19/07/2020
อาหารไทยรสจัดจ้านโดยมากจะมี “พริก” เป็นตัวการหลัก
🌶🌶🌶🌶🌶วันนี้มาบอกความลับของ "พริก" ให้ฟังคะ🤫🤫
👉พริก ถูกค้นพบครั้งแรกที่อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดย คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
👉สายพันธุ์ของพริกในไทย มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 831 สายพันธุ์ แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ และพริกขี้หนูเม็ดเล็ก
👉ความเผ็ดของพริกมาจากสารชื่อ “แคปไซซิน” (Capsaicin) ซึ่งจะมีอยู่มากใยบริเวณเยื่อแกนกลางสีขาว (คือส่วนเผ็ดมากที่สุด)
👉หน่วยวัดความเผ็ดเดิมคือ สโควิลล์ (Scoville) (ตั้งขึ้นตามชื่อผู้คิดค้นวิธีการวัดระดับ ซึ่งก็คือ วิลเบอร์ สโควิลล์ นักเคมีชาวอเมริกัน)
👉พริกขี้หนูสวนบ้านเราจะมีค่าอยู่ที่ 50,000-100,000 สโควิลล์
👉พริกที่เผ็ดที่สุดในโลกก็คือ พริกฮาบาเนโร วัดค่าได้ถึง 350,000 สโควิลล์หรือมากกว่า
🌶🌶🌶🌶🌶🌶
นอกจากรสชาติที่ร้อนแรงแล้วประโยชน์ของพริกก็ไม่น้อยหน้าพืชชนิดอื่น และอาจจะมากกว่าที่เราคิดก็เป็นได้
ในพริก......
⏯ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
⏯ช่วยให้อารมณ์ดี ทำให้ร่างกายสร้างสารแห่งความสุข
⏯ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น
⏯มีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย
⏯ช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
⏯ช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น
⏯สารแคปไซซินช่วยให้เกิดอาการตื่นตัวของร่างกาย
⏯ช่วยในการดีท็อกซ์ของร่างกาย
⏯ ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ลดน้ำมูก และลดเสมหะ
⏯ ช่วยบรรเทาอาการไอ
⏯ ช่วยลดสารที่มากีดขวางระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากการเป็นไข้หวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ
⏯ ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน
⏯ช่วยให้หายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น
⏯ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และความเผ็ดของพริกมีส่วนช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้
⏯ ช่วยลดปริมาณสารคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้ปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดลดลง
⏯ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด เส้นเลือดสมองอุดตัน
⏯ ช่วยในการสลายลิ่มเลือด
⏯ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว
⏯ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดให้ดียิ่งขึ้น
⏯ ช่วยลดความดันโลหิต
⏯ ช่วยเสริมสร้างผนังหลอดเลือดให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มการยึดตัวของผนังหลอดเลือด
⏯ ช่วยขยายเส้นโลหิตในลำไส้และกระเพาะอาหารเพื่อการดูดซึมอาหารที่ดีขึ้น
⏯สาร Capsaicin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร
⏯ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียและนำธาตุอาหารไปยังเนื้อเยื่อในร่างกาย
⏯ ช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ขับแก๊สในกระเพาะ
⏯ มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ
⏯ช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ในบริเวณจมูก ลำคอ ปอด เยื่อบุผนังช่องปาก
⏯ช่วยไม่ให้เมือกเสีย ๆ มาจับตัวกันภายในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วย
⏯ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดต่าง ๆ เช่น อาการปวดฟัน เจ็บคอ การอักเสบของผิวหนัง อาการปวดศีรษะ ปวดเส้นเอ็น โรคเกาต์ ข้อต่ออักเสบ เป็นต้น
⏯ช่วยกระตุ้นให้อยากอาหารมากขึ้น
⏯ ผลิตอาวุธป้องกันตัวอย่างสเปรย์พริกไทย (ไม่ถือว่าเป็นอาวุธร้ายแรง)
⏯ แพทย์แผนจีนนำสารนี้มาใช้ประโยชน์เพื่อบำรุงพลังหยาง
⏯ด้านการแพทย์ได้มีการสกัดเอาสารแคปไซซินในพริกออกมาในรูปแบบครีมหรือเจล ใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ผิวหนัง เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก งูสวัด เป็นต้น
⏯ด้านความงามจะใช้สารสกัดจากแคปไซซินมาสกัดเป็นเจลเพื่อใช้ในการนวดลดเซลลูไลต์ สลายไขมัน
😊😊😊😊
ว้าว....รู้จัก "พริก" มากขึ้นแล้ว
ชักเริ่มอยากกินเผ็ด ขึ้นมาบ้างหรือยังคะ
Cr.และเรียบเรียงจาก
https://drorawan.com และwww.sanook.com