DaDa Coffee 39 in 1 ดาด้าคอฟฟี่ เพจหลักบริษัทฯจัดจำหน่าย

DaDa Coffee 39 in 1 ดาด้าคอฟฟี่ เพจหลักบริษัทฯจัดจำหน่าย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก DaDa Coffee 39 in 1 ดาด้าคอฟฟี่ เพจหลักบริษัทฯจัดจำหน่าย, ร้านขายของชำ, 59/54 หมู่ 5 ตำบลละหาร, Bang Bua Thong.

☕ ยินดีต้อนรับสู่ DaDa Coffee
กาแฟที่ไม่ใช่แค่กาแฟ แต่ใส่ใจสุขภาพทุกแก้ว 💖
ดื่มง่าย รสชาติดี สดชื่นทุกเช้า พร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างลงตัว
มาดื่มกาแฟไปด้วยกัน แล้วให้ DaDa Coffee ดูแลทั้งร่างกายและพลังงานในทุกๆ วัน 🌿✨

เลือกได้ตามใจ  สุขสภาพดีอยู่ในมือคุณ
07/12/2025

เลือกได้ตามใจ สุขสภาพดีอยู่ในมือคุณ

มีที่ไหน ดื่มแล้วปังดื่มแล้ว สวย   ลองเลยซิ รออะไร  #กาแฟลดน้ำหนัก  #กาแฟลดน้ําหนัก  #กาแฟลดน้ำหนี่ก   #กาแฟเพื่อสุขภาพ ...
31/10/2025

มีที่ไหน ดื่มแล้วปังดื่มแล้ว สวย ลองเลยซิ รออะไร #กาแฟลดน้ำหนัก #กาแฟลดน้ําหนัก #กาแฟลดน้ำหนี่ก #กาแฟเพื่อสุขภาพ #กาแฟเพื่อสุขภาพดี #กาแฟเพื่อสุขภาพค่ะ #กาแฟเพื่อสุขภาพดีที่อยากบอกต่อ

29/10/2025

แค่ทดสอบการทำงานของ Ai เวอร์ชั่นฟรีได้ขนาดนี้เลยเหรอ
#กาแฟสุขภาพวัย40

👉ช่วยเพิ่มความสดชื่นช่วยทำให้ร่างกายกระปรี่กระเปร่า👉ช่วยบำรุงผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง 👉ช่วยเสริมคอลลาเจนข้อต่อในร่างกาย 👉ช...
29/10/2025

👉ช่วยเพิ่มความสดชื่นช่วยทำให้ร่างกายกระปรี่กระเปร่า

👉ช่วยบำรุงผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง

👉ช่วยเสริมคอลลาเจนข้อต่อในร่างกาย

👉ช่วยในการควบคุมน้ำหนักเเละเร่งการเผาพลาญ

ลดความเสี่ยงต่อโรคอันตรายกาแฟดาด้า คอฟฟี่ เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ รวมถึงมีส่วนช่วยในการลดความเสี...
27/10/2025

ลดความเสี่ยงต่อโรคอันตราย
กาแฟดาด้า คอฟฟี่ เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ รวมถึงมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงต่อโรคอันตรายต่าง ๆ ได้ดังนี้



โรคเบาหวานประเภท 2 การดื่มกาแฟดำในปริมาณที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และลดระดับน้ำตาลในร่างกายได้
โรคหัวใจและหลอดเลือด การดื่มกาแฟดำช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง โดยช่วยเพิ่มทำงานของหลอดเลือด การเผาผลาญน้ำตาล และลดความเครียดจากอนุมูลอิสระและการอักเสบของร่างกาย
มะเร็งบางชนิด การดื่มกาแฟดำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟดำจะช่วยป้องกันการทำลายดีเอ็นเอ ลดการอักเสบในร่างกาย
โรคพาร์กินสัน การดื่มกาแฟดำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคพาร์กินสันได้ เนื่องจากคาเฟอีนในกาแฟดำจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทที่ผลิตโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหวและอารมณ์
โรคอัลไซเมอร์ กาแฟดำมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ได้ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีนที่ช่วยลดการอักเสบ การทำลายเซลล์ในสมอง กระตุ้นระบบประสาท เพิ่มสมาธิ และลดการสะสมของเบต้า-อะไมลอยด์ในสมอง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์

1. คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานคาเฟอีนมีคุณสมบัติที่ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย (Metabolic Rate) โดยไปกระ...
25/10/2025

1. คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน
คาเฟอีนมีคุณสมบัติที่ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย (Metabolic Rate) โดยไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้น แม้ในช่วงที่ไม่ได้ออกกำลังกาย งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าคาเฟอีนสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ประมาณ 3–11% และช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ได้บริโภคคาเฟอีนเป็นประจำ ผลลัพธ์เหล่านี้ส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักและลดไขมันสะสมได้ในระยะยาว นอกจากนี้คาเฟอีนยังช่วยกระตุ้น Thermogenesis หรือกระบวนการผลิตความร้อนในร่างกาย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มพลังงานที่ถูกเผาผลาญโดยไม่ต้องออกแรงเพิ่ม

2. ลดความอยากอาหาร
อีกหนึ่งประโยชน์ของคาเฟอีนคือช่วยลดความอยากอาหาร ซึ่งมีผลต่อการควบคุมน้ำหนักโดยตรง คาเฟอีนไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนบางชนิดที่ช่วยควบคุมความหิว เช่น Peptide YY (PYY) และลดระดับ Ghrelin ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นความหิว การดื่มกาแฟดำก่อนมื้ออาหารจึงช่วยให้รับประทานน้อยลงโดยไม่รู้สึกหิวมากเกินไป หลายการศึกษายืนยันว่าการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยลดปริมาณแคลอรีที่รับเข้าในแต่ละวันได้ (ScienceDirect) นอกจากนี้เมื่อดื่มกาแฟดำซึ่งไม่มีน้ำตาลและนม ร่างกายจะได้รับผลดีต่อการลดน้ำหนักมากขึ้น โดยไม่เพิ่มพลังงานส่วนเกิน

3. เพิ่มพลังงาน รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า
คาเฟอีนทำงานโดยไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่ชื่อ Adenosine ซึ่งปกติจะทำให้รู้สึกง่วง เมื่อ Adenosine ถูกยับยั้ง ร่างกายจึงตื่นตัวและมีพลังงานมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่กาแฟช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีสมาธิ นอกจากนี้คาเฟอีนยังช่วยเพิ่มระดับ Dopamine และ Adrenaline ทำให้เรารู้สึกสดชื่นและพร้อมทำกิจกรรมทั้งวัน ผลการศึกษายังชี้ว่าการดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกายช่วยเพิ่มสมรรถนะการออกแรงได้ดีขึ้น ช่วยให้เผาผลาญพลังงานมากขึ้นอีกด้วย

4. พลังงานแคลอรีต่ำมาก ดื่มได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด
กาแฟดำแทบจะไม่มีแคลอรี (ประมาณ 2–5 กิโลแคลอรีต่อแก้ว) ทำให้สามารถดื่มได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ตราบใดที่ไม่ได้เติมน้ำตาล ครีมเทียม หรือสารให้ความหวานปริมาณมาก ซึ่งเป็นตัวเพิ่มแคลอรีที่แท้จริง การเลือกดื่มกาแฟดำจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรืออยู่ในช่วงลดไขมัน นอกจากนี้การดื่มกาแฟดำระหว่างช่วง Fasting (Intermittent Fasting) ก็ไม่ทำให้ร่างกายหลุดจากสภาวะเผาผลาญไขมัน เพราะแคลอรีต่ำจนแทบไม่มีผลต่ออินซูลิน

5. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง
กาแฟไม่ได้มีเพียงคาเฟอีน แต่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เช่น โพลีฟีนอล (Polyphenols) และคลอโรเจนิกแอซิด (Chlorogenic Acid) ซึ่งช่วยลดการอักเสบและปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่ากาแฟเป็นหนึ่งในแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระที่คนทั่วไปบริโภคมากที่สุดในโลก การดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด (Journal of Nutrition) เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ การดื่มกาแฟจึงไม่ได้ช่วยแค่ลดน้ำหนัก แต่ยังดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วย อย่างไรก็ตาม ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือครีมเพิ่มเติม

กาแฟดำลดน้ำความอ้วน ได้จริงไหม? กินตอนไหนถึงได้ประโยชน์ในปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ ดูแลหุ่นกันมากขึ้น ทุกคนรู้รึเป...
23/10/2025

กาแฟดำลดน้ำความอ้วน ได้จริงไหม? กินตอนไหนถึงได้ประโยชน์

ในปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ ดูแลหุ่นกันมากขึ้น ทุกคนรู้รึเปล่าว่า การดื่มกาแฟตอนเช้า สามารถลดความอ้วนได้ วันนี้เนสเพรสโซจะมาตอบคำถามว่า ดื่มกาแฟ ลดน้ำหนักได้จริงไหม? กาแฟดำลดความอ้วน กินตอนไหนถึงจะดี? พร้อมบอกเคล็ดลับดื่มกาแฟลดน้ำหนักยังไงให้เห็นผล
การดื่มกาแฟตอนเช้า มีส่วนช่วยลดความอ้วนได้จริง แต่จะต้องดื่มเป็นกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเพิ่มเติม โดยคาเฟอีนในกาแฟดำมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย และช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ง่ายต่อการควบคุมน้ำหนัก แต่การดื่มกาแฟเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการลดน้ำหนักให้เห็นผล ทุกคนควรออกกำลังกาย และคุมอาหารควบคู่ไปด้วย

หลักการทำงานของกาแฟในการลดน้ำหนักกระตุ้นระบบเผาผลาญ: คาเฟอีนในกาแฟช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ร่างกายเ...
21/10/2025

หลักการทำงานของกาแฟในการลดน้ำหนัก
กระตุ้นระบบเผาผลาญ: คาเฟอีนในกาแฟช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้มากขึ้น.
ลดความอยากอาหาร: การดื่มกาแฟดำช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ควบคุมการกินได้ง่ายขึ้น.
ขับสารพิษ: กาแฟไม่ได้สะสมในร่างกาย และจะถูกขับออกไปภายใน 4 ชั่วโมงหลังการดื่ม ซึ่งรวมถึงน้ำในร่างกายด้วย.

ประโยชน์ของมัทฉะโดยปกติแล้วผงมัทฉะธรรมดามีแคลอรีที่ต่ำมากและสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการไดเอทและสุขภาพที่ดีได้ การดื่มมัทฉะ...
19/10/2025

ประโยชน์ของมัทฉะ
โดยปกติแล้วผงมัทฉะธรรมดามีแคลอรีที่ต่ำมากและสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการไดเอทและสุขภาพที่ดีได้ การดื่มมัทฉะทุกวันนั้นมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านของสุขภาพกาย และสุขภาพจิต

อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)
มัทฉะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะ "คาเทชิน (catechins)" ซึ่งเป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ สารต้านอนุมูลอิสระที่มีความเข้มข้นสูงในมัทฉะช่วยให้ร่างกายป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและมะเร็งได้

ช่วยให้จิตใจความสงบ ผ่อนคลาย
มัทฉะมีกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน (amino acid L-Theanine) ซึ่งจะช่วยเพิ่มคลื่นอัลฟ่าในสมอง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายโดยไม่รู้สึกง่วงนอน สิ่งนี้สามารถช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ แอล-ธีอะนีนยังช่วยเพิ่มสมาธิและความจำ ทำให้มัทฉะเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ในการเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใส

บำรุงหัวใจ
การบริโภคมัทฉะเป็นประจำสามารถช่วยบำรุงหัวใจได้เนื่องจากมีผลในการลดคอเลสเตอรอล สารต้านอนุมูลอิสระในมัทฉะสามารถช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล LDL (คอเลสเตอรอลที่ "ไม่ดี") ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจได้

ให้พลังงานที่เสถียร
มัทฉะให้พลังงานที่เสถียรอ่อนโยน เนื่องจากการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของคาเฟอีนจากธรรมชาติและแอล-ธีอะนีน ทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉงแบบอ่อนโยน ซึ่งแตกต่างจากกาแฟซึ่งสามารถทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินได้ คาเฟอีนในมัทฉะจะถูกปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ทำให้ระดับพลังงานคงที่

ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
การศึกษาชี้ให้เห็นว่าคาเทชินในมัทฉะสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันได้ ซึ่งสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายการลดน้ำหนักได้ง่ายและเร็วขึ้น มัทฉะสามารถเป็นตัวช่วยเสริมที่ดีสำหรับการไดเอทและการใช้ชีวิตในประจำวัน

ล้างพิษในร่างกาย
คลอโรฟิลล์ที่มีอยู่ในมัทฉะ (ซึ่งทำให้มีสีเขียวสดใส) การดื่มชานี้เป็นประจำสามารถช่วยล้างพิษในร่างกายตามธรรมชาติ ขจัดสารพิษที่เป็นอันตรายออกจากระบบร่างกาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตับอีกด้วย

ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน
การรวมกันของสารต้านอนุมูลอิสระ, แอล-ธีอะนีน, EGCG (Epigallocatechin Gallate) และวิตามินต่างๆ ที่มีอยู่ในมัทฉะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

มัทฉะคืออะไร?มัทฉะ (Matcha) เป็นชาเขียวผงชนิดพิเศษที่ปลูกและผลิตในประเทศญี่ปุ่น เป็นส่วนสำคัญของพิธีชงชาแบบดั้งเดิมของญี...
17/10/2025

มัทฉะคืออะไร?
มัทฉะ (Matcha) เป็นชาเขียวผงชนิดพิเศษที่ปลูกและผลิตในประเทศญี่ปุ่น เป็นส่วนสำคัญของพิธีชงชาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีมานานหลายศตวรรษ และได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ คำว่า "มัทฉะ" นั้นแปลว่า "ชาผง"

"抹" อ่านว่า "มะ" และแปลว่า "ถู" หรือ "บด"
"茶" อ่านว่า "ชา" แปลว่า "ชา"

ดังนั้น เมื่อรวมกันแล้ว "抹茶" หมายถึง "ชาบด"หรือ"ชาผง" ซึ่งก็คือมัทฉะนั่นเอง - ผงบดละเอียดของใบชาเขียวที่ปลูกเป็นพิเศษและแปรรูป

ต้นกำเนิด
ต้นกำเนิดของมัทฉะต้องย้อนกลับไปที่ประเทศจีนในช่วงราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) ชาวจีนในยุคนั้นจะนำใบชามานึ่งแล้วปั้นเป็นก้อนอิฐเพื่อความสะดวกในการขนส่งและค้าขาย จากนั้นนำก้อนชาเหล่านี้มาบดเป็นผงแล้วผสมกับน้ำร้อน การบริโภคชารูปแบบนี้ได้แพร่ไปยังประเทศญี่ปุ่นโดยพระสงฆ์ชื่อ Eisai ในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 ซึ่งชาชนิดนี้ถูกใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาในอารามทางพุทธศาสนา

อย่างไรก็ตาม ในญี่ปุ่นนั้นการเพาะปลูกและการบริโภคชาผงนั้นเฟื่องฟูอย่างแท้จริง ในที่สุดก็พัฒนาเป็นรูปแบบพิเศษที่เรียกว่ามัทฉะ ชาวญี่ปุ่นเริ่มปลูกต้นชาในที่ร่มเพื่อเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบ ซึ่งทำให้ผงชาที่ได้มีสีเขียวสดใสและมีรสชาติเฉพาะตัว วิธีการปลูกนี้ยังช่วยเพิ่มระดับของสารอาหารบางชนิดในชา รวมทั้งแอล-ธีอะนีนและคาเฟอีน

ในศตวรรษที่ 16 ปรมาจารย์ด้านชาชื่อ Sen no Rikyu ได้กำหนดวิธีการทำและเสิร์ฟมัทฉะตามแบบพิธีการ ซึ่งสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นและยังคงปฏิบัติตามมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญในการทำให้มัทฉะเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นซามูไรของญี่ปุ่นอีกดวย

เมื่อเวลาผ่านไป มัทฉะกลายเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมและประเพณีของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านพิธีชงชาที่เรียกว่า "ชาโนยุ (Chanoyu)" หรือวิถีแห่งชา พิธีนี้เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ความเคารพ ความบริสุทธิ์ และความเงียบสงบ

แม้ว่ามัทฉะจะเลิกได้รับความนิยมในจีนและนิยมนำไปชงเป็นชาใบหลวมแทน แต่ก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมญี่ปุ่นและเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลกในศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันมัทฉะได้รับความนิยมไม่เพียงแค่รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และประโยชน์ต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งอีกด้วย

ชาเขียวมัทฉะลดน้ำหนัก กินตอนไหน กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์การกินชาเขียวมัทฉะเพื่อลดน้ำหนักนั้นสามารถกินได้ในช่วงที่ออกกำลั...
15/10/2025

ชาเขียวมัทฉะลดน้ำหนัก กินตอนไหน กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์
การกินชาเขียวมัทฉะเพื่อลดน้ำหนักนั้นสามารถกินได้ในช่วงที่ออกกำลังกาย หรือกินชาเขียวหลังอาหารเพื่อให้สารสำคัญในชาเขียวมัทฉะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อร่างกาย หรือหากกินชาเขียวมัทฉะก่อนนอนประมาณ 2 ชั่วโมงก็สามารถช่วยให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การกินชาเขียวมัทฉะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยเรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเท่านั้น จึงควรทำควบคู่ไปกับการคุมอาหารลดน้ำหนักและออกกำลังกาย เพื่อให้การลดน้ำหนักเห็นผล

สำหรับใครที่ต้องการคำปรึกษาการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตนเองที่สุด สามารถขอคำปรึกษาได้ฟรี

เคล็ดไม่ลับ เลือกกินชาเขียวมัทฉะอย่างไรเพื่อลดน้ำหนักการกินชาเขียวมัทฉะในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิท...
13/10/2025

เคล็ดไม่ลับ เลือกกินชาเขียวมัทฉะอย่างไรเพื่อลดน้ำหนัก
การกินชาเขียวมัทฉะในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้กินชาเขียวมัทฉะปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยชาเขียวร้อน 1 แก้ว 200 ซีซี มีปริมาณคาเทชีนประมาณ 100-200 มิลลิกรัม ดังนั้น แนะนำให้รับประทานชาเขียวมัทฉะ 1-2 แก้ว ต่อวัน นอกจากนี้ไม่ควรชงด้วยน้ำร้อนจัดเพราะอาจทำให้คาเทชีนเสียสภาพไป นอกจากนี้ไม่ควรกินรวดเดียว แต่ให้ทยอยจิบทั้งวันจะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ดูดซึมคาเทชีนดีกว่า

ที่สำคัญ การกินชาเขียวมัทฉะเพื่อลดน้ำหนัก ควรจะกินในรูปแบบเพียว ๆ ไม่ใส่น้ำตาล น้ำผึ้ง นม หรือส่วนผสมอื่น ๆ ที่ให้รสหวาน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มแคลอรีให้กับเครื่องดื่ม นอกจากไม่ทำให้น้ำหนักลดแล้ว ยังอาจเพิ่มน้ำหนักอีกด้วย

ที่อยู่

59/54 หมู่ 5 ตำบลละหาร
Bang Bua Thong
11110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ DaDa Coffee 39 in 1 ดาด้าคอฟฟี่ เพจหลักบริษัทฯจัดจำหน่ายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์