MonTon เพจ สำหรับ นักเดินทาง ในเส้นทางชีวิต และ ให้กำลังใจ นักสู้ฝันทุกคน

ผมยังหาคำตอบอยู่ 🧐 ช่วงนี้ผมสังเกตตัวเองอย่างหนึ่งพอเจอคอนเทนต์เรื่องการเงินหรือการพัฒนาตัวเองผมจะรู้สึกกลัว ๆ และอึดอัด...
05/01/2026

ผมยังหาคำตอบอยู่ 🧐

ช่วงนี้ผมสังเกตตัวเองอย่างหนึ่ง
พอเจอคอนเทนต์เรื่องการเงิน
หรือการพัฒนาตัวเอง
ผมจะรู้สึกกลัว ๆ และอึดอัดนิดหน่อย
ทั้งที่เมื่อก่อน ไม่ได้รู้สึกแบบนี้

ตอนนี้รายได้ของผม
ผูกกับแทบทุกอย่าง
ทั้งเวลา แรง สมอง คนอื่น และระบบ
ถ้าผมหยุด
ทุกอย่างก็หยุดตาม

ผมลองถามตัวเองเล่น ๆ
ถ้าพรุ่งนี้ผมหยุดทุกอย่างไป 1 เดือน
อะไรจะกระทบก่อน

คำตอบมันชัดมาก
คือ “เงิน” 💸

สิ่งที่ผมกลัวในอีก 3–5 ปีข้างหน้า
ไม่ใช่แค่เรื่องตัวผม
แต่เป็นวันที่คนที่บ้านไม่อยู่แล้ว

ถึงผมจะบอกตัวเองเสมอว่า
ยังไงก็ต้องอยู่ได้
แต่ลึก ๆ แล้ว
เรื่องเงินก็อยู่ในนั้นจริง ๆ

ช่วงนี้เลยเริ่มมองอะไรที่ต่างออกไป
ไม่ใช่ทางลัด
ไม่ใช่ความรวยเร็ว
แต่เป็นอะไรที่
ไม่ต้องลาออก
ไม่ต้องเสี่ยงหมดตัว
และไม่ต้องเก่งที่สุดตั้งแต่วันแรก

ผมยังไม่ได้คำตอบครบทุกข้อ
แต่ผมเริ่มจริงจังกับคำว่า
“ระบบ” มากกว่าแค่ “พยายามคนเดียว”

ถ้าใครกำลังตั้งคำถามเรื่องเงิน
เรื่องอนาคต
หรือกำลังรู้สึกอึดอัดแบบเดียวกัน

บางที…
เราอาจกำลังอยู่ในช่วงหาคำตอบเดียวกันก็ได้

ผมยังหาคำตอบอยู่

วัยรุ่นสร้างตัว…ไม่ได้เท่ แต่โคตรจำเป็น😀ผมเริ่มหาเงินเอง เพราะไม่อยากขอใคร อยากมีชีวิตที่เลือกเองงานแรกเป็นเด็กเสิร์ฟ วั...
29/12/2025

วัยรุ่นสร้างตัว…ไม่ได้เท่ แต่โคตรจำเป็น😀

ผมเริ่มหาเงินเอง เพราะไม่อยากขอใคร อยากมีชีวิตที่เลือกเอง
งานแรกเป็นเด็กเสิร์ฟ วันละ 300 ใช้หมด เหมือนรวย แต่ยังไกลมาก
ความยากไม่ใช่เงิน…แต่คือ “การเริ่ม” ครั้งแรก
เสาร์–อาทิตย์ ลูกค้าเข้าแบบบ้า ๆ เหนื่อยจนแทบร้อง
แต่ผมรู้ว่า…อยู่เฉย ๆ ก็ไม่รวย เลยไม่หยุดเดิน

วันนี้ผมทำงานประจำ เทรดออนไลน์ Affiliate และสร้างธุรกิจตัวเอง
ไม่ใช่เพราะโลภ…แต่เพราะเห็นอนาคตที่อยากไปให้ถึง
ผมจะดูแลตัวเองให้พึ่งพาได้ แล้วพาครอบครัวให้มั่นคงขึ้น

ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
มีคนสำเร็จตั้งเยอะ
แล้วทำไมจะไม่มี “ชื่อผม” รวมอยู่ในนั้น
1% เก่ง
1% เฮง
98% ไม่ยอมแพ้

#ชีวิตที่ดี

11/10/2025

ถ้าคุณ
"แพ้ไม่ได้"
คุณต้องเอา
"เวลาทั้งหมด"
มาทำให้คุณ
"แพ้ไม่ได้"

คมสันต์ แซ่ลี
(ผู้ก่อตั้ง Flash Express)

เรียนรู้ให้ไว
22/08/2025

เรียนรู้ให้ไว

ผมปฏิเสธเงิน 3 พันล้านดอลลาร์
จาก Mark Zuckerberg
และสร้างบริษัท 1.3 แสนล้านดอลลาร์
ย้อนกลับไปในปี 2013 Evan Spiegel อายุ 23 ปี ได้รับโทรศัพท์จาก Mark Zuckerberg เสนอซื้อแอป Snapchat ด้วยเงิน 97,000 ล้านบาท (3 พันล้านดอลลาร์) สำหรับหนุ่มที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย การได้รับข้อเสนอจากผู้ก่อตั้ง Facebook ถือเป็นโอกาสที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่ Spiegel กลับทำสิ่งที่ใครๆ คิดว่าบ้า นั่นคือ เขาปฏิเสธ
นักธุรกิจจากมหาวิทยาลัย Stanford เล่าว่าตัวเลือกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาและหุ้นส่วน Bobby Murphy เชื่อว่า Snapchat มีศักยภาพมากกว่าที่ใครคิด จนกระทั่งวันนี้ Snapchat มีผู้ใช้มากกว่า 850 ล้านคน และมูลค่าบริษัททะลุ 4.2 ล้านล้านบาท (1.3 แสนล้านดอลลาร์) การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้ Spiegel กลายเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลกเมื่ออายุ 25 ปี
โดย Snapchat เริ่มต้นจากไอเดียง่ายๆ ของเพื่อนร่วมหอพัก Reggie ที่บอกว่า “อยากส่งรูปที่หายไปได้” Spiegel และ Murphy เห็นว่านี่คือโอกาสสร้างสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากโซเชียลมีเดียแบบเดิมที่เน้นความสมบูรณ์แบบ พวกเขาต้องการแพลตฟอร์มที่ให้คนแชร์ช่วงเวลาธรรมดาๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์
การพัฒนาแอปใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่สิ่งที่ทำให้ Snapchat ประสบความสำเร็จคือการมุ่งเน้นที่ความเร็ว พวกเขาสร้างฟีเจอร์ที่เปิดกล้องทันทีเมื่อเปิดแอป ไม่มีแอนิเมชันช้าๆ และให้ผู้ใช้กำหนดได้ว่าต้องการให้เพื่อนดูรูปนานแค่ไหน ถึงแม้จะมีคนบอกว่า “ไร้สาระ เพราะคนอื่นก็ Screenshot ได้อยู่ดี” แต่ทีมงานแก้ปัญหาด้วยการสร้างระบบแจ้งเตือนเมื่อมีคน Screenshot
ช่วงแรกนักลงทุนหลายคนไม่เชื่อใจ พวกเขามองว่า Snapchat เป็นแค่กระแสชั่วคราว และจะไม่อยู่รอดเมื่อบริษัทใหญ่ๆ เข้ามาแข่งขัน แต่ Spiegel มองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เขาเข้าใจว่าการสื่อสารด้วยภาพจะเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้อย่างมาก เพราะ “รูปหนึ่งใบมีค่าเท่ากับคำพันคำ”
สิ่งที่ทำให้ Snapchat แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นคือปรัชญาการบริหาร Spiegel สร้างทีมดีไซน์เพียง 9 คน ที่ไม่มีลำดับชั้น ทุกคนเป็น Product Designer เท่าเทียมกัน และมีหลักการสำคัญ 3 ข้อ คือ Kind (ใจดี) Smart (ฉลาด) และ Creative (สร้างสรรค์)
เขาพบว่าความใจดีเป็นรากฐานของความคิดสร้างสรรค์ เพราะหากคนในทีมไม่รู้สึกปลอดภัยที่จะเสนอไอเดียแปลกๆ พวกเขาจะไม่กล้าคิดนอกกรอบ นอกจากนี้ Spiegel ยังใช้วิธี “Council” ที่เรียนมาจากโรงเรียนเก่า คือการนั่งล้อมวงให้ทุกคนได้พูดจากใจ ฟังจากใจ และเป็นธรรมชาติ วิธีนี้ช่วยให้ทีมเข้าใจกันมากขึ้นและตัดสินใจได้ดีขึ้น.
หลักการสำคัญอีกข้อคือ “99% ของไอเดียไม่ดี แต่ 1% ที่เหลือคือทองคำ” ดังนั้นทีมต้องสร้างไอเดียให้มากที่สุด ไม่ใช่หาไอเดียที่สมบูรณ์แบบ และเมื่อมีคนใหม่เข้ามาทำงานวันแรก พวกเขาต้องนำเสนอผลงานทันที แม้จะไม่ดีก็ไม่เป็นไร เพื่อให้เข้าใจว่าการล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
เมื่อ Instagram เปิดตัว Stories ที่คัดลอกมาจาก Snapchat หลายคนคิดว่า Snapchat จะล้มไปแน่นอน แต่ Spiegel มองเห็นว่าทั้งสองแพลตฟอร์มใช้งานต่างกัน Instagram Stories เน้นไปที่ Influencer และเนื้อหาสาธารณะ ขณะที่ Snapchat เน้นการสื่อสารระหว่างเพื่อนและครอบครัว
เขาใช้วิกฤติครั้งนี้เป็นแรงผลักดันให้ทีม โดยมองว่าการที่บริษัทใหญ่มาคัดลอกแสดงว่าพวกเขาทำถูกทิศทาง และต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนกว่าเดิมจนยากที่จะคัดลอก อย่างระบบ Augmented Reality ที่มีนักพัฒนาหลายแสนคนสร้าง Lens มากกว่า 4 ล้านชิ้น.
นอกจากนี้ Spiegel ยังเน้นการสร้างแพลตฟอร์มมากกว่าแค่ฟีเจอร์ เพราะการคัดลอกฟีเจอร์ง่าย แต่การคัดลอกระบบนิเวศที่มีนักพัฒนาและผู้ใช้หลายล้านคนยากกว่ามาก
Spiegel เชื่อว่าความสำเร็จมาจากการดูแลรายละเอียดเล็กๆ และการใส่ใจในสิ่งที่ทำ เขาเล่าว่าผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่ใส่ใจมากกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นใส่ใจลูกค้า ทีมงาน หรือผลิตภัณฑ์
เขาแนะนำให้ผู้ประกอบการมือใหม่ถามตัวเองว่า “รักในสิ่งที่ทำหรือไม่” เพราะความรักนั่นเองที่จะเป็นเชื้อเพลิงพาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเขายังเน้นว่าการตัดสินใจผิดไม่สำคัญเท่ากับการแก้ไขให้เร็ว สิ่งสำคัญคือต้องเรียนรู้ให้เร็วที่สุด
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

22/08/2025

[Business] ‘คู่รักเรียนจบ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ลองเปิดกาแฟรถเข็น’ จากรายได้วันละ 20 เหรียญ สู่ธุรกิจ 160 ล้านบาท’ แกะรหัสความสำเร็จ The Nitro Bar กับการเปลี่ยนเป้าหมายจนได้ดี
‘ไม่อยากจะเชื่อ เรามีคนต่อแถวเต็มไปหมดเลยนะ มีแต่นักศึกษาทั้งนั้น วันนี้วันเดียวเราน่าจะทำเงินได้ประมาณ 600 เหรียญเลยล่ะ!"
นี่คือเสียงจากโทรศัพท์ของ Audrey Finocchiaro ที่โทรหาแฟนหนุ่มของเธอ Sam Lancaster ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
สำหรับหลายคน เงิน 600 ดอลลาร์สหรัฐอาจดูไม่มากนัก แต่สำหรับคู่รักที่เพิ่งเรียนจบ ไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งอาชีพ และต้องอาศัยนอนบนฟูกในบ้านพ่อแม่ เงินจำนวนนี้เรียกได้ว่าเป็น ‘จุดเปลี่ยนชีวิต’ และถือเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่า Side Hustle เล็กๆ ของพวกเขากำลังจะกลายเป็นธุรกิจมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 165 ล้านบาท) ก็ได้เช่นกัน
ดังนั้น เรื่องราวของ ‘The Nitro Bar’ ไม่ใช่ความสำเร็จชั่วข้ามคืน แต่เป็นบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นที่เริ่มต้นจากจุดที่ต่ำที่สุด
ในปี 2016 Audrey และ Sam ตัดสินใจสร้างธุรกิจรถเข็นกาแฟไนโตรโคลด์บรูว์ขึ้นมา โดยมีต้นทุนคือ บัตรเครดิตวงเงิน 1,500 เหรียญ และเศษไม้จากห้องใต้ดินของพ่อแม่ พวกเขาบรรทุกรถเข็นกาแฟที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าขึ้นหลังรถ Subaru แล้วมุ่งหน้าไปเสี่ยงโชคที่เมืองอื่น
แต่ความเป็นจริงนั้นโหดร้ายกว่าที่คิด พวกเขาใช้เวลายืนขายวันละ 8 ชั่วโมง แต่กลับทำเงินได้เพียงวันละ 20-60 เหรียญเท่านั้น หลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์โดยแทบไม่มีกำไร ทั้งคู่ก็เกือบจะยอมแพ้อยู่แล้ว และนี่คือ ‘บทเรียนสำคัญ’ ที่กลั่นออกมาจากเส้นทางที่ล้มลุกคลุกคลานของพวกเขา
💡 1. จุดเปลี่ยนที่เรียบง่ายกับการค้นพบ ‘กลุ่มเป้าหมายที่ใช่’"
หลังจากที่เกือบจะยอมแพ้ Sam ก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า พวกเขายังไม่เคยลองนำรถเข็นไปขายที่มหาวิทยาลัย Brown เลย
ในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น เมื่อเหล่านักศึกษากลับมาที่มหาวิทยาลัย พวกเขาก็เหมือนได้ค้นพบขุมทอง นักศึกษา Ivy League ที่โหยหากาแฟกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของพวกเขาทันที จากรายได้หลักสิบเหรียญต่อวัน กลายเป็น 600 เหรียญในวันเดียว และนับจากวันนั้น พวกเขาก็ไปตั้งร้านที่มหาวิทยาลัย Brown ทุกวัน บทเรียนนี้ตอกย้ำความจริงที่ว่า การหา ‘Product-Market Fit’ หรือการเจอกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ คือหัวใจที่สำคัญที่สุดในช่วงเริ่มต้น
💡 2. โอกาสที่ไม่คาดฝัน และการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว
ในปี 2017 ขณะที่กำลังขายของอยู่ที่ตลาดนัด ก็มีนักลงทุนสองคนเดินเข้ามาถามว่า "ต้องการเงินทุนเท่าไหร่เพื่อจะเติบโต?" คำถามนั้นทำให้ Audrey เริ่มมองเห็นศักยภาพของธุรกิจที่ไกลกว่าแค่รถเข็นเป็นครั้งแรก
พวกเขาคำนวณตัวเลขกันและบอกไปว่าต้องการเงินประมาณ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ และในวันต่อมา เงินจำนวนนั้นก็ถูกโอนเข้ามาจริงๆ! เงินทุนก้อนนี้ทำให้พวกเขาสามารถสร้างโรงงานผลิตและหันมาทำตลาดค้าส่ง (Wholesale) ได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากช่วงฤดูหนาวที่ยอดขายหน้าร้านซบเซา
💡 3. พลังของโซเชียลมีเดีย (และความอดทน)
ปัจจุบัน The Nitro Bar มีผู้ติดตามบน TikTok กว่า 500,000 คน และบน Instagram อีก 130,000 คน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน
Audrey ยอมรับว่าต้องใช้เวลานานถึง 7 ปี กว่าที่พวกเขาจะสร้างฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่งบนโลกออนไลน์ได้สำเร็จ และนี่คือคำแนะนำของเธอสำหรับคนทำธุรกิจยุคใหม่
- จดไอเดีย สร้างลิสต์ไอเดียคอนเทนต์เก็บไว้ในแอปโน้ตตลอดเวลา
- โพสต์สม่ำเสมอ 8โพสต์หลายๆ ครั้งต่อวัน และทำอย่างเป็นกิจวัตรเพื่อสร้างโมเมนตัม
- ไม่ต้องใช้เงิน ธอย้ำว่านี่คือยุคที่ยอดเยี่ยมในการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะเราสามารถเริ่มต้นได้ด้วยต้นทุน 0 บาท ผ่านการสร้างบัญชี TikTok หรือ Instagram
💡 4. บทเรียนที่สำคัญที่สุด อย่าฟังเสียงคนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการ
Audrey เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าควรจะแบ่งปันไอเดียธุรกิจกับใคร
เธอกล่าวไว้อย่างน่าสนใจบน TikTok ว่า "จงอย่าไปสนใจคนยุคเบบี้บูมเมอร์หรือเพื่อนที่ทำงานสายเซลส์" เพราะทันทีที่เราบอกคนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการว่าเราอยากจะทำอะไร พวกเขามักจะเริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่ง เช่น "ทำไมต้องร้านกาแฟ? มันมีเป็นล้านร้านแล้วนะ" หรือ "ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ทุกคนก็ทำไปหมดแล้วสิ"
แทนที่จะปล่อยให้ความสงสัยเหล่านี้มาบั่นทอนกำลังใจ เธอแนะนำให้จำกัดการพูดคุยเหล่านั้น และให้ตอบกลับไปว่านี่คือการลงทุนในเกมระยะยาว และการเดิมพันกับตัวเองคือสิ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด
เรื่องราวของ Audrey และ Sam เป็นบทพิสูจน์ที่ทรงพลังว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สามารถเริ่มต้นได้จากจุดที่เล็กที่สุด จากรถเข็นที่ทำจากเศษไม้และบัตรเครดิตเพียงใบเดียว สู่ธุรกิจมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คือผลลัพธ์ของการไม่ยอมแพ้ การกล้าที่จะเสี่ยง และที่สำคัญที่สุดคือการค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม
จุดเปลี่ยน 600 เหรียญในวันนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นดอกผลของความพยายามที่เกือบจะล้มเหลว และเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้ประกอบการทุกคนว่า บางครั้งขุมทองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็อาจจะรอเราอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่เราต้องกล้าที่จะลองเดินไปในเส้นทางใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปเท่านั้นเอง
เรียบเรียงโดย ชนัญชิดา พลอยพลาย

20/08/2025

“ธุรกิจที่แข่งขันกัน
แต่ราคาเพียวๆ
ธุรกิจนั้นไปไม่รอดหรอก
อย่าเข้าไปยุ่ง“

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ต้นแบบนักลงทุนหุ้นคุณค่า

CR : ข้อมูลจากกิจกรรมอบรม Workshop
คอร์สเรียน Global Stock รุ่นที่2

ถ้ายังหายใจอยู่ ก็แปลว่าโอกาสยังมีอยู่
19/08/2025

ถ้ายังหายใจอยู่ ก็แปลว่าโอกาสยังมีอยู่

"ชีวิต" เป็นเรื่องยาก
แต่มันจะ "ยิ่งยาก" ขึ้นไปอีก
ถ้าคุณทำชีวิต "เป็นเรื่องเล่นๆ"
หยุดคิดสักทีว่า
การ "ไม่มีเงินเก็บ" เป็นเรื่องปกติ
หยุดคิดสักทีว่า
เป็น "หนี้เกินตัว" เป็นเรื่องปกติ
เพราะถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม
คุณยังคิดว่า "เรื่องที่ไม่ปกติ"
เป็น "เรื่องปกติ"
ชีวิตคุณจะ "ไม่มีวันง่าย" ขึ้นเลย
เขียนโดย
MoneyBetter : Better Together by
------------------------------------------
# มาร่วมสร้างชีวิตด้านการเงิน
และการลงทุน ที่ดียิ่งขึ้นไปพร้อมๆกัน
------------------------------------------

19/08/2025

18 ความจริงที่ตอกย้ำว่า "Know Who" พาคุณไปไกลกว่า "Know How"
ใครที่เข้าใจเรื่องพลังงานของ "คน"
จะได้โอกาสใหม่ๆ เข้ามาเร็วเกินคาด
1. ความรู้สำคัญ แต่ "คน" คือสะพานที่พาความรู้ไปสู่โอกาส
2. หนังสือหนึ่งเล่มอาจเปลี่ยนความคิด
แต่คนหนึ่งคน…อาจเปลี่ยนทั้งชีวิต
3. เก่งแค่ไหน ถ้าอยู่ผิดวง…ก็ไม่โต
4. โชคดีไม่ใช่ฟ้าให้ แต่คือเจอและรู้จัก "คนที่ถูกต้อง"
5. Know How สร้างฝีมือ
Know Who สร้างเวที
6. บางครั้งคุณไม่ต้องทำทุกอย่าง
แค่รู้จักใครที่ "ทำได้" ก็พอ
7. โอกาสไม่ได้เดินมาหา
แต่มันมาพร้อมกับ "ใครบางคน"
8. คนที่คุณรู้จักวันนี้…อาจเป็นคำตอบใหญ่ในวันหน้า
9. บางครั้งทางลัดที่เร็วที่สุด
คือการถาม "คนที่เดินผ่านเส้นทางนั้นมาแล้ว"
10. Know How สร้างความมั่นใจ
Know Who สร้างความมั่งคั่ง
11. เก่งอย่างเดียวอาจอยู่รอด
แต่มี Connection ที่ถูกต้อง…จะรุ่ง
12. ทุกดีลใหญ่ในโลกนี้ ไม่ได้เกิดจากทฤษฎี
แต่มาจาก "โต๊ะเจรจา"
13. คนที่มีพลังงานเหมือนกัน จะดึงดูดเข้าหากัน
และพากันเติบโต ก้าวหน้า
14. คำแนะนำเล็กๆ จากคนที่ใช่
อาจมีค่ามากกว่าหลักสูตรทั้งชีวิต
15. อย่าดูถูกการนั่งจิบกาแฟกับคนที่คิดใหญ่
เพราะตรงนั้น…โอกาสหลายล้านเกิดขึ้น
16. Know How ทำให้คุณ “เก่งขึ้น”
แต่ Know Who ทำให้คุณ “ก้าวกระโดด”
17. ความมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว
แต่มันคือ "เครือข่ายพลังงานของคน"
18. คุณไม่ต้องรู้ทุกอย่าง
แต่คุณควรรู้ว่า…ใครที่คุณควรรู้จัก
ใครที่ยอมเปิดใจเชื่อมโยงกับ "พลังงานของคนที่ใช่"
จะถูกยกระดับทั้งการเงิน การงาน และเส้นทางชีวิตเร็วกว่าที่คิด
เขียนและเรียบเรียงโดยทีมงาน OHMPIANG
สำนักพิมพ์โอห์มเพี้ยง
🎧 หนังสือเสียงแนะนำให้ฟังในช่วงนี้
Wealth Building Secret (OHMPIANG Edition)
ความลับของการสร้างความมั่งคั่งที่ทรงพลังที่สุดที่เคยได้รับการเล่าขานมา
แปลไทย เรียบเรียง และให้เสียงโดย
อ.เจษ ธีระธรณ์ จิรธนัยโรจน์
ความยาว 30 นาที (ฟังได้ทันทีผ่านแอป OHMPIANG)
ราคาพิเศษ 1,290 บาท
เพราะเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง ไม่ได้อยู่ที่ “คุณรู้แค่ไหน”
แต่อยู่ที่ “คุณรู้จักใคร และใครรู้จักคุณ”
นี่คือคู่มือที่จะแปลงสมุด Contact รายชื่อธรรมดา…
ให้กลายเป็น เครื่องจักรดึงดูดเงิน โอกาส และเครือข่าย
🛒 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสั่งซื้อได้ที่ Line OA: (พิมพ์ “KnowWho”)

18/08/2025

ใคร “ฝืนตัวเอง” ได้มากที่สุด
ใคร “ทรมานตัวเอง” ได้มากที่สุด
คนๆนั้นย่อมเป็น “ผู้ชนะ”
เพราะโลกนี้ “ไม่ได้ง่าย”
เหมือน “ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ”
หรือ “กำลังวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์”
ถ้าเรา “อยากได้” อะไรบางสิ่ง
ย่อม “ต้องแลก” ไปด้วยบางสิ่งเสมอ
ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ โดยไม่ต้องจ่าย
“ความสำเร็จ” ก็เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเงิน
ธุรกิจ หรือ การลงทุน
ถ้าคุณ “ฝืนตัวเอง”
หรือ “อดทนรอไม่ได้” ทุกอย่างมันก็จบ
เขียนโดย
MoneyBetter : Better Together by
------------------------------------------
# มาร่วมสร้างชีวิตด้านการเงิน
และการลงทุน ที่ดียิ่งขึ้นไปพร้อมๆกัน
------------------------------------------

ที่อยู่

พิพิธ
Chon Buri
20000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MonTonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์