รู้จัก...มะขามหวาน “ ไร่สามพี่น้อง ”
ประวัติความเป็นมา :
จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ลักษณะภูมิประเทศเต็มไปด้วยขุนเขา มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่บนดอยสูงมากมาย แต่ถ้าจะพูดถึงผลไม้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เชื่อว่าคนทั่วไปจะต้องนึกถึง “มะขามหวาน” เพราะตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา มะขามหวานเพชรบูรณ์มีชื่อเสียงมาก และมีพันธุ์มะขามหวานมากมายหลา
ยสายพันธุ์ อาทิเช่น พันธุ์สีทอง, ศรีชมภู, อินทผลัม, ประกายทอง, ขันตี และหมื่นจง ฯลฯ แต่พันธุ์ที่เป็นที่นิยมและตลาดมีความต้องการสูงคือ พันธุ์สีทอง และพันธุ์ศรีชมพู (พันธุ์สีทองมีรสชาติหวาน พันธุ์ศรีชมพู มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับว่ามีรสชาติถูกปาก มีความอร่อย เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้บริโภค เพราะมีความหอม เหนียว หวาน รสชาติดี ดังนั้นจึงเป็นพันธุ์ที่เหมาะจะนำมาทำเป็นมะขามหวานแปรรูป หรือมะขามหวานแกะเมล็ดมากที่สุด
ที่อำเภอห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่ตั้งของไร่มะขามหวาน ชื่อว่า “ไร่สามพี่น้อง” ซึ่งมี ฯพณฯ ท่าน พล.อ.อัสนี สมุทรเสน เป็นเจ้าของไร่ และมี น.ส.อารียา เลี่ยมพุธทอง เป็นผู้จัดการดูแลไร่มะขามหวาน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ และปลูกเฉพาะพันธุ์มะขามสีทอง, ศรีชมพูเป็นส่วนใหญ่ จากการที่ได้ทำสวนมะขามและได้มีการจำหน่ายแบบฝักสดมานาน ทำให้คุณอารียามีความคิดที่จะแปรรูปผลผลิตให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น เก็บได้นาน และเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตให้สูงขึ้น ในปี พ.ศ. 2535 ได้เริ่มนำผลผลิตมะขามหวานพันธุ์ศรีชมพูมาแปรรูป โดยการนำมาทำเป็นมะขามหวานไร้เมล็ด โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นคือได้นำมะขามมาปอกเปลือก แกะเมล็ด เพื่อพร้อมสำหรับบริโภค และนำมาเรียงในบรรจุภัณฑ์พลาสติกใสทรงกลมปรากฏว่าได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และมีการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากและอย่างต่อเนื่องตลอดมา
หลังจากที่ได้เริ่มดำเนินการแปรรูปมะขามหวานมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี และผลตอบรับที่สะท้อนกลับมาเป็นไปในทางที่ดี และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ (มียอดขายและลูกค้าเพิ่มมากขึ้น) รูปแบบและระบบต่างๆ ในสายการผลิตจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้น และสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ ความสะอาด และคุณภาพของวัตถุดิบเมื่อกิจการดำเนินไปได้เป็นที่น่าพอใจ ตลาดเติบโตขึ้นมาตรฐานการผลิตจึงต้องพิถีพิถันขึ้น การคัดสรรวัตถุดิบจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวนวัตถุดิบต้องมีมากขึ้น ซึ่งแหล่งที่มาของวัตถุดิบเราใช้วัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมด นอกจากจะใช้วัตถุดิบจากทางไร่สามพี่น้องเองแล้ว เรายังมีความจำเป็นที่จะต้องหาวัตถุดิบเพิ่มเติม ดังนั้นทางไร่สามพี่น้องจึงได้มีการกระจายรายได้ให้กับชุมชน โดยมีการับซื้อวัตถุดิบจากแหล่งชุมชนในหมู่บ้าน และชุมชนใกล้เคียง และได้มีการให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดหาวัตถุดิบมาให้ทางเราด้วย ซึ่งสามารถสร้างรายได้ สร้างความสามัคคี และความเข้มแข็งให้กับชุมชน และกระตุ้นให้เกิดการหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป และทางไร่สามพี่น้องก็มีการขยายปัจจัยการผลิตอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบตลอดมา มีศักยภาพในการผลิตได้มากและคุณภาพคงเดิม การผลิตก็ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างมลภาวะที่เป็นพิษใดๆ ทั้งสิ้นให้กับท้องถิ่นนั้นด้วย
ในทางด้านตลาดลูกค้า ตลาดที่สำคัญในตอนแรกคือตลาดในกรุงเทพฯ เพราะตัวคุณอารียาเองมีบ้านพักอยู่ในกรุงเทพฯ บริเวณซอยรามคำแหง 21 (นวศรี) ตลาดในกรุงเทพฯ จึงเป็นตลาดหลักในการกระจายสินค้า และเป็นการวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า, ตลาด อ.ต.ก., Golden Place, ดอยคำ, ห้าง UFM, ตลาดบองมาเช่ แต่เพราะว่าคุณอารียาต้องดูแลกิจการหลายด้านทั้งการผลิต และการตลาดประกอบกับมีบ้านพักที่กรุงเทพฯ จึงไม่ค่อยมีเวลาไปดูแลกิจการด้านการผลิตที่ จ.เพชรบูรณ์ได้อย่างเต็มที่ จึงจำเป็นที่จะต้องย้ายฐานการผลิตทั้งหมดมาที่ จ.พิษณุโลก เมื่อปีพ.ศ. 2550 เพราะที่ จ.พิษณุโลกแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ สวนแสง – ยินดี ตั้งอยู่เลขที่ 111/1 ม. 12 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสวนมะขามหวานพันธุ์ดีอีกแห่งหนึ่งของคุณอารียา และก็ได้ปลูกพันธุ์สีทองและศรีชมพูเป็นหลักเช่นเดียวกัน (ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นของคุณพ่อแสง – คุณแม่ยินดี เลี่ยมพุธทอง ซึ่งเป็นบิดา – มารดาของคุณอารียา) การย้ายฐานการผลิตมาที่จังหวัดพิษณุโลกมีเหตุผลหลายประการ คือ
1. วัตถุดิบ หมายถึง แหล่งมะขามหวานที่มีคุณภาพ ที่ อ.วังทอง บ้านทรัพย์ไพรวัลย์ ก็เป็นอีกแหล่งหนึ่ง ที่มีการรวมตัวของมะขามหวานพันธุ์ดีมากมาย รสชาติหวาน ฝักใหญ่ เป็นแหล่งที่เกษตรสามารถผลิตมะขามหวานพันธุ์สีทอง และศรีชมพูได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้เป็นที่ต้องการของพ่อค้า และตลาดที่ต้องการแปรรูปเป็นจำนวนมาก
2. ทำให้สายการผลิตมีระบบมากขึ้น เนื่องจากที่สวนแสง – ยินดี ได้มีคุณพัฒนี เลี่ยมพุธทอง ซึ่งเป็นน้องสาวคุณอารียา ดูแลกิจการในสวนอยู่ จึงได้แบ่งหน้าที่ในการดูแลด้านการผลิตทั้งหมดของมะขามหวานแปรรูปมาที่คุณพัฒนี ส่วนคุณอารียาเองจะได้มีเวลาในการดูแลเรื่องการตลาดอย่างเต็มที่
3. ความคล่องตัวในการผลิต เพราะสามารถสร้างกลุ่มของชาวบ้าน จ้างแรงงานในชุมชนมามีส่วนช่วยในการผลิต มีการกระจายรายได้สู่ชุมชน ขั้นตอนการผลิตก็มีทั้งตั้งแต่เริ่มปอกเปลือกแกะเมล็ด และการบรรจุลงกล่อง ทำให้กลุ่มแม่บ้านซึ่งว่างงานทำให้มีงานทำเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ในระดับหนึ่ง
ทางไร่สามพี่น้อง ได้มีการปันผลกำไรส่วนหนึ่ง ให้เป็นประโยชน์กับชุมชนมาช่วยในกิจการของโรงเรียนในชุมชน คือ โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ช่วยในกิจการวันแม่ เช่น ช่วยในเรื่องการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก รวมถึงการทำสื่อการเรียนการสอนมามอบให้กับโรงเรียน เพื่อให้ครูอาจารย์ได้สามารถศึกษาจากบันทึกสื่อการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการสอนให้ดีและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ได้ย้ายฐานการผลิตมาแล้ว ก็ได้ทำการก่อสร้างอาคารผลิต – แปรรูปมะขามอย่างถูกต้องตามหลักการขององค์การอาหารและยา (อย.) ทุกประการ ในปี พ.ศ. 2552 ทางไร่สามพี่น้องได้ทำการยื่นขอจดทะเบียนอาหารปลอดภัยต่อทางกระทรวงสาธารณสุข จ.พิษณุโลก เพื่อให้เป็นที่มั่นใจของผู้บริโภคและเพื่อยกระดับของสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนด และทางกระทรวงฯ ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบสถานที่ผลิตว่าทางเราได้ผลิตได้สะอาด ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ หรือไม่
ซึ่งปรากฏว่าทางไร่สามพี่น้องได้มีการผลิตที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง คือ สะอาด ปลอดภัยถูกหลักอนามัยตามกฎกระทรวงสาธารณสุข และทางไร่สามพี่น้องได้ขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์กับทาง อย. 3 ชนิด คือ มะขามหวานไร้เมล็ด มะขามคลุกไร้เมล็ด และมะขามแช่อิ่มไร้เมล็ด ซึ่งทั้ง 3 ชนิด ก็ได้ผ่านหลักเกณฑ์ทุกอย่าง ทำให้ทางไร่สามพี่น้องยิ่งมั่นใจในคุณภาพของสินค้าและการผลิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งดูได้จากผลตอบรับของผู้บริโภคที่มีการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง และมีลูกค้ารายใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา
ในด้านการภาชนะบรรจุภัณฑ์ ได้มีการพัฒนารูปแบบกล่องบรรจุภัณฑ์และตราสินค้าให้ดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น ครั้งแรกที่มีการผลิต จะผลิตเฉพาะกล่องกลมแพ็ค และกล่องทรงสูง ซึ่งมีแค่ 2 ขนาดเท่านั้น (และมีแค่มะขามหวานศรีชมภูไร้เมล็ด) ต่อมาลูกค้าขอให้มีการผลิตขนาดของกล่องให้มีหลากหลายมากขึ้น เพื่อราคาที่เหมาะสม ซึ่งตรงกับแนวคิดของกลุ่มพอดี ที่กำลังต้องการเพิ่มชนิดของสินค้า และสินค้าแปรรูปที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้แก่ มะขามคลุกไร้เมล็ด มะขามคลุกบ๊วยไร้เมล็ด มะขามแช่อิ่มไร้เมล็ด และมะขามหวานสีทองไร้เมล็ด ทางไร่สามพี่น้องจึงได้ทำการเพิ่มรูปแบบใหม่และให้มีขนาดที่เหมาะสม ราคาย่อมเยา ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น และเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ทั้งนี้ เพื่อเสริมคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับแก่ผู้บริโภคทั่วไป
ส่วนในด้านตราสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ครั้งแรกได้มีการทำสติ๊กเกอร์แบบธรรมดาทั่วไป พิมพ์แค่คำว่าไร่สามพี่น้อง และสถานที่ตั้งของไร่เท่านั้น หลังจากนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ เพื่อให้ดูสวยงาม ทันสมัย และสามารถบอกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน และยิ่งทางฝ่ายผลิตได้รับมาตรฐานการผลิตจากกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องยิ่งเพิ่มความชัดเจนในสินค้าให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยมีการแยกประเภทของผลิตภัณฑ์ออกเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ มะขามหวานไร้เมล็ด, มะขามคลุกไร้เมล็ด และมะขามแช่อิ่มไร้เมล็ด (โดยมีฉลากกำกับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เพื่อให้ดูมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีฉลากแจ้งถึงส่วนประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิต มีวัน เดือน ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อสถานที่ตั้ง สถานที่ผลิต และขนาดบรรจุ พร้อมทั้งมีคำเตือนในการเก็บรักษาสินค้า ดังนั้น รูปแบบใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่ทางไร่สามพี่น้องได้จัดทำขึ้นมาใหม่ คิดว่าได้บ่งบอกเอกลักษณ์ต่อผลิตภัณฑ์ และตามมาตรฐานสากลเชิงการค้าได้
ส่วนในด้านของลักษณะบรรจุภัณฑ์ จากเดิมจะเป็นพลาสติกใส PVC (ซึ่งเป็นเกรดที่ใช้กับอาหารโดยเฉพาะ) ทางผู้ผลิตได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นพลาสติกใสแข็ง ซึ่งมีความสวยงามกว่า สะอาดและแข็งแรงในการขนส่ง มีความเหมาะสมกับวัตถุดิบที่บรรจุ นอกจากนั้นยังมีฉลากภาษาไทยแสดงข้อความครบถ้วน ทั้งชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อที่ตั้ง สถานที่ผลิต และขนาดบรรจุ แสดงวัน เดือน ปีที่ผลิต ชัดเจน
ปัจจุบันในด้านการตลาดของมะขามหวานแปรรูป “ไร่สามพี่น้อง” ได้มีการขยายตลาดออกสู่ภูมิภาคต่างๆ อย่างต่อเนื่องในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ และในอนาคตอาจมีการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป
แผนงานการผลิตในอนาคต
นับจากแรกเริ่มการผลิตมะขามหวานตรา “ไร่สามพี่น้อง” จนถึงปัจจุบันนี้ ทางเราได้พัฒนารูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รูปแบบบรรจุภัณฑ์ ตราฉลากสินค้า ให้ดูมีมาตรฐานมากขึ้นสวยงามมากขึ้น รวมทั้งแผนการจัดจำหน่าย ซึ่งได้ขยายตลาดการจำหน่ายสู่ภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากการจำหน่ายเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ทางเราได้ขยายตลาดการจำหน่ายไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ อีกหลายจุด เพื่อที่จะได้เป็นฐานการจำหน่ายสินค้า “ตราไร่สามพี่น้อง” ได้อย่างถาวร มั่นคง และยังได้เพิ่มรูปแบบของตัวสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย เช่น มะม่วงหยี, มะม่วงคลุกบ๊วย, มะขามหยี, มะขามคลุกบ๊วย, มะขามแช่อิ่ม เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสที่จะเลือกบริโภคได้ตามความต้องการ ซึ่งตัวสินค้าต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นนี้ก็ยังตั้งอยู่บนมาตรฐานการผลิตที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ใหม่ สด อยู่เสมอ
ในส่วนของการลดต้นทุนการผลิตนั้น ทางไร่สามพี่น้องมีแผนงานที่จะลดต้นทุนและภาระต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนในเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากเป็นนโยบายประชานิยมของรัฐบาลปัจจุบัน ทางเราจึงต้องคิดหาทางลดต้นทุนในเรื่องอื่นๆ เพื่อที่จะได้มาทดแทนในส่วนที่จำเป็นจะต้องเสีย เช่น ปัจจุบันทางเราต้องเก็บวัตถุดิบ (มะขามฝัก) ในห้องเย็น ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจะต้องจ่ายค่าฝากเป็นรายเดือน ต่อกิโลกรัม เมื่อนำมาคำนวณเป็นต้นทุนการผลิตก็นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงระดับหนึ่ง ทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายในด้านการขนส่งเพื่อนำฝากและค่าใช้จ่ายเมื่อต้องการเบิกวัตถุดิบมาใช้ ต้องเดินทางไกลในการขนสินค้าไปและกลับ เพราะที่จังหวัดพิษณุโลกไม่มีห้องเย็นในการเก็บสินค้า ทางไร่สามพี่น้องจึงมีความคิดที่จะตั้งห้องเย็นของตัวเองเพื่อเก็บวัตถุดิบที่จะหามาได้ทั้งหมดในแต่ละปี อาจจะเป็นการลงทุนในระยะเริ่มแรกเพื่อเก็บสินค้าของตัวเอง จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงได้พอสมควร และจะมีการขยายให้มีศักยภาพเพื่อที่จะรองรับกับสินค้าอื่นๆ ของผู้ที่ต้องการฝากสินค้าไว้ในห้องเย็น ซึ่งจะทำให้ทางไร่สามพี่น้องมีรายได้จากการรับฝากสินค้าขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะขยายให้เพิ่มมากขึ้นถ้าความต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบัน น้องแป้งได้เข้ามาช่วยคุณป้าดูแล หากขาดตกบกพร่องประการใด ต้องขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี่ด้วยค่ะ