกสูงสุด ได้แก่ ยางพารา ไม้ ปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ ถั่วเหลือง อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าควบคุมภายใต้ EUDR ไปยังสหภาพยุโรป เพียงร้อยละ 7.65 ของมูลค่าการส่งออกไปตลาดโลก แต่ก็มีทิศทางขยายตัว ทั้งนี้ ยางพาราและไม้เป็นสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจาก EUDR สูง เนื่องจากมีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังสหภาพยุโรปรวมกว่าร้อยละ 75
EUDR นับเป็นมาตรการที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรของโลกให้ไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการทำลายป่าในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนมาเป็นพื้นที่เกษตร เป็นการปรับเปลี่ยนไปสู่การเกษตรที่ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ จากจัดอันดับความเสี่ยงของประเทศภายใต้ EUDR แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรฐานการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับ จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้มุ่งพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับที่มีมาตรฐานและโปร่งใสเพื่อสร้างความไว้วางใจต่อสินค้าไทยและเป็นโอกาสให้เกษตรกรไทยให้สามารถจำหน่ายสินค้าไปยังตลาดได้ทั่วโลก
อ้างอิง
(1) ไทยต้องปรับตัว! รู้จัก “EUDR” กฎใหม่ EU สร้างเกษตรยั่งยืนเข้มแข็ง. https://www.wearecp.com/cp-2025-02-10/
(2) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ. รู้จักกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation ).
https://www.onlb.go.th/product-blog/a2685
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม