16/04/2026
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
https://www.facebook.com/share/p/18DAF4NHG2/?mibextid=wwXIfr
ภาพของเจ้าหญิงพระองค์หนึ่ง ที่ทรงยืนอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลไหหลำ มิได้ทรงเพียงทอดพระเนตรสิ่งจัดแสดงอย่างผู้มาเยือนทั่วไป หากแต่ทรงถือสมุดโน้ตเล่มเล็ก จดบันทึกอย่างตั้งพระทัยในทุกรายละเอียด
ภาพเรียบง่ายนี้เอง ที่ทำให้ชาวจีนรู้สึก ปลื้มใจอย่างอธิบายไม่ถูก
เพราะสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า มิใช่เพียงพระบรมวงศานุวงศ์จากต่างแดน หากคือ “ผู้เรียนรู้” ตัวจริง ผู้ซึ่งไม่ปล่อยให้การเสด็จเยือนเป็นเพียงพิธีการ หรือการท่องเที่ยวธรรมดา แต่เปลี่ยนทุกก้าวให้กลายเป็นการซึมซับความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ตลอดการเสด็จฯจีน 57 ครั้ง! ภาพชินตาของชาวไทย-จีน จะพบว่า “สมุดโน้ต” เล่มน้อย
เป็นสัญลักษณ์ของวิธีคิดที่ติดตัวพระองค์มาตั้งแต่วัยเยาว์ พระองค์ทรงเป็นผู้มีผลการศึกษาเป็นเลิศระดับประเทศตั้งแต่ระดับประถมและมัธยม ก่อนจะทรงเข้าศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความสามารถด้านภาษาโดดเด่น ทรงใช้ได้หลายภาษา โดยเฉพาะภาษาจีนครั้งที่สามารถพระราชทานสัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์ CCTV มาแล้ว
คือความต่อเนื่องของการเรียนรู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง นับตั้งแต่เริ่มศึกษาภาษาจีนหลังการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีนในปี 1975 พระองค์ทรงศึกษามาอย่างยาวนานและจริงจัง
ความสนใจในจีนของพระองค์ ขยายไปถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ
ทรงศึกษากับครูผู้เชี่ยวชาญจากสถานทูตจีน เรียนทั้งพินอิน ภาษาพูด และอักษรจีน ต่อมาในปี 2001 ยังทรงไปศึกษาต่อด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนที่ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
ได้ฝึกทั้งอักษรวิจิตร ดนตรีจีน และศิลปะอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งมีโอกาสสนทนากับนักวิชาการระดับแนวหน้า
พระองค์ยังทรงแปลบทกวีจีนจำนวนมาก และนำผลงานวรรณกรรมจีนมาเผยแพร่เป็นภาษาไทย สร้างสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้จริง
สิ่งที่ทำให้คนจีนรู้สึกผูกพันมากที่สุด คือท่าทีของการเรียนรู้ที่สม่ำเสมอ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี
ตั้งแต่การเสด็จเยือนจีนครั้งแรกในปี 1981 จนถึงการเสด็จฯครั้งที่ 57 ในปี 2026
พระองค์เสด็จไปยังแทบทุกมณฑลของจีน ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่หรือพื้นที่ห่างไกล ทรงศึกษาทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เทคโนโลยี การเกษตร และการศึกษา
ล่าสุดยังเสด็จเยือนเขตการค้าเสรีไหหลำ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเรียนรู้ของพระองค์มิได้หยุดอยู่ในอดีต หากยังเคลื่อนไปพร้อมโลกปัจจุบัน
ในสายตาของคนจีน ภาพของพระองค์ที่ทรงจดบันทึกด้วยพระองค์เอง คือการดำรงชีวิตตามคำสอนของปราชญ์ “ขงจื๊อ” ที่ว่า…
敏而好学,不耻下问
Mǐn ér hào xué, bù chǐ xià wèn
(หมิ่น-เอ๋อว์-เฮ่า-สเว ปู้-ฉื่อ-เซี่ย-เวิ่น)
“ปัญญาว่องไว ใฝ่เรียนรู้ และไม่อายที่จะถาม”
เพราะในวัฒนธรรมจีน คนที่ยิ่งอยู่สูง ยิ่งต้องถ่อมตน และยิ่งต้องเปิดใจเรียนรู้
ภาพของเจ้าหญิงที่ทรงก้มลงจดในสมุดเล่มเล็ก จึงไม่ใช่เพียงรายละเอียดเล็กน้อย แต่คือสัญลักษณ์ของความเคารพต่อความรู้ และความจริงใจต่อวัฒนธรรมจีน
พระกรณียกิจตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2019 พระองค์ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์สูงสุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน
เป็นเกียรติยศสูงสุดที่จีนมอบให้ชาวต่างชาติคนหนึ่ง
เหนือสิ่งอื่นใดคือแบบอย่างอันดีงามของผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ยังคงเปิดสมุดเล่มเดิม
เขียนต่อไปไม่หยุด แม้จะเดินทางมาไกลเพียงใด และเป็นครั้งเท่าไหร่แล้วก็ตาม
กลายเป็นภาพจำชัดเจนที่มหาชนคนจีนติดตาตรึงใจ ไม่เสื่อมคลาย…
#ไทยคำจีนคำ