ทักษิณ ปะวะถา

ทักษิณ ปะวะถา ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ทักษิณ ปะวะถา, ร้านขายของชำ, 245/1, Khon Kaen.

24/03/2026

รวมมาให้แล้ว!!
มาตรการแก้ปัญหา #หน้าปั๊มน้ำมัน
นายกฯ สั่ง ภายในสัปดาห์นี้ “ปัญหาหน้าปั๊ม” ต้องได้รับการแก้ไข

#ปั๊มน้ำมัน
#น้ำมัน
#ราคาน้ำมัน

24/03/2026

กกพ. ยืนยัน ระบบไฟฟ้าของไทยยังมีความมั่นคง และพร้อมบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่าสถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบัน ได้ส่งต่อปริมาณและราคาของก๊าซ LNG โดยในช่วงเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม เป็นช่วงที่ประชาชนมีความต้องการใช้ไฟสูง จึงต้องจัดการราคาและปริมาณอย่างรอบคอบ ซึ่งประเทศไทย ไม่ได้นำเข้าก๊าซ LNG จากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว ทำให้ยังสามารถจัดหาก๊าซ LNG จากแหล่งอื่นทั่วโลกได้ และยังไม่มีความเสี่ยงขาดแคลนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า พร้อมยืนยันว่าระบบไฟฟ้าของประเทศไทยยังมั่นคง อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้มีการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า และกำหนดมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยเตรียมนำเข้าก๊าซ LNG จำนวน 3 ลำเรือ ซึ่งในเดือนเมษายนนี้ จัดหามาแล้ว 2 ลำเรือ และได้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน พลังน้ำ และใช้ก๊าซจากอ่าวไทย ทำให้ในเดือนมีนาคม ประเทศไทย สามารถลดการนำเข้า ก๊าซ LNG ร้อยละ 70 ต่อ 1 ลำเรือ และเพิ่มก๊าซใน ประเทศได้ร้อยละ 50 ต่อ 1 ลำเรือ
กกพ. กล่าวด้วยว่าสัดส่วนการผลิตเชื้อเพลิงในประเทศไทย ปี 2568 พบว่า ระบบพลังงานของไทยพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก ถึงร้อยละ 56 และมีการจัดหาก๊าซธรรมชาติ จาก 3 แหล่งสำคัญ คือ จากอ่าวไทย ร้อยละ 50 การนำเข้าทางท่อจากเมียนมา ร้อยละ 10 และก๊าซที่นำเข้าในรูปแบบของ LNG อีกร้อยละ 40 ทำให้ก๊าซ LPG มีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบพลังงานไทยเป็นอย่างมาก โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้ติตตามสถานการณ์และบริหารจัดการระบบพลังงานอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลต้นทุนให้เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพ และเกิดความเป็นธรรม
#ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง #ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง

24/03/2026

ศบก. ยืนยัน ไทยส่งออกน้ำมันเฉพาะ สปป.ลาว และเมียนมา จำกัดปริมาณการส่งออกไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการพลังงานและการกระจายน้ำมันว่า สศช. ได้ประสานกับ ปตท. และบางจาก ซึ่งปรับเพิ่มกำลังการกลั่นขึ้นร้อยละ 9 โดย ปตท. เน้นเพิ่มสัดส่วนน้ำมันดีเซล เพื่อรองรับยอดจำหน่ายของ PTTOR ที่พุ่งสูงกว่าปกติถึงร้อยละ 25 โดยเฉพาะดีเซลที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 35 พร้อมกันนี้ได้เร่งแก้ปัญหาความแออัดหน้าสถานีบริการโดยให้กลุ่มโรงกลั่น อาทิ ไทยออยล์, GC, IRPC และบางจาก จัดส่งน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ให้มากขึ้น เพื่อดึงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมออกจากสถานีบริการทั่วไป ควบคู่กับการที่ภาครัฐผ่อนปรนข้อกำหนดการสำรองน้ำมันลง ซึ่งคาดว่าการกระจายน้ำมันจะเข้าสู่ระบบอย่างเต็มที่ภายใน 2 วัน

นอกจากนี้ ภาครัฐเตรียมเปิดใช้งานระบบแดชบอร์ด (Dashboard) ภายในเย็นวันนี้หรืออย่างช้าพรุ่งนี้ เพื่อแสดงข้อมูลปริมาณน้ำมันตลอดห่วงโซ่อุปทานจากผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกรายให้เกิดความโปร่งใสและใช้เป็นฐานข้อมูลแจ้งเบาะแส

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการทุกแห่งในระดับอำเภอเป็นประจำทุกวันเพื่อสกัดกั้นการกักตุน

สำหรับประเด็นการส่งออกน้ำมัน ยืนยันว่า มีการส่งออกกน้ำมันเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ สปป.ลาว และเมียนมา และมีการจำกัดปริมาณรวมไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน โดยส่งออกไปสปป.ลาว กว่า 4 ล้านลิตร เพื่อแลกเปลี่ยนกับการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำสำหรับบริหารจัดการสัดส่วนเชื้อเพลิง (Energy Mix) ไม่ให้ค่าไฟในประเทศแพงเกินไปในช่วงที่ก๊าซ LNG ราคาสูง และส่งออกไปเมียนมา ประมาณ 3 แสนลิตร เพื่อสนับสนุนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติที่จะส่งก๊าซกลับมาเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าราชบุรีเพื่อหล่อเลี้ยงภาคกลางและภาคใต้ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการส่งออกไปยังประเทศที่สามแต่อย่างใด

นายดนุชา ย้ำว่า สถานการณ์พลังงานยังมีความไม่แน่นอนสูง ปัจจุบันโรงกลั่นทั้ง 5 แห่งของไทยมีกำลังผลิตสูงสุดรวม 175 ล้านลิตรต่อวัน สามารถขยายกำลังผลิตเพิ่มได้เต็มที่อีกไม่เกินร้อยละ 10 จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและร่วมกันประหยัดการใช้พลังงานเพื่อให้ประเทศก้าวผ่านสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ไปได้

#ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง #พลังงานไทย

23/03/2026
23/03/2026

รองนายกรัฐมนตรี ‘พิพัฒน์’ เผย นายกรัฐมนตรีสั่งการภายในสัปดาห์นี้จะเห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ด้านผู้ค้าพร้อมให้ความร่วมมือ ขณะที่โรงกลั่นพร้อมเดินเครื่องเกิน 100% เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายให้ผู้ใช้อย่างเพียงพอ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จาการการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นั้น ที่ประชุมได้หารือกับผู้ค้าตาม มาตร7 ทุกบริษัทถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ได้เห็นจากสื่อสารต่างที่ประชาชนเข้าไปใช้บริการสถานีบริการน้ำมันแล้วไม่มีน้ำมันจ่ายให้ ทั้งนี้ ปัจจุบันทางโรงกลั่นและผู้ค้าได้นำน้ำมันเข้าสู่ระบบสถานีบริการน้ำมันวันละ 82-84 ล้านลิตร จากเมื่อก่อนเข้าเพียง 67 ล้านลิตรในสถานีบริการน้ำมันต่างๆเกือบหมื่นสถานี แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่ง เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวอีกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการภายในสัปดาห์นี้จะเห็นว่าไม่มีสถานีบริการใดที่บอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ทั้งนี้ผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้รับทราบและจะพยายามดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม จากการที่ประชุมพบว่าได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกบริษัท บางโรงกลั่นเดินหน้ากลั่นเกิน 100% เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายให้ผู้ใช้อย่างเพียงพอ
“ เราจะมีน้ำมันดีเซลสูตร B20 ในสุดสัปดาห์นี้ ปตท. บางจาก เชลล์ ก็จะออกมาให้บริการให้ผู้ใช้ด้านอุตหากรรมด้วย” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว

23/03/2026

“ไม่ขาด-ไม่กักตุน” ศบก. ย้ำสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย หลังตรวจคลัง 8 แห่งไม่พบผิดปกติ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด และมีมาตรการสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ คำสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้มีการติดประกาศราคาน้ำมันที่คลังน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อให้ราคาที่คลังไม่สูงกว่าราคาจำหน่ายที่สถานีบริการ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว

โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับหน่วยงานด้านพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันรวม 8 แห่ง ครอบคลุมคลังของผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ รวมถึงคลังในพื้นที่คลองเตย ลำลูกกา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ผลการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ ทั้งด้านปริมาณน้ำมันและการกระจายสินค้า

นายดนุชา กล่าวว่า สาเหตุที่บางพื้นที่เกิดภาวะน้ำมันขาดช่วง เป็นผลจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล จากค่าเฉลี่ยเดิม 65-66 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มเป็นประมาณ 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันพุ่งสูงเกิน 100 ล้านลิตร ส่งผลให้สถานีบริการหลายแห่งจำหน่ายหมดเร็วกว่าปกติ

ขณะเดียวกัน ระบบขนส่งน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการ มีทั้งทางท่อ รถขนส่ง และเรือ ซึ่งมีรอบการส่งเป็นลำดับตามชนิดน้ำมัน อาจทำให้บางช่วงเกิดความล่าช้าในการเติมน้ำมันเข้าสถานีบริการ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังมีการขยายเวลาขนส่งน้ำมันเป็น 24 ชั่วโมงต่อวัน โดยคาดว่าจำนวนสถานีบริการที่ประสบปัญหาน้ำมันขาด จะลดลงจากกว่า 400 แห่ง เหลือต่ำกว่า 200 แห่งภายใน 2-3 วัน

สำหรับปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้าประเทศ ระหว่างวันที่ 1-20 มีนาคม อยู่ที่ประมาณ 3,300-3,400 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการกลั่นและการใช้ภายในประเทศ โดยโรงกลั่นได้เพิ่มกำลังการผลิตจากเดิมเต็ม 100% เป็นประมาณ 110% เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมผ่อนคลายมาตรการสำรองน้ำมันบางส่วน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ คาดว่าจะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น

“ขอยืนยันว่า น้ำมันในประเทศยังมีเพียงพอ ไม่ได้มีการกักตุน และผลการตรวจสอบคลังน้ำมันไม่พบสิ่งผิดปกติ” นายดนุชาย้ำ

#ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง #พลังงานไทย

23/03/2026

กระทรวงพลังงาน เผย ต้องการของประชาชนสูงผิดปกติ เมื่อเทียบกับต้นปี 2569 ขณะที่โรงกลั่นเพิ่มปริมาณผลิต เป็น 80 ล้านลิตรต่อวัน เร่งกระจายสู่หน้าปั๊ม

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้มีการติดตามปริมาณน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการผลิตของ 6 โรงกลั่น ที่เป็นปกติในช่วงเดือนมกราคม 2569 ผลิตน้ำมันดีเซล อยู่ที่ 76 ล้านลิตรต่อวัน แต่ตัวเลขผลิต ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 ทั้ง 6 โรงกลั่น ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 76 ล้านลิตรเป็น 80 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งตัวเลขการใช้น้ำมันของเดือนมกราคม ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ตัวเลขการใช้น้ำมันเฉลี่ยครึ่งเดือนแรกของมีนาคม อยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งการผลิตน้ำมันที่ผ่านมา ก็จะมีปริมาณที่เพียงพอ และเหลือสำหรับเก็บไว้ในคลังสำรอง แต่ปัจจุบันนี้ การผลิตน้ำมันดีเซลที่โรงกลั่น อยู่ที่ 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ตัวเลขการใช้อยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องดึงสต๊อกน้ำมันกลับมาใช้ ซึ่งในเรื่องนี้ทางกรมธุรกิจพลังงานได้มีการติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด และภายหลังจากที่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งรายงานให้กรมธุรกิจพลังงานรับทราบทุกวันเวลา 18:00 น. โดยวันนี้เป็นวันที่สองที่มีการรายงานให้กับกรมรับทราบ ซึ่งหากผู้ค้าไม่ดำเนินการตามคำสั่งถือว่าทำผิดกฏหมาย และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนจะสร้างความมั่นใจอย่างไร ว่าทุกปั๊มจะมีน้ำมันดีเซลเติมให้กับประชาชน นายสราวุธ กล่าวว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนมีความต้องการเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก และมีปริมาณความต้องการใช้กว่าที่จะสามารถผลิตได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาภาคเอกชนได้นำ น้ำมันสำรองตามกฏหมาย ออกมากระจายได้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ได้ผ่อนผันการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทนำน้ำมันสำรองที่มีอยู่มากระจายเพิ่มขึ้นในช่วงตอนนี้นะครับที่มีสถานการณ์การใช้มากกว่าที่เราสามารถผลิตได้ในทุกๆวันครับ

23/03/2026
22/03/2026

ที่อยู่

245/1
Khon Kaen
40000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทักษิณ ปะวะถาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์