Familybestbuy ขายสินค้าแม่และเด็กราคาถูก ส่งถึงบ้านทุกทิศทั่วไทย

06/05/2026

🛑 หยุดวิ่งตาม #ลูกบ้านอื่น ก่อนที่ #ลูกบ้านเรา จะหมดไฟ

เคยไหมครับ? เห็นโพสต์ลูกเพื่อนเรียนพิเศษ เห็นลูกคนรู้จักได้รับรางวัล หรือ ไปเข้าค่าย ไปทำกิจกรรม ไปสอบ แล้วอยู่ดีๆ #เราก็นั่งไม่ติด... พ่อโต้งเคยครับ 😅

นี่คือ #วงจรความเครียดที่มองไม่เห็น ที่กำลังกัดกินหลายครอบครัว

👀 เห็นคนอื่นเรียน ➡️ กลัวลูกตามไม่ทัน ➡️ รีบอัดตารางเพิ่ม ➡️ เห็นคนอื่นเรียนหนักกว่า ➡️ เราก็เพิ่มอีก! ➡️ เครียดกันทั้งบ้าน

สุดท้ายมันกลายเป็น #การแข่งขันที่ไม่มีเส้นชัย และที่น่าเศร้าคือ... เรากำลังเอาลูกไปแข่งในลู่ที่เขาไม่ได้เลือกเอง และ หลายๆ ลู่ก็ไม่ได้เหมาะกับลูกเราเลย

ความจริงที่งานวิจัยบอกเรา คือ สมองเด็กไม่ได้โตหรือ ดี จากการ.... เร่ง ✅️

เด็กที่ถูกเคี่ยวเข็ญจนเกินพิกัด อาจจะ #เก่งเร็ว แต่ส่วนใหญ่มักจะ หมดไฟไว หรือ Burnout เร็วเช่นเดียวกัน ถ้าไม่ได้มาจากความต้องการของตัวเด็กเอง

#มากกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า
เด็กที่เรียนแต่พอดี มีเวลาได้เล่น ได้ลองผิดลองถูกและได้มีพื้นที่ว่างในสมอง กลับเป็นเด็กที่มี

✅ EF (Executive Function) ที่แข็งแรง
✅ ความคิดสร้างสรรค์ ที่ไม่ถูกกรอบตีไว้
✅ ความมั่นใจ จากการค้นพบตัวเอง

ลองเปลี่ยนคำถามใหม่... เพื่อใจของลูกดูไหมครับ

จากที่เคยถามว่า คนอื่นเรียนอะไรกันบ้าง?
ลองเปลี่ยนเป็น ลูกเราชอบและถนัดอะไรบ้าง?

จากที่เคยกลัวว่า ถ้าไม่เรียนจะตามคนอื่นทันไหม?
ลองเปลี่ยนเป็น ถ้าเรียนขนาดนี้ ลูกยังมีรอยยิ้มอยู่ไหม?

รู้ไหมครับว่า ความสำเร็จของลูกเรา... ไม่เคยมีมาตรวัดเดียวกับ ความเร็วของลูกคนอื่น

ทางออกที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งให้เร็วกว่าใคร แต่คือการรู้ว่า ลูกเราควรวิ่งท่าไหน ลู่ไหน ...ถึงจะไปได้ไกลและมีความสุขที่สุด 😊

เรากำลังรักลูก หรือกำลังรักความสำเร็จของลูก

บ้านไหนเคยตกอยู่ในวงจรนี้บ้าง?
มาแชร์วิธีมูฟออนกันครับ

#ดีต่อลูก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #ความสุขของลูก #ไม่เปรียบเทียบ

https://s.shopee.co.th/1qYckIGaPt
05/05/2026

https://s.shopee.co.th/1qYckIGaPt

วันนี้ Shopee 5.5 ห้ามพลาดโค้ดส่วนลดสูงสุด 50% ช้อปคุ้มได้ทั้งวัน พร้อมดีลสินค้าเด็ดราคาเดียว 500 บาท ให้ช้อปง่าย ส่.....

29/04/2026

ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีเงิน... ลูกจะดูแลตัวเองได้ไหม?
ฝึกทักษะการเอาตัวรอดพื้นฐาน (Survival Skills) ที่ไม่ต้องใช้เงิน [คลิกอ่าน..]

สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องชวนคิดที่แอบจริงจังนิดนึง แต่รับรองว่ามีประโยชน์มาก ๆ มาฝากกันครับ ^^
ทุกวันนี้เวลาลูกหิว เราก็แค่กดสั่งเดลิเวอรี่ เสื้อผ้าขาดก็ซื้อใหม่ ของเล่นพังก็โยนทิ้งแล้วกดโอนเงิน // บางครั้งความสะดวกสบายเหล่านี้ก็ทำให้ผมแอบคิดขึ้นมาเหมือนกันครับว่า "ถ้าเกิดวันนึง สถานการณ์พลิกผัน เราไม่มีเงินเหมือนเดิม หรือเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ลูกของเราจะดูแลตัวเองได้ไหม?"
เรามักจะสอนลูกเรื่องการ "หาเงิน" และ "เก็บเงิน" แต่บางทีเราอาจจะลืมสอนทักษะที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ "ทักษะการเอาตัวรอด (Survival Skills)" ที่ไม่ต้องพึ่งพาเงินเลยครับ
วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกบ้าน มาจำลองสถานการณ์และฝึกทักษะชีวิตพื้นฐาน ที่จะเป็น "ภูมิคุ้มกัน" ให้ลูกเอาตัวรอดได้ในทุกจังหวะของชีวิตกันครับ
[1] ทักษะ "ทำอาหารง่าย ๆ ประทังหิว" (Basic Cooking)
ถ้าไม่มีเงินสั่งอาหาร ลูกทอดไข่เป็นไหม? หุงข้าวได้หรือเปล่า? // ลองชวนลูกเข้าครัวตั้งแต่วันนี้เลยครับ เริ่มจากเมนูง่าย ๆ อย่างไข่ต้ม ไข่เจียว หรือข้าวผัด // สอนให้เขารู้จักกะปริมาณน้ำ วิธีเปิดเตาแก๊ส หรือใช้ไมโครเวฟอย่างปลอดภัย // ทักษะนี้จะทำให้เขามั่นใจว่า "ถึงไม่มีเงินไปกินของหรู ๆ แต่หนูก็ทำให้อิ่มท้องได้ด้วยสองมือของตัวเองครับ"
[2] ทักษะ "ซ่อมแซมสิ่งของ" (Basic Repairing)
ของพังไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งแล้วซื้อใหม่เสมอไปครับ // เสื้อผ้าขาด ลองสอนลูกจับเข็มร้อยด้ายเย็บกระดุมดูครับ ของเล่นมีรอยแยก ลองชวนเขาใช้กาวติด หรือเอาเทปกาวมาพัน // "ของชิ้นนี้เราซ่อมได้นะลูก ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่เลย" // นี่คือการสอนให้เขารู้จักคุณค่าของสิ่งของ และดึงความสร้างสรรค์ (Resourcefulness) ออกมาใช้แก้ปัญหาครับ
[3] ทักษะ "ปฐมพยาบาลเบื้องต้น" (Basic First Aid)
เรื่องนี้สำคัญมากครับ! ถ้าเกิดหกล้ม เลือดออก หรือโดนน้ำร้อนลวก ตอนที่ผู้ใหญ่ไม่อยู่ ลูกรู้ไหมว่าต้องทำยังไง? // ชวนลูกมาเปิดกล่องปฐมพยาบาลที่บ้านครับ สอนวิธีล้างแผลด้วยน้ำสะอาด วิธีแปะพลาสเตอร์ หรือการประคบน้ำแข็ง // การที่เขารู้วิธีดูแลตัวเองตอนเจ็บป่วยเบื้องต้น จะช่วยลดความตื่นตระหนก และเป็นทักษะติดตัวที่ประเมินค่าไม่ได้เลยครับ
[4] ทักษะ "หาความสุขโดยไม่ใช้เงิน" (Finding Joy for Free)
อันนี้คือทักษะการเอาตัวรอดทางจิตใจ (Mental Survival) ครับ // เวลาลูกเบื่อ แล้วร้องจะไปเดินห้างหรือไปคาเฟ่ ลองท้าทายเขาดูว่า "วันนี้เรามาหาวิธีสนุกกันแบบไม่ต้องใช้เงินสักบาทดีไหม?" // อาจจะเป็นการรื้อบอร์ดเกมเก่ามาเล่น, วาดรูปด้วยสีที่เหลืออยู่, หรือออกไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน // สอนให้เขารู้ว่า ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้ถูกผูกติดอยู่กับการใช้จ่ายเสมอไปครับ
มรดกที่ดีที่สุดที่เราจะทิ้งไว้ให้ลูก อาจจะไม่ใช่ตัวเลขในบัญชีที่มากมายเสมอไปนะครับ // แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้เขาว่า ไม่ว่าโลกจะเหวี่ยงสถานการณ์แบบไหนมาให้ เขาก็จะสามารถ "ยืนหยัดและเอาตัวรอด" ได้ด้วยตัวเองครับ
วันหยุดนี้ บ้านไหนมีแพลนจะฝึกลูกเข้าครัว หรือชวนกันซ่อมของเล่นบ้าง แวะมาเล่าให้ผมฟังในคอมเมนต์หน่อยนะครับ ผมรออ่านและขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวในการสร้างทักษะชีวิตให้เจ้าตัวเล็กไปด้วยกันครับ ^^

#พ่อกอล์ฟ #เล่นกับลูก #สอนลูกเรื่องเงิน #การเงินเด็ก #ทักษะเอาตัวรอด

24/04/2026

#7ข้อห้าม_พ่อแม่นักกีฬาควรเลี่ยง

1️⃣ ห้ามผูกความรักกับผลการแข่งขัน
…แพ้หรือชนะ ลูกต้องรู้ว่าความรักไม่เปลี่ยน

2️⃣ ห้ามวิเคราะห์เกมทันทีหลังแข่ง
…บางช่วงเวลา ลูกต้องการกำลังใจ ไม่ใช่คำวิจารณ์

3️⃣ ห้ามเปรียบเทียบกับเพื่อนหรือพี่น้อง
…ความเปรียบเทียบทำลายความมั่นใจเงียบ ๆ

4️⃣ ห้ามใช้คำว่า “ต้อง” มากเกินไป..ต้องชนะ ต้องเก่ง ต้องแกร่ง
…คำว่า “ต้อง” ที่มากเกินไป ทำให้กีฬาไม่สนุก

5️⃣ ห้ามประชดหรือพูดประชดประชัน..สีหน้าและน้ำเสียงของพ่อแม่มีพลังมากกว่าที่คิด

6️⃣ ห้ามผลักดันเกินวัย..เร่งเก่งเร็ว อาจหมดไฟเร็ว

7️⃣ ห้ามทำให้ลูกกลัวความผิดพลาด
…ถ้าลูกเล่นเพื่อ “ไม่ให้ผิด”
…เขาจะหยุดพัฒนา

พ่อแม่ที่สนับสนุนดีที่สุด
ไม่ใช่คนที่ผลักแรงที่สุด
แต่คือคนที่ทำให้ลูก “ปลอดภัยพอจะเติบโต”

#พ่อแม่สายกีฬา

#กีฬาอย่างยั่งยืน

01/04/2026

ข้อคิดวันพุธ🙂

23/03/2026

พฤติกรรมลูก คือ #กระจกเงาที่สะท้อนพ่อแม่

พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นอย่างไร
ก็ปฏิบัติกับลูกแบบนั้น

อยากให้ลูกพูดดีๆ เชื่อฟัง
ก็อย่าเอาแต่สั่งๆ พูดคุยด้วยเหตุผล
อย่าใช้อารมณ์

อยากให้ลูกไม่ดื้อ ไม่ต่อต้าน
ก็อย่าบังคับ ฝึกวินัยให้ลูก
ลูกจะได้รู้จักหน้าที่ของตัวเอง

อยากให้ลูกอารมณ์ดี มีวุฒิภาวะ
ก็อย่าใช้อารมณ์คุยกับลูก
ใจเย็นๆ ค่อยๆพูด ค่อยๆสอน

นี่คือ จุดเริ่มต้น
ของการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง พ่อ แม่ ลูก

เริ่มต้นจากการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกดู
ทำให้ลูกเห็น
ลูกจะซีมซับได้เอง

#ครอบครัว #พัฒนาการเด็ก #แม่และเด็ก #พฤติกรรมเด็ก #เด็กติดจอ #สมาธิสั้น #เสริมทักษะเด็ก

https://www.facebook.com/share/1AzRZ5wNZN/?mibextid=wwXIfr
18/03/2026

https://www.facebook.com/share/1AzRZ5wNZN/?mibextid=wwXIfr

🎮 ลูกไม่อ่านหนังสือ เล่นเกมทุกวัน แต่ได้ 4.00 ทุกเทอม… ควรกังวลไหม?

เด็กยุคใหม่เติบโตมากับเกมเป็นเรื่องธรรมดา หลายบ้านจึงพบสถานการณ์ที่ชวนสับสน คือ ลูกเล่นเกมแทบทุกวัน แต่กลับเรียนได้ดีและได้เกรด 4.00 อยู่เสมอ

พ่อแม่บางคนจึงรู้สึกโล่งใจว่า อย่างน้อยลูกก็ยังเรียนได้ดี

แต่ในระยะยาว ยังมีประเด็นสำคัญที่พ่อแม่ควรทำความเข้าใจ เพราะผลการเรียนที่ดี ไม่ได้สะท้อนทักษะชีวิตทั้งหมดของเด็ก จึงอยากชวนให้พ่อแม่มองสถานการณ์นี้ผ่านมุมมองสำคัญ คือ

🧠 1. เด็กบางคนไม่อ่านหนังสือ แต่เรียนได้ดี เพราะเขา “สมองดี”

เด็กบางคนสามารถฟังครูสอนในห้องเรียนแล้วเข้าใจเนื้อหาได้ทันที จึงไม่จำเป็นต้องกลับมาอ่านหนังสือซ้ำมากนัก

เด็กกลุ่มนี้มักมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้เร็ว จดจำเนื้อหาได้ดี และเข้าใจบทเรียนได้ง่าย

ดังนั้นการที่ลูกไม่อ่านหนังสือ แต่ยังทำคะแนนสอบได้ดี จึงอาจหมายความว่า ระบบการเรียนในโรงเรียนยังไม่ยากพอสำหรับเขา

เมื่อบทเรียนในโรงเรียนไม่ท้าทาย สมองของเด็กจึงมองหาความท้าทายจากที่อื่น และหลายครั้งความท้าทายนั้นก็ไปอยู่ที่ “เกม” เพราะเกมมีโจทย์ มีด่านที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ และต้องใช้การคิดแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา

🚧 2. สิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่เกรด แต่คือ “ความสามารถในการฝืนใจตัวเอง”

แม้เด็กจะเรียนเก่ง แต่ถ้าเส้นทางการเรียนรู้เต็มไปด้วยความง่ายดาย เด็กอาจไม่ได้ฝึกทักษะสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือ การฝืนใจตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของ Executive Function (EF) หรือความสามารถของสมองส่วนหน้า

เด็กที่ไม่เคยต้องพยายามมากนัก อาจไม่คุ้นเคยกับ
• การทนความยาก
• การทนความน่าเบื่อ
• การพยายามทำสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ

เมื่อวันหนึ่งต้องเจอกับโจทย์ชีวิตที่ยากขึ้น เช่น การเรียนในระดับที่สูงขึ้น หรือการทำงานในโลกแห่งความจริง เด็กอาจรู้สึกว่าความยากนั้นเกินกว่าที่ตัวเองเคยรับมือ และอาจเลือกถอย หรือเลิกกลางทางได้ง่าย

ดังนั้น สิ่งที่พ่อแม่ควรสนใจ จึงไม่ใช่แค่ผลการเรียน แต่คือ ลูกสามารถควบคุมตัวเองได้หรือไม่

💡 ทางออก : ไม่ต้องบังคับให้อ่านหนังสือ แต่ต้องฝึก “วินัยในชีวิต”

ในกรณีที่เด็กเรียนได้ดีอยู่แล้ว พ่อแม่อาจไม่จำเป็นต้องบังคับให้ลูกนั่งอ่านหนังสือเพิ่มเติม แต่ควรใช้โอกาสนี้ช่วยฝึกทักษะการควบคุมตัวเองแทน โดยมี 3 วิธีที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน คือ

1️⃣ กำหนดกติกาเรื่องเวลาเล่นเกมให้ชัดเจน

การเล่นเกมไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องมีขอบเขต เช่น เล่นตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อหมดเวลา ต้องหยุดทันที

การที่เด็กสามารถหยุดเล่นเกมในช่วงเวลาที่กำหนด แม้เกมกำลังสนุก นั่นคือการฝึกควบคุมตัวเองอย่างแท้จริง

2️⃣ ให้เด็กมีหน้าที่รับผิดชอบในบ้าน

ถ้าการเรียนในโรงเรียนง่ายเกินไป จนไม่ได้ฝึกความอดทน งานบ้านสามารถเป็นเครื่องมือฝึกวินัยได้ เช่น ล้างจาน ถูบ้าน ซักผ้า พับผ้า

งานบ้านเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความรับผิดชอบ และบางครั้งก็ต้องทำแม้จะไม่อยากทำ ซึ่งช่วยฝึกความอดทนและความรับผิดชอบให้เด็กได้ดี

📚 3. ถ้าอยากให้ลูกกลับมาอ่านหนังสือ ต้องเพิ่ม “ความท้าทายให้สมอง”

เด็กที่เรียนเก่งมาก ๆ มักไม่อ่านหนังสือ เพราะบทเรียนในโรงเรียนง่ายเกินไปสำหรับเขา

ดังนั้น ถ้าอยากให้ลูกกลับมาอ่านหนังสืออีกครั้ง วิธีที่ได้ผลมักไม่ใช่การบังคับ แต่คือการเพิ่มความท้าทายให้กับการเรียนรู้ โดยพ่อแม่สามารถช่วยได้หลายวิธี เช่น

1️⃣ ให้หนังสือที่ยากขึ้นกว่าหนังสือเรียน

แทนที่จะบังคับให้อ่านหนังสือเรียน ลองหาหนังสือที่ท้าทายกว่า เช่น
• หนังสือวิทยาศาสตร์ที่ลึกขึ้น
• หนังสือประวัติศาสตร์
• หนังสือความรู้ที่ลูกสนใจ

เมื่อสมองเจอสิ่งที่ท้าทาย เด็กบางคนจะกลับมาอ่านด้วยความอยากรู้เอง

2️⃣ เปลี่ยนการเรียนให้เป็น “โจทย์ให้แก้”

เด็กที่ชอบเกมมักชอบการแก้ปัญหา และการผ่านด่าน พ่อแม่จึงอาจเปลี่ยนการเรียนให้เป็นโจทย์ท้าทาย และคำถามให้ค้นคว้า

เช่น “ลองหาคำตอบดูไหมว่า ทำไมภูเขาไฟถึงระเบิด”

การเรียนรู้ที่เริ่มจากคำถาม มักกระตุ้นความอยากรู้ได้มากกว่าการให้อ่านเฉย ๆ

3️⃣ สร้างบรรยากาศบ้านที่มีหนังสือ

เด็กจำนวนมากเริ่มอ่านหนังสือ เพราะเห็นพ่อแม่อ่าน และหนังสืออยู่ใกล้ตัว เมื่อบ้านมีหนังสือให้หยิบอ่านง่าย เด็กบางคนจะเริ่มเปิดอ่านเองโดยธรรมชาติ

หัวใจสำคัญคือ เด็กที่สมองดีไม่ได้เกลียดการเรียนรู้ เด็กเพียงแค่ยังไม่เจอสิ่งที่ท้าทายพอสำหรับสมองของตัวเอง

ถ้าพ่อแม่ช่วยเพิ่มความท้าทาย พร้อมกับฝึกวินัยและการควบคุมตัวเองไปพร้อมกัน วันหนึ่งเด็กก็จะกลับมาสนุกกับการเรียนรู้และอ่านหนังสือได้อีกครั้ง

💖 โดยสรุป การที่ลูกเรียนเก่งเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ผลการเรียนที่ดีไม่ได้หมายความว่าเด็กจะพร้อมสำหรับทุกความท้าทายในชีวิต

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงว่าลูก “ฉลาดแค่ไหน” แต่คือลูกสามารถควบคุมตัวเองและรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้หรือไม่

หากพ่อแม่ช่วยสร้างกติกาที่ชัดเจน ให้ลูกได้ฝึกความรับผิดชอบ และฝึกการควบคุมตัวเองตั้งแต่วันนี้ เมื่อเติบโตขึ้น เด็กก็จะมีทั้งสติปัญญา และความเข้มแข็งภายในใจ ที่ช่วยให้ลูกรับมือกับโลกที่ซับซ้อนขึ้นได้อย่างมั่นคงนะคะ
♥️
แม่ดวงค่ะ

หนังสือแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม “โรงเรียนพ่อแม่“ เขียนโดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

18/03/2026

เด็กหลายคนเวลาทำผิด เช่น ทำของพัง ตีเพื่อน หรือทำการบ้านไม่เสร็จ
คำตอบแรกที่พ่อแม่มักได้ยินคือ

“หนูไม่ได้ทำ”
“ไม่ใช่หนู”
“เพื่อนทำ”

พฤติกรรม โกหกหรือไม่ยอมรับผิด เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในเด็กวัย 4–10 ปี และหลายครั้งไม่ได้เกิดจากเด็กเป็น “เด็กไม่ดี” แต่เกิดจาก กลไกปกป้องตัวเองของสมอง

สาเหตุที่เด็กมักโกหกเมื่อทำผิด

1. กลัวถูกดุหรือถูกลงโทษ
เมื่อเด็กเคยถูกตำหนิแรง ๆ มาก่อน สมองจะจำว่า
“พูดความจริง = โดนดุ”

ดังนั้นเด็กจึงเลือกโกหกเพื่อ หลีกเลี่ยงความรู้สึกกลัว

2. ยังรับมือกับความผิดพลาดไม่ได้

เด็กหลายคนยังไม่รู้วิธีจัดการความรู้สึก เช่น
• อาย
• รู้สึกผิด
• กลัวพ่อแม่ผิดหวัง

การโกหกจึงกลายเป็น วิธีหนีจากความรู้สึกนั้น

3. สมองส่วนยับยั้งพฤติกรรมยังพัฒนาไม่เต็มที่

ทักษะสำคัญอย่าง
• ความรับผิดชอบ
• การยอมรับความผิด
• การคิดก่อนพูด

เป็นทักษะในกลุ่ม Executive Function (EF) ซึ่งยังพัฒนาไปจนถึงช่วงวัยรุ่น

ดังนั้นเด็กบางคน รู้ว่าผิด แต่ยังควบคุมตัวเองให้พูดความจริงได้ยาก

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำ

❌ ซักถามกดดัน เช่น
“บอกมานะ ใครทำ!”
“โกหกใช่ไหม!”

❌ ตีตราเด็ก
“เป็นเด็กขี้โกหก”

❌ ลงโทษทันทีโดยไม่ให้โอกาสอธิบาย

สิ่งเหล่านี้มักทำให้เด็ก โกหกเก่งขึ้น เพื่อป้องกันตัวเอง

วิธีสอนลูกให้ยอมรับความผิดอย่างปลอดภัย

1. ทำให้การพูดความจริงปลอดภัย

พูดกับลูกว่า
“แม่อยากรู้ความจริง เพื่อจะช่วยแก้ปัญหาด้วยกัน”

เด็กจะกล้าพูดมากขึ้นเมื่อรู้ว่า
ความจริงไม่เท่ากับการถูกทำร้าย

2. ชื่นชมเมื่อเด็กพูดความจริง

แม้เขาจะทำผิด ให้พูดว่า

“ขอบคุณที่บอกความจริงนะ แบบนี้เราจะแก้ปัญหาได้”

การเสริมแรงแบบนี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่า
ความซื่อสัตย์มีคุณค่า

3. สอนการแก้ปัญหาหลังทำผิด

แทนที่จะโฟกัสว่าใครผิด ลองถามลูกว่า
• “เราจะแก้ยังไงดี”
• “ครั้งหน้าจะทำยังไงให้ดีขึ้น”

เด็กจะเรียนรู้ว่า
ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กที่กล้ายอมรับผิด
ไม่ใช่เด็กที่ไม่เคยทำผิด

แต่คือเด็กที่รู้ว่า

“ถึงทำผิด พ่อแม่ก็ยังอยู่ข้างเขา”

เมื่อบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัย
เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้ความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์ด้วยตัวเอง

🎉 2.2 แบรนด์แท้ คุ้มชัวร์! 🛍️📍https://shopee.co.th/m/2-2-------------------Top-up 00:00 / 12:00 / 18:00 / 20:00ส่วนลด Ma...
02/02/2026

🎉 2.2 แบรนด์แท้ คุ้มชัวร์! 🛍️
📍https://shopee.co.th/m/2-2

-------------------

Top-up 00:00 / 12:00 / 18:00 / 20:00
ส่วนลด Mall Xtra 2,222.- ขั้นต่ำ 7,999.-
ส่วนลด Mall Xtra 30% ขั้นต่ำ 300.-, สูงสุด 150.-
ส่วนลด ร้านโค้ดคุ้ม 25% ขั้นต่ำ 300.-, สูงสุด 150.-
ส่งฟรี ขั้นต่ำ 0.-*

และโค้ดส่วนลดอื่นๆ
เงินคืน 25% สูงสุด 2,000 coins
ส่วนลด ร้านโค้ดคุ้ม 20% สูงสุด 3,000.-
ส่วนลด ร้านโค้ดคุ้ม 15% สูงสุด 3,000.-
ส่วนลด ร้านโค้ดคุ้ม 10% สูงสุด 5,000.-
ส่วนลด Shopee Mall 10% สูงสุด 2,000.-)
ส่วนลด 10% สูงสุด 300.-

เก็บโค้ดได้ที่หน้ากิจกรรมได้ทุกใบค่ะ

Mall Price Drop x5 เวลา (D-1 20:00 / 00:00 / 12:00 / 18:00 / 21:00)

ที่อยู่

5481/66 The Niche Condo Ratchada-huaykwang Dindaeng
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Familybestbuyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Familybestbuy:

แชร์