Piasim Garden ร้านอาหาร และขนมเปี๊ย
ตั้งใจทำร้าน?

02/02/2024

วันนี้ไม่กินกาแฟ
(ที่บ้าน🤩)

07/08/2022

ร้านไปออกบูธที่ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า วันที่ 7 - 11 สิงหาคมนี้นะคะ
ตรงทางเข้า Tops ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้น G ค่ะ งานสารทจีน 2022 ค่า😊
ใครอยู่แถวนั้นและกำลังหาขนมไหว้แวะไปเลือกได้เลยนะคะ ขนมเปี๊ยะ ขนมจันอับมีพร้อมค่ะ😋

หอธรรมพระบารมี  มีงานนิทรรศการ ตั้งแต่วันที่2ก.ค.นี้ครับ
02/07/2022

หอธรรมพระบารมี มีงานนิทรรศการ
ตั้งแต่วันที่2ก.ค.นี้ครับ

09/10/2021

ทำเครื่องดื่มได้

รูปร้าน ตอนที่เริ่มมีต้นไม้ เทียบกับปัจจุบันทำให้เห็นว่าต้นไม้มีคุณค่า มีราคา และใช้ต้นทุนเพียงเวลาเริ่มปลูก
04/10/2021

รูปร้าน ตอนที่เริ่มมีต้นไม้
เทียบกับปัจจุบันทำให้เห็นว่าต้นไม้มีคุณค่า
มีราคา และใช้ต้นทุนเพียงเวลาเริ่มปลูก

20/06/2021

เปิดตำนาน ซีแอลสะเทือนโลก
สดุดีหมอมงคล ณ สงขลา อีกหนึ่งฮีโร่ของไทยVaccine หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่อง CL หรือ “สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา”
ที่ทำให้ไทยมียารักษาโรคเอดส์ โรคมะเร็ง ให้ประชาชนไทยได้ใช้รักษาชีวิต
และ บุคคลท่านนี้ คือฮีโร่ที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์เรื่องนี้
ชายผู้เคยถูก USTR ชี้หน้าว่า “You are the bad guy.”
ภายหลังหมอมงคลชี้หน้ากลับว่า “You are the real bad guy!”
เราขอนำเรื่องราวของ คุณหมอมงคล ณ สงขลา มาเล่าสู่กันฟัง
เพื่อให้ชื่อของคุณหมอ อยู่ตราบชั่วนิรันดร์
(**สรุปและแก้ไขเพิ่มเติมจากบทความเดิมของ The Coverage )

--- ‘ซีแอล’ สะเทือนโลก ---
ก่อนปี 2550 ผู้ป่วยโรคเอดส์ในประเทศไทยเสียชีวิตราวกับใบไม้ร่วง ปีละ 5 แสนราย
สาเหตุหลักคือ “ยาต้านไวรัสเอชไอวี” มีราคาแพงจนผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึง
แม้ว่าประเทศไทยจะมีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) มาตั้งแต่ปี2545 ทว่าในช่วงแรกระบบก็ยังไม่รองรับการจ่ายยาต้านไวรัสฯ ให้กับผู้มีสิทธิแน่นอนว่า ก็เพราะยาดังกล่าวแพงหูฉี่ชนิดที่ระบบแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหวภาพที่เกิดขึ้นในขณะนั้น คือผู้ป่วยเอดส์จำนวนมากต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อรักษาก่อหนี้ ล้มละลาย ขายทุกอย่างแม้แต่ลูกสาวจนเมื่อเดินมาถึงทางตัน ทางเลือกสุดท้ายที่หลงเหลือก็คือการกลับไปจบชีวิตลงที่บ้านเพื่อหยุดยั้งการล่มสลายและการล้มละลายของผู้คน “นพ.มงคล ณ สงขลา” ซึ่งอยู่ในตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข จึงตัดสินใจประกาศมาตรการบังคับใช้ “สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา” หรือซีแอล (Compulsory Licensing: CL)
****CL อธิบายง่ายๆ คือสิทธิที่รัฐบาลไทยจะละเมิดสิทธิบัตรยาเพื่อใช้รักษาคนในประเทศด้วยยาที่เหมาะสมที่สุด
สิทธิ CL นี้เป็นสิทธิที่รับรองโดยข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศใหญ่ๆคือ
ข้อตกลง TRIPS ขององค์การการค้าโลก (WTO)
ซึ่งมาตรา 31 ของ TRIPS รับรองการใช้สิทธิ CL ไว้ 3 อย่างคือ
1.ภาวะฉุกเฉินระดับชาติ
2.สถานการณ์ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน
3.การใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะที่มิใช่เชิงพาณิชย์
การดำเนินนโยบายดังกล่าว สร้างแรงสั่นสะเทือนออกไปทั่วทั้งโลก !!!
แม้ในมุมหนึ่งจะถูกโจมตีว่าประเทศแห่งนี้เพิกเฉยต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
แต่อีกมุมหนึ่งได้จุดประกายความหวังให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวนมหาศาล
โดยเฉพาะกับประเทศที่ยากจนแร้นแค้นความกล้าหาญทางจริยธรรมครั้งนั้น
ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ในราคาที่ถูกลง นำไปสู่อัตราการเสียชีวิตที่ต่ำลง
แม้ประเทศไทยถูกโจมตีว่าเพิกเฉยต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
แต่ก็เป็นเพราะเงื่อนไขของบริษัทยาเองที่ทำให้การประกาศมาตรการบังคับใช้สิทธิกลายเป็น “หนทางเดียว”
ที่จะช่วยชีวิตผู้คนได้
ตั้งแต่มีการทำนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี 2544 เรื่อยมาจนมีพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ข้อเท็จจริงที่พบก็คืองบประมาณที่มีอยู่ในขณะนั้นไม่สามารถซื้อยาให้ครอบคลุมผู้ป่วยโรคเรื้อรังและร้ายแรงได้นโยบาย 30 บาทจึงยังไม่สามารถรักษาทุกโรคได้จริงอย่างที่ประกาศไว้
“เราพยายามต่อรองมา 10 ปี แต่ไม่ได้ผล” นพ.มงคล หมายถึง “การต่อรองราคาต้านไวรัส”ก่อนที่ นพ.มงคล ซึ่งขณะนั้นอยู่ในตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข จะตัดสินใจประกาศซีแอลยาราคาแพง มีการเชื้อเชิญบริษัทยาเจ้าของสิทธิบัตรเข้ามาพูดคุยเพื่อเจรจาต่อรองราคายาเป็นครั้งสุดท้าย
การพูดคุยในครั้งนั้น “นพ.มงคล” ได้นำรายการยาที่ “นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในขณะนั้น คัดเลือกมาแล้วว่ามีความจำเป็นต่อผู้ป่วยจำนวนมาก พร้อมกับราคาที่ สปสช.จ่ายไหวมาเป็นฐานในการเจรจา
แต่สุดท้ายเจรจาไม่เป็นผล นพ.มงคลคว้าน้ำเหลว“บริษัทยาไม่สนใจข้อมูล เขาไม่ลดแม้แต่บาทเดียว”
นพ.มงคล บอกว่า สาเหตุที่บริษัทยาไม่ยอมลดราคาเนื่องจากมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก หากลดให้ประเทศไทยก็จะทำให้ประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าขอลดราคาด้วย
สำหรับ “นพ.มงคล” แล้ว คงไม่อาจปล่อยให้การล่มสลายและการล้มละลายของผู้คนดำเนินต่อไปได้
เดือนพฤศจิกายน 2549 รัฐบาลไทยจึงได้สร้างความสั่นสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทั้งโลก
ด้วยการประกาศมาตรการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 51 ของ พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522ยาที่ถูกทลายกำแพงราคา
คือเอฟฟาไวเรนซ์ (Effavirenz) ชื่อทางการค้าคือStocrin เป็นยาต้านไวรัสสูตรพื้นฐานที่ใช้รักษาการติดเชื้อเอชไอวี ช่วยลดปริมาณเชื้อเอชไอวีในร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น
ถัดมาอีกไม่ถึง 2 เดือน คือมกราคม 2550 รัฐบาลไทยประกาศเพิ่มอีก ได้แก่ ยาโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) ชื่อทางการค้าคือ Plavix เป็นยาละลายลิ่มเลือดใช้รักษาและป้องกันการอุดตันในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองและหัวใจ และยาสูตรผสมระหว่างโลพินาเวียร์และริโทนาเวียร์ (Lopinavir & Ritonavir) ชื่อทางการค้าคือ Kaletra ยาสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ดื้อยาสูตรพื้นฐาน
“พอยาเอฟฟาไวเรนซ์เข้ามา โรคเอดส์ที่เคยตายกันปีหนึ่งสี่แสนห้าแสนคนกลับเหลือไม่ถึงแสน ที่ตายก็เพราะป่วยระยะสุดท้ายแล้ว แต่หลังจากนั้นเกือบพูดได้ว่าจนถึงวันนี้ไม่มีใครตายจากโรคเอดส์อีก”
นพ.มงคล เล่าถึงดอกผลที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
--- แรงปะทะ ---
ทันทีที่รัฐบาลประกาศมาตรการบังคับใช้สิทธิ บริษัทยาต่างประเทศได้ออกข่าวโจมตีและร้องเรียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กล่าวอ้างว่ากระทรวงสาธารณสุขของไทยไม่ได้ทำตามขั้นตอนในกฎหมายสิทธิบัตรเพราะไม่ได้เจรจากับบริษัทยาอย่างถึงที่สุดก่อน แต่กลับประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิโดยลำพังแน่นอนว่า อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาปกติที่ นพ.มงคล รู้ดีว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“มีการโจมตีเยอะแยะเลย โดนทั้งรัฐบาลและตัวบุคคล เรื่องส่วนตัวก็มีบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมได้คุยกับท่านนายกฯ (พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์) ไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่าถ้าประกาศซีแอลจะลดคนตายในบ้านเราได้ไม่น้อยกว่าปีละ 5 แสนราย จากโรคมะเร็ง โรคเอดส์ และการล้มละลายจากการรักษาจะหมดไป ท่านนายกฯ ก็โอเค”
ทันทีที่ประกาศซีแอล ประเทศไทยถูกตั้งคำถามจากนานาประเทศอย่างไม่ไว้หน้าบุคคลที่มีส่วนช่วยในการชี้แจงข้อเท็จจริงในเวทีโลกก็คือ ทูตแสบ – “วีรชัย พลาศรัย” เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาสิ่งที่ท่านยืนยันหนักแน่นมาโดยตลอดคือ ประเทศไทยทำถูกต้องตามกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังเป็นไปตามกฎหมายขององค์การการค้าโลกมีอยู่ครั้งหนึ่ง นพ.มงคล ท่านทูตวีรชัย พร้อมคณะ ได้รับเชิญให้ไปตอบคำถาม ณสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือยูเอสทีอาร์ (United States Trade Representative: USTR)
ซึ่งเมื่อคณะของประเทศไทยเดินเข้าไปในห้องก็ถูกชี้หน้าตำหนิ
“You are the bad guy.” ยูเอสทีอาร์เปิดฉายทักทายคณะของประเทศไทยด้วยประโยคนี้
นพ.มงคล โค้งรับ
ยูเอสทีอาร์ยืนกรานว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยทำผิดกฎหมาย ทูตวีรชัยจึงแจกแจงกฎหมายต่างประเทศ กฎหมายองค์การการค้าโลก และกฎหมายไทย สรุปแล้วประเทศไทยทำถูกต้องทั้ง 3 ฉบับ และตอบคำถามได้ทุกประเด็น ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์การการค้าโลกที่ร่วมคณะไปด้วยกันก็ยืนยันความถูกต้องนี้
“ใครยังมีข้อข้องใจเรื่องการทำซีแอลของไทยอีกบ้าง”
เอกอัครราชทูตไทยถาม ถึงตอนนั้นไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกแล้ว
ก่อนจะแยกย้าย นพ.มงคล เดินกลับไปหาคนของยูเอสทีอาร์พร้อมชี้หน้า
“You are the real bad guy.”
แล้วผู้แทนสองคณะก็ลาจากกัน
Vaccine 11 ธ.ค. 2563 “นพ.มงคล” ออกเดินทางไกล...ไปเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล ตามความประสงค์ของคุณหมอเอง
“แม้แต่ในวันตาย ผมจะเอาศพส่งไปบริจาคที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ซึ่งเป็นบ้านเก่าของผม เพราะผมเคยเรียน เคยนอนอยู่ที่นั่น ศพของผมจะได้ใช้ประโยชน์ให้กับนักศึกษาแพทย์ ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์น้อย เพราะโดนตัดไตไปแล้ว และร่างกายส่วนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ก็ไม่เป็นไร ยังเอาไปใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง”
ขอสดุดีคุณความดีของ คุณหมอมงคล ณ สงขลา ที่สร้างคุโณปการแก่สาธารณสุขไทย
ชื่อคุณหมอจะคงอยู่ตราบชั่วนิรันดร์
เครดิต ข้อมูลเรื่องจาก คุณ Chantorn Saubhayana

26/04/2021

ขอบพระคุณ รายการมุมใหม่ มากครับ

https://youtu.be/8X8asT5pcjk
26/04/2021

https://youtu.be/8X8asT5pcjk

ช่วงมุมใหม่ "OUI J’AIME"เจ้าของ คุณปิยะพร ตันคงคารัตน์สถาปนิก คุณสุริยะ อัมพันศิริรัตน์ - คุณขยาย นุ้ยจันทร์ บริษั...

ที่อยู่

57/10 หมู่3 ถนน ฉะเชิงเทรา-บางปะกง ตำบล บางกรูด อำเภอ บ้านโพธิ์
Ban Pho
24140

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Piasim Gardenผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์