27/06/2026
สอดแน่-แม่สอด
นกแอร์พาเราสองคนมาถึงแม่สอดของจังหวัดตากในเวลาประมาณ 15.45 น. ช่วงที่เดินลงจากเครื่องและตัดลานบินเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร เราต่างรู้สึกถึงอากาศแบบพิเศษของแม่สอดได้ในทันที นั่นคือในความร้อนของช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็มีความเย็นของอากาศแทรกอยู่ด้วยอย่างสบาย ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างจากกรุงเทพมหานครได้อย่างฉับพลันทันที จากนั้นเราก็นั่งรถเข้าเมือง จนถึงโรงแรมทีค (ไม้สัก) อันเป็นที่พักชั่วคราวในสองคืนข้างหน้านี้ โรงแรมค่อนข้างใหม่ สวยงามน่ารัก จะว่าเป็นสถาปัตย์อัตคัต (minimalistic architecture) ก็เรียกได้ไม่เต็มปากนัก ชะโงกดูจากชั้นห้า เห็นสระว่ายน้ำที่ดูสงบร่มรื่น น่าลงไปร่วมสังฆกรรมด้วยยิ่งนัก น่าสงสารที่ไม่มีทั้งเวลาและกางเกงว่ายน้ำ
การคุยงานเรื่องแม่สอดเริ่มต้นเกือบจะทันที โดยเริ่มจากการกำหนดหัวข้อที่จะพูดคุยทั้งหมด ซึ่งต้องเรียกคนมาคุยอีกหลายคนในวันพรุ่งนี้ รายละเอียดของงานคงไม่น่าสนใจสำหรับใครนัก เล่าเรื่องของเมืองแม่สอดกันดีกว่าว่า นครแห่งนี้กำลังเผชิญกับสถานการณ์อย่างไรอยู่บ้าง
เมืองแม่สอดอยู่ในจังหวัดตากก็จริง แต่ด้วยความห่างไกลที่ห่างไกลจากตัวเมืองตาก ทำให้คนท้องถิ่นถือตนเองว่าเป็นคนแม่สอดมากกว่าคนตาก อำเภอที่ใกล้เคียงกันอย่างพบพระ ก็มีความแตกต่างหลากหลายออกไป จนไม่ถือเป็นพวกเดียวกัน ฟังเผิน ๆ เหมือนจะเป็นปัญหา แต่ความจริงเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของจังหวัดตากทีเดียว ก็ครั้งหนึ่งเมืองแม่สอดแห่งนี้ก็เกือบถูกยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยอยู่แล้ว
แม่สอดในวันนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากนโยบายปราบปรามสแกมเมอร์ในฝั่งเมียนมาร์ จนเศรษฐกิจทรุดตัวลงมาก พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเมืองแม่สอดอาศัยเงินทองที่ได้สแกมเมอร์หรอกนะครับ เพียงแต่การปราบปรามสแกมเมอร์ด้วยนโยบายสามตัด นั่นคือ ตัดไฟฟ้า ตัดอินเตอร์เน็ต และตัดน้ำมัน ซึ่งยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ได้ส่งผลกระทบที่รุนแรงและต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจส่วนอื่นของแม่สอดไปด้วย ปัญหาคือถ้าจะคิดผ่อนปรนกันในเรื่องนี้ จะกลายเป็นการส่งเสริมให้สแกมเมอร์กลับฟื้นคืนชีพได้หรือไม่ ทุกวันนี้ก็มีคนแอบกระซิบว่า ยังไม่ตายจริง หากอยู่ในสภาพผีดิบอยู่แล้วด้วยซ้ำไป
แต่กรอบปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นกลับมาอยู่ตรงที่ว่า เมืองแม่สอดขาดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอย่างแท้จริง ตัดสินใจแล้วหรือยังว่าแม่สอดจะเป็นเมืองชายแดนของประเทศไทยที่มีมาตรฐานสากล? หรือเป็นเมืองที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางระหว่างอนุภูมิภาคต่าง ๆ ในเอเชีย? หรือเป็นเมืองที่มีกลไกการตลาดและเศรษฐกิจของตัวเองอย่างโพยก๊วน ฯลฯ ? ทุกวันนี้ป้ายที่เขียนว่า “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ ปัญหาคือ มันมีแต่ป้าย เปล่า ๆ ที่แทบจะหาความพิเศษในกลไกเศรษฐกิจอย่างไรมิได้เลย
ผมออกจะเห็นใจคนแม่สอดและเห็นโอกาสที่สูญเสียไปอย่างมากมายเหลือเกิน แต่ก็บอกเขาตรง ๆ ว่าผมช่วยอะไรไม่ได้มากมายนัก นอกจากจะช่วยนำประสบการณ์และแนวความคิดมาสมทบกับคนท้องถิ่น ก็ได้ออกมาประมาณ 7 ชิ้นงาน ซึ่งจะได้นำมาคุยกันแบบเรียงลำดับไปตั้งแต่หลังมื้อเช้าในวันพรุ่งนี้ หวังว่าจะช่วยบรรเทาทุกข์กันได้บ้าง.
จักรภพ เพ็ญแข
27 มิ.ย. 69