LOMA SOCKs - ถุงเท้านักเรียนโลมาซอคส์

LOMA SOCKs - ถุงเท้านักเรียนโลมาซอคส์ จำหน่ายถุงเท้านักเรียนตั้งแต่เนิสเซอรี่ ถึงมัธยม พร้อมปั๊มชื่อทุกคู่ ไม่กลัวหาย ไม่ต้องซื้อตราปั๊มเอง

ขอขอบคุณรีวิวบางส่วนจากลูกค้าประจำของร้านเรา 💙  #โลมาซอคส์    #ถุงเท้านักเรียนกันลื่น  #ปลอดภัยทุกก้าว  #แม่ๆแนะนำ
12/09/2025

ขอขอบคุณรีวิวบางส่วนจากลูกค้าประจำของร้านเรา 💙

#โลมาซอคส์ #ถุงเท้านักเรียนกันลื่น #ปลอดภัยทุกก้าว #แม่ๆแนะนำ

🧦✨ ทำไมถุงเท้ากันลื่นถึงสำคัญกับเด็กอนุบาล?เด็กๆ วัยอนุบาลเป็นช่วงวัยที่เต็มไปด้วยพลังงาน วิ่ง กระโดด เล่นไม่หยุด 🏃‍♀️🏃‍...
11/09/2025

🧦✨ ทำไมถุงเท้ากันลื่นถึงสำคัญกับเด็กอนุบาล?

เด็กๆ วัยอนุบาลเป็นช่วงวัยที่เต็มไปด้วยพลังงาน วิ่ง กระโดด เล่นไม่หยุด 🏃‍♀️🏃‍♂️ แต่พื้นห้องเรียน พื้นบ้าน หรือสนามเด็กเล่นในร่ม ก็มักจะเสี่ยงให้ “ลื่นล้ม” ได้ง่าย

ถุงเท้ากันลื่น Loma Socks จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจขึ้น ❤️

✔️ ลดความเสี่ยงการหกล้มและบาดเจ็บ
✔️ เด็กๆ เดิน วิ่ง เล่นได้มั่นใจมากขึ้น
✔️ ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อและการทรงตัว

ทุกก้าวของลูกคือความปลอดภัยที่เราใส่ใจ 🧦💙

📌 มีไซส์ตั้งแต่อนุบาล–ประถม (1-12 ปี)
📌 พร้อมบริการพิมพ์ชื่อ ไม่ต้องกลัวถุงเท้าหาย

👉 มั่นใจ ปลอดภัย เลือก Loma Socks โลมาซอคส์

#ถุงเท้านักเรียนกันลื่น #ปลอดภัยทุกก้าว #แม่ๆแนะนำ

🙋‍♀️เอาใจคุณแแม่ช่างเลือก กับถุงเท้านักเรียนกันลื่นคุณภาพสูงยี่ห้อโลมาซอคส์ ✅เราใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต กันลื่นล้มได้จริง...
10/09/2025

🙋‍♀️เอาใจคุณแแม่ช่างเลือก กับถุงเท้านักเรียนกันลื่นคุณภาพสูงยี่ห้อโลมาซอคส์
✅เราใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต กันลื่นล้มได้จริง เพื่อให้แน่ใจว่าเท้าลูกน้อยของคุณจะปลอดภัย 🧦
✅ไม่ยืดไม่ย้วย แถมพิมพ์ชื่อกันหายให้ฟรี!! คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว💯

👉ไม่อยากรอคิวนาน ส่งข้อความขอโปรโมชั่นตอนนี้เลยค่าา 🐬

09/09/2025

#เรื่องปกติที่พบได้เมื่อลูกไปโรงเรียน
(ครั้งแรกหรือเปิดเทอมใหม่)
1. ลูกร้องไห้/แม่ร้องไห้ (คิดถึงลูก)
2. ลูกมีพฤติกรรมถดถอย
3. ลูกต้องการแม่มากขึ้น
4. ลูกอาจจะยังไม่เล่นกับใครหรือยังขี้อาย
5. เด็กๆต้องใช้เวลาปรับตัวอย่างน้อย 3-6 เดือน
6. เจ็บป่วยบ่อยขึ้น

พ่อแม่รับส่งตรงเวลา ให้เวลามากขึ้นเมื่ออยู่ที่บ้าน
ลูกจะค่อยๆเรียนรู้และปรับตัวได้

รับมือ
“ #ลูกร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียน”

**ช่วงนี้เด็กๆบางบ้านเพิ่งเริ่มไปโรงเรียนหรือเพิ่งเริ่มเปิดเทอม มีคำถามเกี่ยวกับการปรับตัวของเด็กเวลาไปโรงเรียนมามากเลยค่ะ หมอขอเล่าจากประสบการณ์และทฤษฎีนะคะ

✅อายุที่เหมาะสมของวัยที่ไปโรงเรียน ประมาณ 6-7 ปี แต่ปัจจุบันอาจทำได้ยาก เราส่งลูกไปโรงเรียนตั้งแต่อายุยังน้อยๆ (ระบบการศึกษาและบริบทของครอบครัว)

✅ #อายุน้อยสุดที่ลูกจะปรับตัวโดยไม่ทรมานใจมาก แนะนำที่ 3 ปีขึ้นไป เพราะลูกมีความสามารถของสมองที่จะเรียนรู้เรื่องการรอคอยแม่ได้มากขึ้น “ไม่เจอตอนนี้แต่เดี๋ยวแม่ก็มานะ”

✅ ในเด็กที่อายุน้อยกว่านี้ เด็กจะเข้าใจเรื่องการ “รอคอย” ได้ยากกว่า แต่หากจำเป็นก็สามารถไปโรงเรียนก่อน 3 ขวบได้ แต่เขาอาจต้องใช้เวลาปรับตัวมากขึ้น

✅ พฤติกรรมที่เราจะพบได้เมื่อลูกไปโรงเรียน คือ พฤติกรรมที่แสดงออกตอนแยกจาก #ลูกจะร้องไห้มาก ร้องไห้นาน และจะร้องติดกันหลายๆสัปดาห์จนถึงเป็นเดือน (บางครั้งอาจนานถึง 3-6 เดือน)

✅ส่วนพฤติกรรมที่บ้านจะพบว่าลูกงอแงมากขึ้น (ถดถอย) หงุดหงิดมากขึ้น ติดแม่มาก กลัวแม่หายไป ไม่ให้แม่ไปไหน อะไรที่เคยทำได้ก็อาจไม่ยอมทำ รอให้แม่ช่วย ร้องไห้เมื่อคิดถึงโรงเรียนหรือพูดถึงโรงเรียน สาเหตุเพราะเด็กเล็กๆไม่เข้าใจการแยกจากและการคืนกลับ จึงกลัวว่าจะต้องแยกจากกับแม่อีกเหมือนตอนไปโรงเรียน

✅ เมื่อไปโรงเรียนได้หลายๆสัปดาห์ เด็กจะเริ่มปรับตัวได้ เริ่มเข้าใจ “การแยกจากและได้พบ” เขาจะเรียนรู้จากการรับส่งที่ตรงเวลาของพ่อแม่ ตารางกิจกรรมของโรงเรียน นอนหลับ ฟังนิทาน #แล้วแม่ก็มารับ

✅เมื่อลูก “คาดคะเน” เหตุการณ์ได้ และแม่ก็มารับตามเวลา ลูกจะรู้สึกมั่นคง ค่อยๆปรับตัวได้ พ่อแม่ควรมารับตรงเวลา จะช่วยให้ลูกมั่นใจการคาดคะเนของตัวเอง #รับรู้ว่าพ่อแม่ไม่ได้หายไปไหน

✅ เด็กๆจะปรับตัวตามประสบการณ์ที่พบเจอ ซึ่งเด็กอายุมากกว่าจะพร้อมและเรียนรู้เข้าใจสถานการณ์ต่างๆได้เร็วกว่า เขาอาจร้องไห้สั้นกว่าเด็กเล็กๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มปรับตัวได้

✅ สรุปว่า ตามคำแนะนำ ยิ่งอายุน้อยลงเท่าไร เด็กก็ยิ่งไม่เข้าใจ อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวที่นานขึ้น มีช่วงที่ร้องไห้นานกว่า

✅ ปัจจัยอื่นๆคือ #สมองส่วนการควบคุมตัวเอง บ้านที่เลี้ยงดูด้วยวินัยเชิงบวก มี EF ที่ดี ทำอะไรเป็นเวลา เด็กมักปรับตัวได้ไว

✅ ปัจจัยที่โรงเรียนและคุณครู
โรงเรียนที่เด็กมีแนวโน้มจะปรับตัวง่าย คือ โรงเรียนที่ให้เรียนรู้ผ่านการเล่น มีพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กสำรวจ มากกว่าโรงเรียนที่เน้นวิชาการ

✅ คุณครูก็มีบทบาทสำคัญมากที่จะช่วยเหลือและเข้าใจเด็ก สร้างประสบการณ์ดีๆให้แก่เด็กในการไปโรงเรียนครั้งแรก ไม่ควรแหย่หรือขู่เด็ก เช่น “ถ้าหนูร้องไห้ แม่จะไม่มารับนะ” จะยิ่งทำให้เด็กกลัวและไม่อยากมาโรงเรียน

✅ #ที่สำคัญควรเคารพสิทธิ์ของเด็ก เวลาเด็กร้องไห้ที่โรงเรียน เขาควรมีพื้นที่ปลอดภัยและใครสักคนที่อยู่ข้างๆ … แนะนำให้คุณครูเข้าหาเด็ก กอดและปลอบเขาค่ะ (ไม่สนับสนุนให้ถ่ายรูปหรืออัดคลิปเด็กลงโซเชียลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองนะคะ)

สรุปแล้วเมื่อลูกไปโรงเรียนครั้งแรก
#ลูกร้องไห้ได้เป็นเรื่องปกติ
เขาต้องใช้เวลาในการปรับตัว
โดยพ่อแม่คือคนสำคัญในการช่วยเหลือให้ลูกก้าวผ่านสถานการณ์สำคัญของชีวิตช่วงนี้สำหรับพ่อแม่ลูกไปได้ ถ้ารับมือดี เราจะพบว่า #เขาถดถอยและจะพัฒนา

เป็นกำลังใจให้ทุกบ้านเลยนะคะ ❤️
ลูกงอแงเมื่อไปโรงเรียน ต้องใช้เวลาในการปรับตัว
ต้องอาศัยกำลังใจ … อย่าไปดุหรือโมโหลูกเลย เขาไม่ได้ผิดอะไร เขาอาจยังไม่พร้อมและยังไม่ถึงวัยที่จะไปโรงเรียน พ่อแม่เองที่ส่งเขาไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ต้องช่วยเขา ให้เวลากับเขามากขึ้นเมื่ออยู่ที่บ้าน ทำให้เขาเห็นว่าเรารักเขามาก เราไม่ทิ้งเขาไปไหน ที่สำคัญ รับส่งเขาตรงเวลา

หมอรวงข้าว
กุมารแพทย์

🧦 ใครสะดวกสั่งถุงเท้านักเรียนโลมาซอคส์ผ่าน Shopee กดลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยจ้า👇หรือสะดวกสั่งทางแชทให้แอดมินแนะนำสินค้าก็ไ...
23/04/2025

🧦 ใครสะดวกสั่งถุงเท้านักเรียนโลมาซอคส์ผ่าน Shopee กดลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยจ้า👇

หรือสะดวกสั่งทางแชทให้แอดมินแนะนำสินค้าก็ได้เช่นกันนะคะ ยินดีให้บริการค่ะ 😊
👉 m.me/101057692953094

ของหมดไวมากน้าาา ใครไม่อยากพลาด รีบจัดเลย! 💙
#ถุงเท้านักเรียน #ถุงเท้ากันลื่น

🐬🧦 ถุงเท้าเด็กนักเรียน Loma Socks สีขาวเทา รุ่นกันลื่น พร้อมพิมพ์ชื่อฟรี! หมดปัญหา! ❌ ถุงเท้าหายบ่อย ❌ สลับกับของเ...

🎒 ไอเดียสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการจัด Emergency Bag หรือ กระเป๋าฉุกเฉิน เตรียมพร้อมไว้ อุ่นใจกว่า 💙 ด้วยความห่วงใยจาก LOMA ...
01/04/2025

🎒 ไอเดียสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการจัด Emergency Bag หรือ กระเป๋าฉุกเฉิน เตรียมพร้อมไว้ อุ่นใจกว่า 💙 ด้วยความห่วงใยจาก LOMA SOCKs
(ที่มา TNN Health)

ตัวอย่างงานของร้านถุงเท้าโลมาซอคส์ 🧦 ของลูกใครบ้างมาเช็คกันเลยค่าา 🤩
27/02/2025

ตัวอย่างงานของร้านถุงเท้าโลมาซอคส์ 🧦 ของลูกใครบ้างมาเช็คกันเลยค่าา 🤩

22/02/2025

ความสุขไม่ใช่การมีครบทุกอย่าง แต่ความสุขคือการปล่อยผ่านสิ่งที่ไม่จำเป็น 🌻🥰🩷🩵

19/02/2025

"5 สิ่งที่เตรียมเด็กอนุบาลเข้าสู่สังคม"
(1) พูดสื่อสารทักทาย-บอกความต้องการ-ปฎิเสธ
การสื่อสารสำคัญในวัยนี้คือการพูดบอก
โดยไม่ใช่ "คำสั่ง" หรือ "การร้องไห้โวยวาย"
แต่ใช้ "การขอ" หรือ "การถาม" แทน
กล้าเปล่งเสียงพูดดังพอที่คนอื่นจะได้ยิน
และกล้าพูดในที่ต่างๆ กับทุกๆ คน
เริ่มจากภายในบ้านสู่ภายนอก
คุณครูและเพื่อนๆ โรงเรียน
คนในชุมชนที่คุ้นเคย
-ทักทายผู้อื่น=การมองเห็นผู้อื่นและทำให้ผู้อื่นมองเห็นเรา
"สวัสดี" เมื่อเจอใครๆ
"ขอบคุณ" เมื่อใครทำอะไรให้
"ขอโทษ" เมื่อทำผิดต่อใคร
-การแนะนำตัว=รู้จักตัวเองและทำให้ผู้อื่นรู้จักเรา
"ฉันชื่อ…"
"ชื่อจริงชื่อ…"
"ฉันอายุ…ขวบ"
"ฉันอยู่โรงเรียน…"
"ฉันชอบสี…"
-จดจำเพื่อนได้=ใส่ใจผู้อื่น
"เพื่อนชื่ออะไร"
"เพื่อนชอบอะไร"
-นอกจากนี้เด็กๆ ควรรู้ข้อมูลที่สำคัญของพ่อแม่
ได้แก่ ชื่อเล่นไปจนถึงชื่อจริงพ่อแม่
เพราะเด็กหลายคนจำได้แค่ว่า
ชื่อพ่อ=พ่อ
ชื่อแม่=แม่
ที่สำคัญคือเบอร์โทร. และที่อยู่
-บอกความต้องการ
เช่น
เด็กอยากเล่นของเล่นกับเพื่อน
ควรถามเพื่อนว่า "ขอเล่นด้วยได้ไหม"
เด็กอยากให้ครูช่วยหยิบของให้
ควรบอกครูว่า "ช่วยหยิบ…ให้หน่อยครับ/ค่ะ"
-บอกปฏิเสธสิ่งที่ไม่ต้องการ
เช่น
เด็กไม่อยากกินขนมของเพื่อน
ควรบอกเพื่อนว่า "เราไม่เอานะ ขอบคุณ"
เด็กไม่อยากได้สิ่งไหนและอยากได้สิ่งไหน
ควรบอกชัดว่า "อยากได้…แต่ไม่เอา…ครับ/ค่ะ"
ที่บ้านฝึกเด็กๆ ให้พูดสื่อสารได้
ด้วยการไม่รู้ใจและทำทุกอย่างให้เด็กๆ
เพราะการทำเช่นนั้นจะตัดโอกาส
ในการสื่อสารไปในทันที
*****
(2) ฟังและตอบสนอง โดยที่รับฟังอย่างใส่ใจ
การสื่อสารเกิดขึ้นสองทาง
เมื่อเด็กๆ พูดสื่อสารออกไปได้แล้ว
เขาควรเรียนรู้การรับฟังผู้อื่นด้วย
-ขั้นพื้นฐานฝึกฝนจากการฟังคำสั่งอย่างง่าย
เด็กๆ ต้องใช้ความจำใช้งาน (Working memory)
และการเรียงลำดับความสำคัญก่อน-หลัง (อะไรต้องทำก่อน)
เริ่มจากฟังแล้วตอบทันที
โดยถามจากสิ่งที่เด็กๆ เห็น
หรือ ถามคำถามทั่วไป
เช่น
"หนูชอบสีอะไร"
"นั่นตัวอะไร"
-ขั้นต่อมาฝึกฝนการฟังคำสั่งแล้วไปทำตาม
ผ่านการให้เด็กๆ ช่วยงาน
เช่น
"ไปหยิบผ้าให้แม่หน่อย"
"ไปบอกพี่คนขายนะว่า ขอซื้อน้ำปลาหนึ่งขวดค่ะ"
ไปจนถึงคำสั่งที่มีมากกว่าหนึ่งคำสั่งในคราเดียว
"ไปเอาผ้าจากเครื่องซักผ้า แล้วเอาไปตากที่ราวนะคะ"
"หนูกรอกน้ำเสร็จแล้ว ช่วยไปเอาของหน้าบ้านให้แม่หน่อยนะ"
-เมื่อฟังและตอบสนองได้แล้ว
การฟังที่ใช้ในการเข้าสังคม
คือการฟังเพื่อเข้าใจและมีส่วนร่วมกับผู้อื่น
ซึ่งเป็นขั้นที่ยากและต้องฝึกฝนผ่านประสบการณ์
เด็กอนุบาลส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการ...
"มองหน้า สบตาผู้พูด"
"สนใจสิ่งที่ผู้พูดกำลังพูด"
และเริ่มต้นที่ "คุยเรื่องเดียวกันก่อน"
เช่น
‣ เพื่อนคุยกับเขาเรื่อง "สัตว์เลี้ยงของที่ชอบ"
แม้ว่าตัวเขาอยากคุยเรื่องขนมที่กินวันนี้
แต่เด็กจะเลือกคุยเรื่องเดียวกับเพื่อนก่อน
เมื่อหัวข้อนั้นจบลง เขาถึงจะคุยถึง "ขนม"
-เมื่อคุยเรื่องเดียวกันรู้เรื่องแล้ว
จึงค่อยๆ พัฒนาเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน
เขาจะพัฒนา "ความเห็นอกเห็นใจ"
และเริ่ม "เข้าใจความรู้สึกผู้อื่น"
เช่น
‣ เพื่อนแพ้เกมที่เล่นด้วยกัน
แม้ว่าตัวเขาจะชนะในวันนั้น
เด็กที่เข้าใจความรู้สึกเพื่อนได้
จะพูดปลอบใจเพื่อน “ไม่เป็นไรนะ ครั้งหน้าลองใหม่”
แทนการพูดโอ้อวดออกไป
*****
(3)รอคอย-ต่อแถว-ผลัดกันเล่น
เด็กๆ รอคอยได้ระยะเวลาสั้นๆ
แต่นั่นก็ทำให้เขาพัฒนา
ไปสู่การรอคอยที่ยาวนาน
เช่น
-รออาหารมาเสิร์ฟ
-ต่อแถวเล่นเครื่องเล่น
-รอถึงตาตัวเองเมื่อเล่นบอร์ดเกม
หากเด็กๆ ยังรอคอยไม่ได้ดี
ให้เราฝึกจากระยะเวลาสั้นๆ
มีเวลาที่เป็นรูปธรรมให้เขามองเห็น
เด็กเรียนรู้และดูเวลาเป็นในวัย 6 ปี
แต่เขาเข้าใจเวลาง่ายๆ
จากการใช้งาน
เช่น
-รอไข่สุก 5 นาที
-นั่งรอแม่เข้าห้องน้ำ 10 นาที
จำนวนเวลาที่ใช้บ่อยๆ
และเด็กๆ รู้และเข้าใจได้
1-2-3-4-5 ไปถึง 10 นาที
ระยะเวลานี้คือช่วงสมาธิของเด็กวัย 2-3 ปี
และพัฒนาไปสู่ 10-15-20 นาที ในเด็กวัย 4-6 ปี
ให้เด็กจดจ่อกับกิจกรรมที่ต้องทำ
เช่น
-การวาดรูประบายสี
-การปั้นแป้งโดว์
-การกรอกน้ำเข้าตู้เย็น
-การช่วยแม่ล้างจาน
การดู/เล่นผ่านหน้าจอได้นานไม่นับเป็นการรอ
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอตลอดเวลา
เมื่อเด็กรอคอยได้
เขาจะยับยั้งชั่งใจได้
ซึ่งนั่นนำไปสู่การมีสมาธิจดจ่อ
และการเรียงลำดับความสำคัญได้
สิ่งจำเป็นจึงควรทำก่อนสิ่งที่อยากทำ
กิจวัตรประจำวันสำคัญที่สุด
งานบ้าน การบ้าน ต้องทำเสร็จก่อนไปเล่น
เด็กวัยนี้ทำงานบ้านได้ 1- 2 อย่าง
ถ้าเขาทำได้ เรื่องอื่นๆ จะตามมา
*****
(4) เก็บของกลับที่เดิม ยืมแล้วต้องคืน
เมื่อมือน้อยๆ ถ้าเริ่ม หยิบ จับ คว้า ขว้างของได้
และนั่งได้มั่นคง
เด็กน้อยก็พร้อมเรียนรู้ "การเก็บ" ได้ทันที
ไม่ใช่เพียงแค่ของเล่น
ของที่หยิบมา หรือ อาหารที่กินหก
ก็สามารถสอนเก็บทำความสะอาด
และให้เขานำกลับไปเก็บที่เดิมได้เช่นกัน
การฝึกฝนการเก็บของกลับที่เดิม
-เด็กๆ จะได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่
หยิบ คว้า ยก วาง และเดินไปเก็บ
-รวมทั้งทักษะความจำใช้งาน
ของชิ้นนี้เดิมทีอยู่ที่ใด
เขาต้องเอากลับไปที่เดิมให้ได้
พูดขออนุญาต/ถามก่อนหยิบ
”ขอจับได้ไหมคะ/ครับ“
”ขอดูหน่อยได้ไหมคะ/ครับ“
ไม่ใช่หยิบทันที/แย่งจากมือใคร
ที่โรงเรียนอนุบาล
เด็กน้อยเล่นของเล่น
ถ้าหยิบใช้อุปกรณ์ใด
เขาต้องเก็บเข้าที่เดิม
ถ้ายืมของของเพื่อนมา
เขาก็ต้องดูแลของนั้นแล้วนำไปคืนเมื่อใช้เสร็จ
*****
(5) เรียนรู้การแสดงอารมณ์โกรธโดยไม่ผิดกฎ 3 ข้อ
กฎ 3 ข้อ
1.ไม่ทำร้ายตัวเอง
2.ไม่ทำร้ายผู้อื่น
3.ไม่ทำลายข้าวของ
เด็กโกรธได้และแสดงออกให้รู้ว่าเขาโกรธได้
การแสดงออกที่เหมาะสม
เช่น พูดบ่น ร้องไห้
ผู้ใหญ่ควรสอนเขาว่า
"เราโกรธได้ ร้องไห้ได้ เสียใจได้
แต่เราจะไม่ทำร้ายตัวเองหรือใคร
และเราจะไม่ทำให้ข้าวของเสียหาย"
เสนอทางเลือกให้เขา
"มานั่งด้วยกัน"
"มากอดกัน"
"มาคุยกัน"
"พ่อแม่พร้อมฟัง"
พ่อแม่รอเขาได้ รอเขาร้องไห้ รอเขาสงบ
แต่เราจะไม่ปล่อยให้ลูกทำผิดกฎ 3 ข้อ
เมื่อทุกอย่างสงบลง
คุยกับเขา
"ลูกเป็นอะไร"
"เกิดอะไรขึ้น"
"อยากให้ช่วยอะไร"
-ถ้าเขาทำผิดกฎ
เริ่มต้นที่พูด “ขอโทษ”
แต่เด็กต้องเรียนรู้ว่าไม่จบแค่ขอโทษ
เราต้องสอนให้เขารับผิดชอบต่อการกระทำ
-ถ้าทำร้ายผู้อื่น
ให้เขาชดเชยด้วยการทำสิ่งดีๆ กับคนนั้น
ช่วยงาน ช่วยทำในสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ
เขียนจดหมายขอโทษ
ช่วยทำงานบ้าน
-ถ้าทำลายข้าวของ
ให้เขาซ่อมของนั้น
ถ้าซ่อมไม่ได้ให้เขาช่วยทำงาน
เพื่อชดเชยกับของชิ้นนั้นที่พังไป
เด็กควรรู้ว่า...
ที่ยากกว่าของพัง
คือความรู้สึกของคน
ถ้าเราทำร้ายใคร
การจะทำให้เขากลับมารู้สึกดี
ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก
บางครั้งก็ไม่กลับมาดังเดิม
เพื่อนอาจจะไม่อยากเป็นเพื่อนเขา
ดังนั้น "เด็กๆ ไม่ควรทำร้ายใครหรือทำลายอะไร
ถ้าตัวเองไม่แน่ใจว่าจะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้"
**********
⦿ วัยอนุบาล เด็กๆ ยังเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
การทำให้เขามองเห็นคนอื่นและเข้าสังคมได้
เด็กต้องมองเห็นตัวเองได้ชัดเจนก่อน
"รับรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้"
เพื่อประเมินสถานการณ์
และเข้าไปปฏิสัมพันธ์กับสังคมนั้น
เด็กที่พร้อมยื่นมืออกไปช่วยเพื่อน
สอนเพื่อนและนำเพื่อนได้
ตัวเขาต้องมั่นใจในตัวเอง
ซึ่งความมั่นใจนั้นเกิดจาก
การช่วยเหลือตัวเองได้ก่อน
แม้เราจะไม่เปรียบเทียบตัวเขากับใคร
แต่ห้ามไม่ได้ที่เด็กๆ มักจะเปรียบเทียบ
"ตัวเขาเอง" กับ "เพื่อนๆ"
เพราะนั่นคือธรรมชาติของมนุษย์
หากเด็กรับรู้ว่าเขาทำได้
การเปรียบเทียบนั้นจะเป็นเหมือน
แรงผลักดันให้เขาพัฒนาตัวเอง
เขาจะพยายามเพื่อทำได้ดีขึ้น
ในทางกลับกันเขาทำไม่ได้
การเปรียบเทียบนั้นจะบั่นทอน
ความมั่นใจในตัวเขา
⦿ เด็กอนุบาลอยากได้รับการยอมรับ
ทั้งจากคนในบ้านและคนที่โรงเรียน
"คำชม" ที่ได้รับจากการพยายามอย่างเต็มที่
"คำขอบคุณ" ที่ได้รับจากการที่เขาทำบางสิ่งให้
นั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กๆ รับรู้คุณค่าในตัวเอง
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

🙅‍♀️ หมดปัญหากวนใจเรื่องถุงเท้าของลูกรัก โลมาซอคส์ถุงเท้าคุณภาพสูง ผลิตในประเทศไทย หนานุ่มหนุบหนับ ไม่ยืดไม่ย้วย พร้อมบร...
06/02/2025

🙅‍♀️ หมดปัญหากวนใจเรื่องถุงเท้าของลูกรัก โลมาซอคส์ถุงเท้าคุณภาพสูง ผลิตในประเทศไทย หนานุ่มหนุบหนับ ไม่ยืดไม่ย้วย พร้อมบริการพิมพ์ชื่อบนถุงเท้า เจ้าแรกเจ้าเดียวในประเทศ ขอให้ลองแล้วจะติดใจ ❤️

สั่งตอนนี้ พิมพ์ชื่อฟรีทุกคู่!! ไม่อยากรอคิวนานรีบสั่งเลยจ้า 😊😊

ที่อยู่

Chon Buri
20230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ LOMA SOCKs - ถุงเท้านักเรียนโลมาซอคส์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์