ลูกอ้ายแสนฯจะขายของ

ลูกอ้ายแสนฯจะขายของ เพจนี้จะสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการจัดจำหน่ายถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมทางด้านอาหารหรืออื่นๆของทางภาคเหนือ

รู้จัก "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" อาหารพื้นบ้านล้านนาเมืองเหนือ สีแดงเข้มเย้ายวนใจหากพูดถึงอาหารยอดนิยมประจำภาคเหนือ หรือว่าจะเป็...
31/05/2026

รู้จัก "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" อาหารพื้นบ้านล้านนาเมืองเหนือ สีแดงเข้มเย้ายวนใจ

หากพูดถึงอาหารยอดนิยมประจำภาคเหนือ หรือว่าจะเป็นเมนูพื้นบ้านเป็นของชาวล้านนาในอดีต
เห็นทีก็คงจะไม่พ้นเมนูข้าวซอยและขนมจีนน้ำเงี้ยว

แต่ว่าในตอนที่ผ่านมาพวกเราก็ได้พูดถึงเรื่องราวของข้าวซอยกันไปแล้วเนอะ

ถ้าหยั่งงั้นในโพสนี้ พวกเรา InfoStory จึงขอหยิบเรื่องราวของอาหารเส้นพื้นบ้านอย่าง “ขนมจีนน้ำเงี้ยว” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาหารขึ้นชื่อประจำภาคเหนือมาให้เพื่อน ๆ รู้จักกันพอสังเขป

ในตอนนี้ ก็จะเป็นตอนที่สองของซี่รีส์ “ตะลุยอาหารเส้นไทย 4 ภาค”

ไม่รอช้า ! ไปรับชมภาพอินโฟกราฟิกสุดสบายตากันได้เลย 🙂

-----------------------------

สำหรับเรื่องราวเพิ่มเติมสั้น ๆ อ่านทางนี้ได้เลยจ้า

ในเรื่องของเมนูขนมจีนน้ำเงี้ยว จุดที่น่าสนใจก็คือ “ดอกงิ้วแห้ง” ที่จะต้องนำมาเป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของอาหารจานนี้

งั้นพวกเราขอเล่าเรื่องราวของดอกงิ้ว เป็นเกร็ดความรู้กันสักนิดนึง (เพราะพวกเราเองก็เพิ่งทราบเช่นกัน)

“ดอกงิ้ว” ตรงตัวเลย ก็เป็นดอกที่มาจากต้นงิ้ว (ในแบบที่เรารู้จักกันในเชิงเหน็บว่า ผิลศีลข้อ 3 ระวังได้ไปปีนต้นงิ้วแหลม ๆ ในนรก นั่นแหละน่ะ แห่ะ ๆ)

แต่จริง ๆ ต้นงิ้ว อาจไม่ได้ดูเป็นตัวร้ายขนาดนั้นนะ
ต้นงิ้วเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 10-20 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามแหลม

ส่วนดอกงิ้ว จะมีลักษณะเป็นกลีบดอกสีแดงสวยงาม ดอกละประมาณ 5 กลีบ
ดอกงิ้วแต่ละดอกก็จะมีเกสรอยู่ข้างในจำนวนมาก

ซึ่งเจ้าเกสรตัวผู้ตรงนี้ละ ที่จะถูกนำมาตากแห้ง จนกลายเป็น "ดอกงิ้วแห้ง" ที่เรารับประทานกันในเมนูขนมจีนน้ำเงี้ยว นั่นเองจ้า

ซึ่งนอกจากนำมาใช้ทำเป็นดอกงิ้วแห้งทานในน้ำเงี้ยวแล้วเนี่ย
เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า ดอกงิ้วสดเอง ยังนำมาทานเป็นอาหารได้อีกด้วยนะ
ส่วนใหญ่แล้ว ดอกงิ้วสดก็จะนิยมนำมาต้มกินเหมือนผักต้มจิ้มกินกับน้ำพริกใส่ในแกงส้มหรือแกงแค

และก็ไม่ใช่แค่ตัวดอกของต้นงิ้วเท่านั้น ที่จะสามารถนำมาทานได้
แต่รากของต้นงิ้ว ก็ยังสามารถนำมาต้มเป็นน้ำดื่มกินซึ่งมีสรรพคุณทางสมุนไพรอีกด้วยเช่นกัน (แต่จะใช้เป็นยาที่ทำให้อาเจียนเพื่อถอนพิษและรักษาโรคกระเพาะเรือรังได้)

ส่วนพวกเปลือกและส่วนอื่น ๆ ของต้นไม้ ก็จะนิยมนำไปทำ หีบใส่ของ ก้านไม้ขีด ไม้จิ้มฟัน

พอหอมปากหอมคอกับเกร็ดความรู้สบายสมองเช่นเคย 🙂

#ขนมจีนน้ำเงี้ยว


แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
-https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_139537
-https://th.openrice.com/th/bangkok/article/
-https://www.thairath.co.th/content/345147
-https://ikasalong.com/8-step-nam-ngiao/

วัฒนธรรมการกินล้านนา การรับประทานอาหารของชาวล้านนา ปกติรับประทานเป็นมื้อ ซึ่งทั่วไปเรียก “คาบ” มีอยู่ 3 มื้อใหญ่ๆ คือมื้...
22/03/2026

วัฒนธรรมการกินล้านนา

การรับประทานอาหารของชาวล้านนา ปกติรับประทานเป็นมื้อ ซึ่งทั่วไปเรียก “คาบ” มีอยู่ 3 มื้อใหญ่ๆ คือมื้อเช้า เรียก “ข้าวงาย” มื้อกลางวัน เรียก “ข้าวตอน” และมื้อเย็น เรียกว่า “ข้าวแลง” ในกรณีที่ต้องลงมือทำงานหนัก เช่น ไถนา นวดข้าว ต้องทำงานแต่เช้ามืดต้องเพิ่ม “ข้าวเถาะ” คืออาหารรองท้องสำหรับผู้ลงงานในตอนเช้าด้วย

อาหารที่รับประทาน อาหารหลักคือ ข้าวเหนียว ซึ่งเรียกชื่อเฉพาะว่า “ข้าวหนึ้ง” มีกับข้าวอย่างน้อย 1 อย่าง และมักมีน้ำพริกประจำมื้ออยู่เสมอ

เฉพาะข้าว จะมีการ “หม่า” คือแช่ หรือหมักไว้หนึ่งคืน รุ่งเช้าก็นำมานึ่งแล้วเก็บไว้ในภาชนะ อาทิ กล่องข้าว ซึ่งเป็นภาชนะสาน หรือไหข้าวที่ใช้นึ่ง เก็บไว้รับประทานตลอดทั้ง 3 มื้อ

ส่วนอาหารที่เป็นกับ มีทั้งอาหารประเภทแกง ยำ ตำ คั่ว ต้ม นึ่ง ปิ้ง หรือ ทอดเป็นต้น

สำหรับสถานที่รับประทาน ส่วนใหญ่จะเป็นชานเรือน แต่ถ้ามีแขกมาร่วม มักรับประทานที่ “เติ๋น” คือบริเวณที่โล่งคู่กับห้องนอน

พฤติกรรมในการรับประทาน ปกติจะล้อมวงรับประทานกันทั้งครอบครัว โดยมีภาชนะสำหรับวางอาหารเป็นถาดที่ยกระดับขึ้นสูงเหนือพื้น เรียกว่า “โตก” หรือ “ขันโตก” การรับประทานจะต้องให้ผู้อาวุโส สูงสุด เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือหัวหน้าครอบครัว เป็นผู้เริ่มก่อนเสมอเป็นธรรมเนียม หากผู้เริ่มยังไม่พร้อม ก็ยังรับประทานไม่ได้

ก่อนรับประทาน มักมีการลูบศีรษะ หรือหากมีอาหารที่มีน้ำมันเช่น ทอด หรือผัด ก็มักเอามือป้ายส่วนที่มีน้ำมันมาทาฝ่ามือก่อนเพื่อให้ฝ่ามือลื่นข้าวเหนียวจะได้ไม่ติดมือ เฉพาะเด็กๆ พ่อแม่มักปั้นข้าวยื่นให้ และถ้าเป็นเด็กเล็กจะทำเป็นคำๆ ไว้ให้หยิบใส่ปากโดยสะดวก

กริยาอาการในการรับประทานจะใช้ข้าวปั้นเป็นคำจิ้มอาหารหรือใช้ก้อนคำข้าวคีบอาหารส่งเข้าปาก บางครั้งก็ใช้ช้อนตักน้ำแกงขึ้นซด เมื่อรู้สึกผืดคอ

การรับประทานอาหารแต่ละมื้อ จะมีธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งบางอย่างถือเป็นข้อห้าม บางอย่างถือเป็นมารยาทในการรับประทาน ดังนี้

- ไม่รับประทานก่อนผู้ใหญ่

- ไม่พูดคุยส่งเสียงดัง ตามคำพังเพยว่า “หื้อดักเมื่อกินข้าว ดักเมื่อเข้านอน” คือให้ “ดัก” (เงียบ) ขณะกินข้าว เงียบเมื่อจะเข้านอน

- ไม่พูดสิ่งที่น่ารังเกียจ เช่น ของเน่าเหม็น อุจจาระ เป็นต้น

- ไม่ทำอาการที่น่ารังเกียจ เช่น ผายลม ถ่มถุย สั่งน้ำมูก เป็นต้น

- ไม่ทำอาการที่ไม่สำรวม เช่น หัวเราะ หยอกล้อ เล่นกัน

- ไม่ทะเลาะวิวาทกัน

- ไม่นินทาผู้อื่น

- ไม่ดุด่า ตำหนิ หรือสั่งสอนกันในวงข้าว

- ไม่เคาะถ้วยชาม

- ไม่ “ยอแคม” คือ ยกถ้วยขึ้นซดน้ำแกง

- ไม่ใช้ปากเล็มข้าวที่ติดมือ

- ไม่ “กินบกจกลง” คือคดข้าวกินเฉพาะตรงกลาง

- ไม่กล่าวคำว่า “กั๊ดต๊อง” (คัดท้อง – แน่นท้อง) เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้ว

- ไม่ “สกหม้อแกง” คือ หยิบอาหารในหม้อกินลับหลังคนอื่น



เมื่อเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารแล้ว จะเก็บสำรับอาหารในส่วนที่เหลือ เพื่อเก็บไว้ในมื้อต่อไป โดยเฉพาะ “น้ำพริกตาแดง” จะคว่ำถ้วยลงเพื่อให้น้ำพริกอยู่ได้นาน เป็นการถนอนอาหารไปด้วยในตัว ส่วนอาหารที่เหลือและคิดว่าไม่เก็บไว้กิน ก็จะนำไปเทลง “หม้อข้าวหมู” สำหรับเป็นอาหารเลี้ยงหมูต่อไป

สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมอีกอย่าง คือ หลังจากดื่มน้ำหลังอาหารและมักไปมวนบุหรี่สูบพร้อมอมเหมี้ยงอย่างสุขสำราญ



ข้อมูลจากหนังสือ ร้อยสาระ สรรพล้านนาคดี เล่ม 3 เขียนโดย อาจารย์สนั่น ธรรมธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม

อาหารล้านนามีประวัติความเป็นมายาวนาน สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ผูกพันกับธรรมชาติและวัฒนธรรมการกินแบบขันโตก มีเอกลักษณ์...
07/03/2026

อาหารล้านนามีประวัติความเป็นมายาวนาน สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ผูกพันกับธรรมชาติและวัฒนธรรมการกินแบบขันโตก มีเอกลักษณ์รสชาติเค็มนำ เผ็ดเล็กน้อย ไม่นิยมใส่น้ำตาล และใช้กะทิน้อย ได้รับอิทธิพลผสมผสานจากพม่า จีนฮ่อ และไทใหญ่ (เช่น แกงฮังเล ข้าวซอย) โดยมีข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักและมีวัฒนธรรมการกินที่สุภาพ

ประวัติและความเป็นมาทางศิลปะอาหารล้านนา
วิถีชีวิตและภูมิปัญญา: อาหารล้านนาเกิดจากความรู้เรื่องการหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ ผักป่า และผักข้างรั้ว มาปรุงแต่งให้เข้ากับสภาพอากาศที่เย็น การถนอมอาหาร (เช่น น้ำพริกตาแดง, ไส้อั่ว) สะท้อนความสามารถในการเก็บรักษาอาหารไว้ได้นาน
วัฒนธรรมขันโตก: เดิมใช้ภายในครัวเรือนและประเคนพระสงฆ์ ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นวัฒนธรรมการเลี้ยงรับแขกเมือง (ขันโตกดินเนอร์) โดยมีการแสดงฟ้อนเล็บและดนตรีพื้นเมืองประกอบ
การผสมผสานวัฒนธรรม : ได้รับอิทธิพลจากพม่า (เช่น แกงฮังเล, ขนมจีนน้ำเงี้ยว) และจีนฮ่อ (เช่น ข้าวซอย) ทำให้เกิดอาหารที่มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ศิลปะการจัดสำรับ: นิยมจัดอาหารลงในขันโตก (ภาชนะรูปทรงโตก) ประกอบด้วยลาบ, แกงอ่อม, ไส้อั่ว, แคบหมู, น้ำพริกหนุ่ม-อ่อง, ผักจิ้ม และขนมหวาน เช่น ข้าวแต๋น ขนมจ็อก
วัฒนธรรมการกิน: มีมารยาทที่เคร่งครัด เช่น ไม่พูดคุยขณะเคี้ยวอาหาร ("ดักเมื่อกินข้าว") และไม่ใช้ปากเล็มข้าวที่ติดมือ

ลักษณะเด่นของอาหารล้านนา
รสชาติ: เน้นรสเค็มนำ เผ็ดเล็กน้อย
ความมัน: นิยมปรุงด้วยน้ำมัน แต่ไม่ค่อยใช้กะทิ
การปรุง: นิยมแกงแบบน้ำขลุกขลิก

ปัจจุบัน อาหารล้านนาได้รับการพัฒนาเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมการท่องเที่ยว ที่สืบสานความประณีตของภูมิปัญญาชาวเหนืออย่างต่อเนื่อ

ที่อยู่

เชียงราย
Chiang Rai
57000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ลูกอ้ายแสนฯจะขายของผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์