องอาจ ปัญญาชาติรักษ์

องอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก องอาจ ปัญญาชาติรักษ์, ร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ, Lampang.

ความขัดแย้งทางความคิดและการเมือง
ไม่ได้เกิดจากการมองปัญหาเพียงด้านเดียวเท่านั้น
แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์ที่ทับซ้อน
อย่างไรก็ตาม การเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย
เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างความเข้าใจร่วม
และหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

ถึง คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ Egg Board และรัฐบาลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - Suriy...
22/08/2026

ถึง คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ Egg Board และรัฐบาลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - Suriya Jungrungreangkitกระทรวงพาณิชย์ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpunพรรคภูมิใจไทยพรรคเพื่อไทยพรรคประชาชน - People's Partyสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าวTHE STANDARDฐานเศรษฐกิจ

ประเทศไทยใช้ระบบควบคุมจำนวน พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ หรือ PS เพื่อบริหารปริมาณไข่ในประเทศมานาน โดยเหตุผลหลักที่รัฐใช้คือ ทำให้ Supply สอดคล้องกับ Demand และช่วยรักษาเสถียรภาพราคาไข่

หลักการนี้ฟังดูสมเหตุสมผลครับ

เพราะถ้าไข่ออกมากเกินไป ราคาหน้าฟาร์มก็พัง เกษตรกรเดือดร้อน

แต่ปัญหาคือ…

เมื่อรัฐเป็นผู้กำหนดว่า ประเทศไทยควรมี PS กี่ตัว ใครได้สิทธิเลี้ยงเท่าไร และผู้เล่นใหม่จะเข้ามาได้หรือไม่ รัฐไม่ได้กำลังบริหารแค่รายได้ของเกษตรกร

รัฐกำลังมีอิทธิพลต่อ Supply และราคาของไข่ไก่ที่คนไทยทั้งประเทศต้องซื้อกิน

นี่จึงไม่ใช่เรื่องของอุตสาหกรรมไก่ไข่เพียงอย่างเดียว

แต่มันคือเรื่องของ Consumer Welfare

คำถามแรก: ใครเป็นคนตัดสินว่า “ไข่ในประเทศควรมีเท่าไร”?

หลายปีที่ผ่านมา กรอบ PS อยู่ราว 440,000 ตัว

และที่สำคัญคือ การจัดสรรหลายปีใช้หลักว่า ผู้ประกอบการรายเดิมได้รับจำนวน “เท่ากับปีก่อน”

พูดอีกแบบคือ…

สิทธิในอดีต ถูกใช้เป็นฐานของสิทธิในอนาคต

นี่เรียกว่า Grandfathering

คำถามคือ…

ทำไมสิทธิในการผลิตพันธุ์ไก่ไข่ ซึ่งมีผลต่อ Supply ของอาหารพื้นฐานของคนทั้งประเทศ จึงควรผูกติดกับฐานเดิมของผู้ประกอบการเดิมต่อเนื่องหลายปี?

ถ้าตลาดเปลี่ยน
เทคโนโลยีเปลี่ยน
Demand เปลี่ยน
รูปแบบ Cage-Free เกิดขึ้น
ผู้เล่นใหม่มีประสิทธิภาพกว่า

ระบบควรเปิดให้การแข่งขันปรับตัวหรือไม่?



คำถามที่สอง: รักษาเสถียรภาพราคา หรือกำลังรักษาโครงสร้างตลาดเดิม?

ผมไม่ได้บอกว่า Egg Board ตั้งใจปกป้องผู้ประกอบการรายเดิม

แต่มีข้อเท็จจริงที่ต้องตั้งคำถาม

มติปี 2569 ระบุถึงการให้ความเป็นธรรมกับ

“ผู้ประกอบการรายเดิมที่ร่วมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคามาตลอด”

ตรงนี้ผมอยากถามว่า…

“ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายเดิม” ต้องมีน้ำหนักมากกว่าความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายใหม่หรือไม่?

ถ้ารายใหม่มีตลาดจริง มีเทคโนโลยีใหม่ หรือสร้างสินค้าใหม่อย่าง Cage-Free

ควรใช้กติกาเดียวกันในการเข้าตลาด

ไม่ใช่ทำให้สิทธิเดิมกลายเป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจที่ได้รับการต่ออายุโดยอัตโนมัติ



คำถามที่สาม: แล้วผู้บริโภคอยู่ตรงไหน?

นี่คือเรื่องที่ผมกังวลมากที่สุด

ช่วงเดือนสิงหาคม ราคาไข่ไก่ปรับสูงขึ้น

ข้อมูล สศก.ช่วง 3–9 สิงหาคม ระบุว่าไข่ไก่เบอร์ 3 ที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ย 371 บาทต่อ 100 ฟอง และราคาขายส่งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 394 บาทต่อ 100 ฟอง 9d7fb72f9042964e.pdf

ในเวลาเดียวกัน รัฐก็กำลังระมัดระวังไม่ให้ Supply เพิ่มมากเกินไป เพราะกลัวราคาตก

ผมจึงอยากถามตรงๆ ว่า

Egg Board มี “กรอบราคาที่เหมาะสม” สำหรับผู้บริโภคหรือไม่?

หรือเรามีแต่ Floor ที่พยายามไม่ให้ราคาหน้าฟาร์มต่ำเกินไป แต่ไม่มี Ceiling ทางนโยบายที่ชัดว่าผู้บริโภคไม่ควรจ่ายแพงเกินไปแค่ไหน?

การบริหารตลาดที่ดีต้อง Balance ทั้งสองด้าน

เกษตรกรต้องไม่ขาดทุน

แต่

ผู้บริโภคก็ไม่ควรถูกบังคับให้จ่ายราคาแพงจาก Supply ที่ถูกจำกัดเกินจำเป็น



คำถามที่สี่: ทำไมผู้เล่นเดิมมีสิทธิ แต่ผู้เล่นใหม่ต้องพิสูจน์ตัวเองหนักกว่า?

กรณีล่าสุด มีบริษัทขอนำเข้า PS 10,000 ตัวเพื่อผลิตไข่ Cage-Free

เทียบกับกรอบ PS 440,000 ตัว 10,000 ตัวคิดเป็นประมาณ 2.27%

แต่กลับเกิดความกังวลว่า หากอนุญาต อาจกระทบ Supply และราคา

คำถามของผมคือ…

ถ้าผู้ประกอบการรายใหม่มี Offtake Agreement มีลูกค้ารองรับ มีตลาดแยกชัด และมีระบบ Traceability ป้องกันไม่ให้ไข่ส่วนเกินไหลมาทุบตลาดทั่วไป

ทำไมจึงไม่เปิดแบบ Conditional Entry?

ให้เขาพิสูจน์ Demand จริง

ถ้าขายได้
ค่อยขยาย

ถ้าขายไม่ได้
หยุดเพิ่ม Supply

แบบนี้รัฐทั้งรักษาเสถียรภาพ และไม่ปิดกั้น Innovation

ดีกว่าใช้แนวคิด

“เพราะมี Supply เดิมอยู่แล้ว จึงไม่ควรมี Supply ใหม่”



คำถามที่ห้า: ใครได้ประโยชน์จากการจำกัด PS?

ในทางเศรษฐศาสตร์ การจำกัด Supply มีผลที่ชัดเจนคือ

ช่วยพยุงราคา

นี่อาจช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ

แต่ในขณะเดียวกันมันก็สร้างสิ่งที่เรียกว่า Quota Rent

คือมูลค่าทางเศรษฐกิจของ “สิทธิในการอยู่ในตลาด”

ยิ่งสิทธิถูกจำกัด

สิทธิเดิมก็ยิ่งมีค่า

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมระบบแบบ Grandfathering ต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด

เพราะถ้าไม่ระวัง

นโยบายที่เริ่มจาก

“ป้องกันไข่ล้นตลาด”

อาจพัฒนาไปเป็น

“ป้องกันผู้เล่นใหม่เข้าสู่ตลาด”

ได้ แม้ไม่มีใครตั้งใจ



ผมอยากเสนอ 5 เรื่องให้ Egg Board เปิดเผย

1. รายชื่อผู้ถือสิทธิ GP/PS ทั้งหมด และจำนวนรายบริษัท ย้อนหลังอย่างน้อย 10 ปี

ให้ประชาชนเห็นว่าการจัดสรรเปลี่ยนแปลงอย่างไร

2. เกณฑ์การจัดสรรสิทธิรายเดิมและรายใหม่

ต้องมีสูตรชัด ไม่ใช่ดุลพินิจ

3. Demand–Supply Forecast 24 เดือน

บอกให้เห็นว่า ประเทศไทยต้องการไข่กี่ฟองต่อวัน แม่ไก่กี่ตัว และ PS เท่าไร

4. Minutes ของการประชุมในวาระที่มีผลต่อ Entry

โดยเฉพาะกรณี Cage-Free

ประชาชนควรรู้ว่าใครเสนออะไร ใครคัดค้าน และใช้ข้อมูลอะไร

5. Consumer Impact Assessment

ทุกครั้งที่จำกัด Supply ต้องตอบว่า

นโยบายนี้จะทำให้ราคาไข่ที่ผู้บริโภคจ่ายเพิ่มขึ้นเท่าไร?



และผมขอเสนอหลักใหม่

การบริหารไข่ไก่ไม่ควรตั้งเป้าแค่

“Price Stability”

แต่ต้องเป็น

Fair Market Stability

ตลาดที่เป็นธรรมต้องมีพร้อมกัน 4 อย่าง

เกษตรกรอยู่ได้

ผู้บริโภคจ่ายราคาสมเหตุสมผล

ผู้ประกอบการเดิมแข่งขันได้

ผู้ประกอบการใหม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ภายใต้กติกาที่โปร่งใส

ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง

ผมไม่คิดว่าเราควรเรียกระบบนั้นว่า “สมดุล”



ผมจึงอยากถาม Egg Board และรัฐบาลตรงๆ ว่า

“เรากำลังบริหาร Supply เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด หรือกำลังบริหารตลาดให้โครงสร้างเดิมอยู่ต่อ?”

และคำถามที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ

“ไข่ไก่เป็นอาหารของคนไทยทั้งประเทศ แล้วทำไมการกำหนด Supply และราคาจึงถูกมองจากมุมของผู้ผลิตมากกว่ามุมของผู้บริโภค?”

ผมไม่ได้เสนอให้ปล่อยตลาดเสรีแบบไร้กติกา

แต่ผมเสนอให้

กติกาต้องเปิด โปร่งใส แข่งขันได้ และตอบคนทั้งประเทศ

เพราะหน้าที่ของรัฐไม่ควรเป็น

รักษาส่วนแบ่งตลาดให้ใคร

แต่ต้องเป็น

รักษาความเป็นธรรมของตลาด ให้ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอยู่ได้พร้อมกัน

#ไข่ไก่ #ราคาไข่ #พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ #กรมปศุสัตว์ #กระทรวงเกษตร #การแข่งขันทางการค้า #เกษตรกรไทย #ความมั่นคงอาหาร #ปฏิรูปเกษตร #ตลาดเป็นธรรม

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 18

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 17

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 16

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 15

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 14

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 13

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 12

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 11

21/08/2026

**ถึงเวลารื้อ “ระบบลดโทษ” ใหม่ทั้งระบบหรือยัง?** Part 10

ที่อยู่

Lampang

เบอร์โทรศัพท์

+66854899916

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ องอาจ ปัญญาชาติรักษ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง องอาจ ปัญญาชาติรักษ์:

ทางลัด

แชร์