Samyan Wellness Studio by โค้ชแม็ค Personal Trainer

Samyan Wellness Studio by โค้ชแม็ค Personal Trainer SAMYAN Wellness Studio คือสถานที่รวมพล สำหรับคนรักตัวเอง ต้องการดูแลตนเอง พาคุณไปสู่จุดที่ต้องการคือ "สุขภาพโดยรวมที่ดี"

จบอีกหนึ่ง…คอร์สสำหรับเทรน  #ผู้ป่วยเรื้อรัง โดยเฉพาะ 🎉”Exercise for Clients with Common Chronic Conditions”เมื่อความรู้...
03/08/2026

จบอีกหนึ่ง…คอร์สสำหรับเทรน #ผู้ป่วยเรื้อรัง โดยเฉพาะ 🎉

”Exercise for Clients with Common Chronic Conditions”

เมื่อความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด หน้าที่ของเราคือตามให้ทัน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของ SAMYAN Wellness Studio

ขอบคุณทุกความไว้ใจครับ🙏🏻🥰

…โค้ชแม็ค…

22/07/2026

Plyometric training 🏋️🏸 #โค้ชแม็ค

18/07/2026

เรื่องที่ตำราไม่ได้สอนให้โค้ชฟิตเนสเด็ก/คนชราจะต้องเจอ คือ

“ให้เด็ก 6 ขวบยกหนักขนาดนั้นหลังพังทำไง” “โตไปแล้วเตี้ยมันคุ้มมั้ย” “ยกได้แต่เบาๆก็พอ ใช้ยางยืด กายบริหารปลอดภัยกว่า” ส่วนในฝั่งผู้สูงอายุก็น่าจะประมาณ “หมอนรองกระดูกปลิ้นแน่” “กระดูกสันหลังหักได้นอนพิการทั้งชีวิต” “เข่าพังไปต้องนั่งรถเข็นเลยนะ” ฯลฯ

🧱🧱🧱ความเชื่อของผู้ปกครองและสังคม เป็นปราการด่านแรกที่เทรนเนอร์ทั้งหลายต้องรับมือ

แม้ผู้ปกครองที่พาลูกมาฟิตเนส หรือลูกพาพ่อแม่สูงอายุมาฟิตเนส จะมีแนวคิดที่ค่อนข้างทันสมัยอยู่แล้ว แต่ถ้าแนวทางไม่ตรงกัน ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาได้ เพราะถ้าจะเทรนให้ได้มาตรฐานเกิดประโยชน์จริง ผู้ปกครองก็อาจจะไม่ปลื้มกับวิธีที่เราสอน อารมณ์เหมือนบางคนไปหาหมอแต่ถาม AI มา แล้วบอกให้หมอรักษาตัวเองยังไง คอยควบคุมตลอดเวลา

ถ้าเทรนเนอร์ยอมเทรนตามใบสั่ง ได้ครับพี่ดีครับท่าน ก็อาจจะเกิดความรู้สึกผิดในใจ เสียจุดยืน แต่ถ้ายืนยันจะสอนตามทฤษฎีก็จะพลาดโอกาสได้สอนกันไป

เบื้องต้นผมว่าการอธิบายให้เข้าใจตรงกันเป็นเรื่องดี แต่บางทีเราก็อาจจะไม่ต้องไปรีบเปลี่ยนใจใคร โดยปกติผมจะเอาภาพไกด์ไลน์ จากองค์การอนามัยโลกให้ดูก่อนว่าทั้งเด็กและผู้สูงอายุจำเป็นค้องฝึกความแข็งแรงเพื่อให้สุขภาพดี โดยเด็กเริ่มได้ตั้งแต่ 5 ขวบ

แต่หลายคนก็จะติงว่างั้นยกเบาๆก็พอ ผมก็จะโชว์ไกด์ไลน์การยกเวทของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้ดู ที่ผมชอบใช้รูปนี้เพราะ มันเป็นไกด์ไลน์จากองค์การอนามัยโลก และที่สำคัญ มันมีคำเตือน “ห้ามยกเวทหนักเกินไป” ตัวโตๆอยู่ แต่ไฮไลท์จริงๆคือ ข้อความข้างๆ ที่เค้านิยามว่า หนักเกินไปคือ ยกได้ไม่เกิน 8 ที ถ้ายกได้ 9 ที ถือว่าโอเค

แล้วภาพต่อมาก็จะเป็นชาร์ท Intensity ของการยกเวท ว่าถ้าต่ำกว่า 8 คร้้งคือระดับหนัก 8-15 ครั้งปานกลาง 15 ครั้งขึ้นไปคือเบา (รูปประกอบการอธิบายต่างๆอยู่ในคอมเมนท์)

ดังนั้นสำหรับมือใหม่เราก็จะเลือกน้ำหนักที่ทำได้ 15 ครั้งขึ้นไปก่อน ซึ่งในกรณีนี้เราก็จะไม่สนใจแล้วว่ามันจะฝึกแบบไหน กายบริหาร ยางยืด แมชชีน บาร์เบลล์ และที่สำคัญก็ขอให้อย่ากังวลว่าน้ำหนักมันจะขึ้นไปเท่าไร เพราะหลายคนต่อให้ยกได้เกิน 15 ครั้ง พอน้ำหนักเริ่มเยอะ ใจฝ่อไม่กล้ายกต่อก็มี

ซึ่งมาถึงตอนนี้กว่าจะจบคอร์ส นักเรียนก็จะทำน้ำหนักได้ดีมากๆ หลายคนก็น่าจะเคยชินและเลิกกลัวกันแล้ว แล้วเราค่อยพัฒนาไปฝึกความหนักระดับปานกลางต่อไป

🧱🧱🧱อุปสรรคต่อมาที่เจอก็คือ คำทักท้วงจากคนรอบตัวนักเรียน คนในโซเซียล ซึ่งบางทีก็เป็นบุคลากรทางการแพทย์

เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่ได้รับข้อมูล ไม่ได้ผ่านประสบการณ์การฝึกที่ค่อยๆสร้างความมั่นใจ และเมื่อบวกกับการได้รับสื่อที่สร้างความหวาดกลัว ทำให้เค้าเกิดความเป็นห่วงจนต้องมาเตือนเราในที่สุด

ซึ่งเคสนี้แม้ในนักเรียนเราที่ผ่านการฝึกจนมั่นใจ เกิดผลดีในชีวิตมาแล้ว บางทีก็เขวจนยกเลิกคอร์สกันไปก็มี อย่างผมเองเคยสอนคนที่มีปัญหานักเรียนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง(หมออนุญาตให้ออกกำลังกาย) ซึ่งจากคนที่เคยต้องไปกายภาพทุกเดือน กลายเป็นใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ ผลต่างๆก็ดีขึ้นจนหมอชม แต่พอย้ายบ้านไปเปลี่ยนหมอ หมอคนใหม่ทักว่าไม่ควรยกเวทหนัก กลายเป็นกลัว มาขอปรับโปรแกรมให้เบาลง

แต่ผมยืนยันว่าสอนตามหลักวิชาการ เลยขอไลน์คุยกับหมอโดยตรง และยื่นไกด์ไลน์ งานวิจัยให้ รวมถึงหมอเปิดใจ คุยกับหมอเจ้าของไข้คนเก่า นักเรียนถึงกล้ากลับมาเล่นเหมือนเดิม

แน่นอนการที่เราบอกให้นักเรียนไม่สนใจเลยก็คงไม่ได้ เพราะหลายครั้ง คนรอบตัวเค้าเป็นพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ เค้าก็ห่วงลูกห่วงหลานเช่นเดียวกัน

การแก้ปัญหาขั้นต้น การส่งบทความ ไกด์ไลน์ งานวิจัยไปให้อ่าน ก็อาจจะช่วยได้ในบางกรณี แต่หลายครั้งก็ไม่สามารถแก้ไขความกลัวเหล่านี้ได้

การเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็น่าจะทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงเข้าใจได้มากขึ้น เช่น ลองยกสถานการณ์ ถ้าเด็กเล่นชักกะเย่อ เล่นผลักเล่นดันกับเพื่อน เราเป็นผู้ปกครองเราควรทำอย่างไร รีบวิ่งเข้าไปห้ามทันทีเพราะการออกแรงเต็มที่มันอันตราย สอนลูกไว้ว่าเวลาเล่นควรออกแรงชักเย่อไม่เกินสัก 65% พอ เวลาลูกอยากจะลองดึงข้อ ดันพื้น ถอนต้นไม้ ก็ควรจะต้องห้ามเพราะมันหนักกว่า 1 RM (ทำแค่ 1 ครั้งยังไม่ไหว)

หรือลองเปรียบเทียบให้เห็นว่า หลายกิจกรรมที่เราคิดว่าเด็กทำแล้วปลอดภัย มันอันตรายกว่าการยกเวทหนักๆอีกนะ เช่น การที่เด็กวิ่งเร็วเต็มที่ การกระโดดกบนั่งยองๆ ฯ ถ้าไม่เชื่อ ลองเปลี่ยนจากเด็กเป็นผู้สูงอายุสิ การให้คนแก่มาวิ่งเร็วเต็มที่ กระโดดกบนั่งยองๆ มันดูเสี่ยงกว่าการยกเวทที่มันควบคุมได้ง่ายกว่า

ดังนั้นเราไม่สามารถปกป้องคนที่เรารักได้ตลอดเวลา การฝึกให้เค้าแข็งแรง ยิ่งเป็นการทำให้เค้าปลอดภัย

แต่ถ้ายังกังวลกันอีก ก็อาจจะต้องให้ได้รับประสบการณ์ด้วยตัวเอง อย่างเวลาผู้สูงอายุไม่กล้ายกน้ำหนัก ผมจะลองให้เริ่มจากไปลองออกแรงยกอะไรที่มันล็อคอยู่กับที่ เช่น ออกแรงยกบาร์ที่มันถูกล็อคไว้ หรือเหมือนการที่เราพยายามจะถอนต้นไม้ที่เรารู้ว่ายังไงก็ดึงไม่ขึ้น ซึ่งเกือบทุกคนจะกล้าทำ

หลังจากเค้าลองทำไปแล้ว เราค่อยเปิดชาร์ท 1 RM ให้ดู เพื่อแสดงว่าเมื่อกี๊เค้าออกแรง ระดับ 100% หรือมากกว่าไปแล้ว เพราะตอนยกหนักเต็มที่ยกได้ครั้งเดียวหมดแรง เรายังยกขึ้น แต่ที่ทำกันเมื่อกี๊มันยกไม่ขึ้นแสดงว่ามันออกแรงมากกว่า แต่ข้อต่อ หมอนรองกระดูก กระดูกสันหลัง ข้อเข่าอะไรของเราก็ยังอยู่ดี ดังนั้นถ้าจะลดถดถอยไปยกสัก 70% มันก็ควรจะปลอดภัย เพราะจริงๆแล้วคนที่อวัยวะต่างๆไม่แข็งแรง แรงมันก็น้อยอยู่แล้ว ก็ยกได้ไม่หนักเท่าไร แล้วพอเราแข็งแรงขึ้น อวัยวะข้อต่อต่างๆมันก็แข็งแรงขึ้นตาม

ดังนั้นการยกหนักในท่าที่ปลอดภัย ไม่หล่นลงมาทับตัวเรา มีทักษะพอที่จะไม่บิดทำท่าผิดเพี้ยนไป จึงมีความปลอดภัยสูง ยกไม่ไหวก็แค่วาง

แล้วก็ไปจบด้วยการให้ไปดูไกด์ไลน์การยกน้ำหนักสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคกระดูกพรุน ว่าการยกน้ำหนักที่ระดับความเข้มข้นสูง ยังปลอดภัยและได้ผลดี ถ้าเป็นผู้สูงอายุทั่วไป หรือเป็นเด็กสุขภาพดี ยิ่งไม่ต้องกังวล (ส่วนเรื่องท่าทางการยกขอเป็นบทความต่อๆไป)

ถ้าทำมาถึงขนาดนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ก็อาจจะต้องไปหาคนที่เค้าเชื่อถือมาพูด คลิปจากหมอที่ศึกษาการออกกำลังกายอย่างเชี่ยวชาญจริงๆ อย่างเพจ Doctor Move นี่ก็ได้ หรือจะส่งบทความให้ญาติๆส่งเข้ากรุ๊ปไลน์ อ้างว่า ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ ดอกเตอร์….ผู้อำนวยการใหญ่สูงสุดสถาบันวิจัย ดประธานกรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรศาสตร์และหัวหน้าภาควิชาการรักษากระดูกและข้ออะไรก็ว่าไป แนะนำมาเป็นต้น

แล้วเพื่อนๆเคยเจอปัญหาเหล่านี้แล้วแก้ไขกันอย่างไรมาแชร์กันบ้างนะครับ

โค้ชเป้ง

*ผมได้จัดทำ EBook การพัฒนาสมรรถภาพทางกายในเด็กไว้แล้ว อ่านง่ายได้ในมือถือ ให้ผู้ปกครอง โค้ช หรือตัวเด็กเองอ่านได้เลย Inbox มาขอรับกันได้เลย

*ส่วนใครอยากมาเรียนและทดลองปฏิบัติจริง ผมโค้ชเป้งและโค้ชแจ้ก็จะมีการจัด Workshop อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในคอมเมนท์เลยนะครับ (ซึ่งคอร์สนี้ก็จะมีการจัดทำออนไลน์ แจกให้เรียนฟรีในอนาคตด้วยเช่นกัน)

* นางแบบตัวน้อย Devy Golf Diary

18/07/2026

แก่แล้วก็เร็วได้!

#โค้ชแม็ค #ออกกำลังกาย #ผู้สูงอายุ

17/07/2026

เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ คว้ามันไว้ให้ได้นะครับ😊

#โค้ชแม็ค #เทรนเนอร์แกลง #เทรนเนอร์ส่วนตัว #ผู้สูงอายุ #หกล้ม

12/07/2026

Circuit training🔥

#โค้ชแม็ค #เทรนเนอร์แกลง #เทรนเนอร์ส่วนตัว

07/07/2026

ออกกำลังกายกันเถอะ💪😊

#โค้ชแม็ค #เทรนเนอร์แกลง #เทรนเนอร์ส่วนตัว

ที่อยู่

SAMYAN Wellness Studio
Klaeng
21110

เวลาทำการ

จันทร์ 13:00 - 20:30
อังคาร 13:00 - 20:30
พุธ 13:00 - 20:30
พฤหัสบดี 13:00 - 20:30
ศุกร์ 13:00 - 20:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Samyan Wellness Studio by โค้ชแม็ค Personal Trainerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์