22/08/2025
[Business] ‘คู่รักเรียนจบ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ลองเปิดกาแฟรถเข็น’ จากรายได้วันละ 20 เหรียญ สู่ธุรกิจ 160 ล้านบาท’ แกะรหัสความสำเร็จ The Nitro Bar กับการเปลี่ยนเป้าหมายจนได้ดี
‘ไม่อยากจะเชื่อ เรามีคนต่อแถวเต็มไปหมดเลยนะ มีแต่นักศึกษาทั้งนั้น วันนี้วันเดียวเราน่าจะทำเงินได้ประมาณ 600 เหรียญเลยล่ะ!"
นี่คือเสียงจากโทรศัพท์ของ Audrey Finocchiaro ที่โทรหาแฟนหนุ่มของเธอ Sam Lancaster ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
สำหรับหลายคน เงิน 600 ดอลลาร์สหรัฐอาจดูไม่มากนัก แต่สำหรับคู่รักที่เพิ่งเรียนจบ ไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งอาชีพ และต้องอาศัยนอนบนฟูกในบ้านพ่อแม่ เงินจำนวนนี้เรียกได้ว่าเป็น ‘จุดเปลี่ยนชีวิต’ และถือเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่า Side Hustle เล็กๆ ของพวกเขากำลังจะกลายเป็นธุรกิจมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 165 ล้านบาท) ก็ได้เช่นกัน
ดังนั้น เรื่องราวของ ‘The Nitro Bar’ ไม่ใช่ความสำเร็จชั่วข้ามคืน แต่เป็นบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นที่เริ่มต้นจากจุดที่ต่ำที่สุด
ในปี 2016 Audrey และ Sam ตัดสินใจสร้างธุรกิจรถเข็นกาแฟไนโตรโคลด์บรูว์ขึ้นมา โดยมีต้นทุนคือ บัตรเครดิตวงเงิน 1,500 เหรียญ และเศษไม้จากห้องใต้ดินของพ่อแม่ พวกเขาบรรทุกรถเข็นกาแฟที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าขึ้นหลังรถ Subaru แล้วมุ่งหน้าไปเสี่ยงโชคที่เมืองอื่น
แต่ความเป็นจริงนั้นโหดร้ายกว่าที่คิด พวกเขาใช้เวลายืนขายวันละ 8 ชั่วโมง แต่กลับทำเงินได้เพียงวันละ 20-60 เหรียญเท่านั้น หลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์โดยแทบไม่มีกำไร ทั้งคู่ก็เกือบจะยอมแพ้อยู่แล้ว และนี่คือ ‘บทเรียนสำคัญ’ ที่กลั่นออกมาจากเส้นทางที่ล้มลุกคลุกคลานของพวกเขา
💡 1. จุดเปลี่ยนที่เรียบง่ายกับการค้นพบ ‘กลุ่มเป้าหมายที่ใช่’"
หลังจากที่เกือบจะยอมแพ้ Sam ก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า พวกเขายังไม่เคยลองนำรถเข็นไปขายที่มหาวิทยาลัย Brown เลย
ในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น เมื่อเหล่านักศึกษากลับมาที่มหาวิทยาลัย พวกเขาก็เหมือนได้ค้นพบขุมทอง นักศึกษา Ivy League ที่โหยหากาแฟกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของพวกเขาทันที จากรายได้หลักสิบเหรียญต่อวัน กลายเป็น 600 เหรียญในวันเดียว และนับจากวันนั้น พวกเขาก็ไปตั้งร้านที่มหาวิทยาลัย Brown ทุกวัน บทเรียนนี้ตอกย้ำความจริงที่ว่า การหา ‘Product-Market Fit’ หรือการเจอกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ คือหัวใจที่สำคัญที่สุดในช่วงเริ่มต้น
💡 2. โอกาสที่ไม่คาดฝัน และการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว
ในปี 2017 ขณะที่กำลังขายของอยู่ที่ตลาดนัด ก็มีนักลงทุนสองคนเดินเข้ามาถามว่า "ต้องการเงินทุนเท่าไหร่เพื่อจะเติบโต?" คำถามนั้นทำให้ Audrey เริ่มมองเห็นศักยภาพของธุรกิจที่ไกลกว่าแค่รถเข็นเป็นครั้งแรก
พวกเขาคำนวณตัวเลขกันและบอกไปว่าต้องการเงินประมาณ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ และในวันต่อมา เงินจำนวนนั้นก็ถูกโอนเข้ามาจริงๆ! เงินทุนก้อนนี้ทำให้พวกเขาสามารถสร้างโรงงานผลิตและหันมาทำตลาดค้าส่ง (Wholesale) ได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากช่วงฤดูหนาวที่ยอดขายหน้าร้านซบเซา
💡 3. พลังของโซเชียลมีเดีย (และความอดทน)
ปัจจุบัน The Nitro Bar มีผู้ติดตามบน TikTok กว่า 500,000 คน และบน Instagram อีก 130,000 คน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน
Audrey ยอมรับว่าต้องใช้เวลานานถึง 7 ปี กว่าที่พวกเขาจะสร้างฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่งบนโลกออนไลน์ได้สำเร็จ และนี่คือคำแนะนำของเธอสำหรับคนทำธุรกิจยุคใหม่
- จดไอเดีย สร้างลิสต์ไอเดียคอนเทนต์เก็บไว้ในแอปโน้ตตลอดเวลา
- โพสต์สม่ำเสมอ 8โพสต์หลายๆ ครั้งต่อวัน และทำอย่างเป็นกิจวัตรเพื่อสร้างโมเมนตัม
- ไม่ต้องใช้เงิน ธอย้ำว่านี่คือยุคที่ยอดเยี่ยมในการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะเราสามารถเริ่มต้นได้ด้วยต้นทุน 0 บาท ผ่านการสร้างบัญชี TikTok หรือ Instagram
💡 4. บทเรียนที่สำคัญที่สุด อย่าฟังเสียงคนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการ
Audrey เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าควรจะแบ่งปันไอเดียธุรกิจกับใคร
เธอกล่าวไว้อย่างน่าสนใจบน TikTok ว่า "จงอย่าไปสนใจคนยุคเบบี้บูมเมอร์หรือเพื่อนที่ทำงานสายเซลส์" เพราะทันทีที่เราบอกคนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการว่าเราอยากจะทำอะไร พวกเขามักจะเริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่ง เช่น "ทำไมต้องร้านกาแฟ? มันมีเป็นล้านร้านแล้วนะ" หรือ "ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ทุกคนก็ทำไปหมดแล้วสิ"
แทนที่จะปล่อยให้ความสงสัยเหล่านี้มาบั่นทอนกำลังใจ เธอแนะนำให้จำกัดการพูดคุยเหล่านั้น และให้ตอบกลับไปว่านี่คือการลงทุนในเกมระยะยาว และการเดิมพันกับตัวเองคือสิ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด
เรื่องราวของ Audrey และ Sam เป็นบทพิสูจน์ที่ทรงพลังว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สามารถเริ่มต้นได้จากจุดที่เล็กที่สุด จากรถเข็นที่ทำจากเศษไม้และบัตรเครดิตเพียงใบเดียว สู่ธุรกิจมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คือผลลัพธ์ของการไม่ยอมแพ้ การกล้าที่จะเสี่ยง และที่สำคัญที่สุดคือการค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม
จุดเปลี่ยน 600 เหรียญในวันนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นดอกผลของความพยายามที่เกือบจะล้มเหลว และเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้ประกอบการทุกคนว่า บางครั้งขุมทองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็อาจจะรอเราอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่เราต้องกล้าที่จะลองเดินไปในเส้นทางใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปเท่านั้นเอง
เรียบเรียงโดย ชนัญชิดา พลอยพลาย