เครือข่ายotopมหาสารคาม

เครือข่ายotopมหาสารคาม เครือข่ายOTOP มหาสารคาม 13อำเภอ

บรรยากาศ จัดแสดงสินค้า ณ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัสร่วมประชาสัมพันธ์และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนนายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าร...
31/05/2026

บรรยากาศ จัดแสดงสินค้า ณ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัสร่วมประชาสัมพันธ์และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม มอบหมายให้เครือข่าย OTOP จังหวัดมหาสารคาม ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า OTOP และเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ภายในศูนย์การค้า เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (Central Khonkaen Campus) ศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางเมืองขอนแก่น

การจัดแสดงสินค้าจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–28 พฤษภาคม 2569 ภายในพื้นที่กิจกรรมของศูนย์การค้า โดยเครือข่าย OTOP มหาสารคาม ได้นำผลิตภัณฑ์สินค้าเด่นของจังหวัดมาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอาหาร เครื่องแต่งกาย ของใช้ และงานหัตถกรรม อาทิ ผ้าไหมย้อมครั่ง ข้าวสารทุ่งกุลา เสื้อผ้าแปรรูป อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สินค้าของที่ระลึก และของตกแต่งอีกมากมาย ซึ่งล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนจากจังหวัดมหาสารคาม

ทั้งนี้ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นับเป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 2 ของเซ็นทรัลในจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนกัลปพฤกษ์–มิตรภาพ ย่านกังสดาล ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Hybrid Mall” และ “Mixed-Use” เพื่อตอบโจทย์ไลสไตล์ของคนรุ่นใหม่และชุมชนมหาวิทยาลัย

การเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าของเครือข่าย OTOP มหาสารคามในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขยายโอกาสทางการตลาดสู่ผู้บริโภคในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

#เครือข่ายOTOPมหาสารคาม

จังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้า” และ “บุปผาบรมราชินีนาถ” สืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล...
28/05/2026

จังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้า” และ “บุปผาบรมราชินีนาถ” สืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ณ วัดขุนพรหมดำริ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีมอบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอสมเด็จฯ - เจ้าฟ้า” และ “บุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทยให้มีความทันสมัย สามารถต่อยอดสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

ในการนี้ เครือข่าย OTOP จังหวัดมหาสารคาม นำโดย นายณกรณ์ ตั้งหลัก ประธานเครือข่าย OTOP จังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการเครือข่าย และสมาชิกผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดมหาสารคาม เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมรับมอบลายผ้าพระราชทานและน้อมนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยของจังหวัดให้มีเอกลักษณ์ สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับชุมชน

ทั้งนี้ ลายผ้าพระราชทานดังกล่าวนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์และพัฒนางานหัตถศิลป์ไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการและช่างทอผ้าไทยได้สร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ

ครั่ง โทนสีแห่งภูมิปัญญามหาสารคาม มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม“ครั่ง” คือภูมิปัญญาแห่งสีสันที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตขอ...
28/05/2026

ครั่ง โทนสีแห่งภูมิปัญญา

มหาสารคาม มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม

“ครั่ง” คือภูมิปัญญาแห่งสีสันที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวอีสานมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะจังหวัดมหาสารคาม ดินแดนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “มหานครแห่งครั่ง” และ “ราชาแห่งสีย้อมไหม” เพราะเป็นแหล่งองค์ความรู้ด้านการย้อมสีธรรมชาติที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

การย้อมไหมด้วยครั่งมิใช่เพียงกระบวนการสร้างสีสันบนผืนผ้า หากแต่เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ความละเอียดอ่อน และความเชี่ยวชาญของผู้ย้อม สีที่ได้จากครั่งสามารถเปลี่ยนเฉดได้หลากหลาย ตั้งแต่แดงสด แดงอมชมพู ไปจนถึงสีน้ำตาลเม็ดมะขาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิค วิธีการ และปัจจัยทางธรรมชาติในแต่ละพื้นที่

ปัจจุบัน งานวิจัยและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้เข้ามาช่วยอธิบายภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษ โดยมีการเปรียบเทียบเชิงวิเคราะห์คุณสมบัติของน้ำในแต่ละแหล่ง ทั้งแร่ธาตุ ความกระด้าง และค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ซึ่งล้วนส่งผลต่อเฉดสีของไหมที่ย้อมด้วยครั่งอย่างน่าอัศจรรย์

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง “ความฉลาดทางภูมิปัญญา” ของคนโบราณ ที่แม้ไม่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แต่สามารถสังเกต ทดลอง และจดจำคุณลักษณะของธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะถ่ายทอดองค์ความรู้มาสู่คนรุ่นหลัง

ดังคำกล่าวที่ยังคงเล่าขานในบางชุมชนว่า

“อยากได้ครั่งสีแดง ให้ไปย้อมสระวันเหนือ
อยากได้ครั่งสีเม็ดมะขาม ให้ย้อมสระวัดใต้”

ถ้อยคำสั้น ๆ นี้ ไม่เพียงสะท้อนภูมิปัญญาการย้อมสี หากยังบ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างคน ธรรมชาติ และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ยังคงมีคุณค่าและควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบไป

ทุกเฉดสีจากครั่ง จึงมิใช่เพียงสีบนเส้นไหม หากแต่เป็น “สีแห่งภูมิปัญญา” ที่บอกเล่าเรื่องราวของแผ่นดินมหาสารคาม เมืองแห่งวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันงดงามของไทย

#มหาสารคามมหานครแห่งครั่งราชาแห่งสีย้อมไหม

ปฐมบทฉลองพระองค์ผ้าไหมมัดหมี่ลายโบราณ ย้อมครั่งมหาสารคามในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินีผ้าไหมมัดหมี่ลายโบราณย้อมคร...
27/05/2026

ปฐมบทฉลองพระองค์ผ้าไหมมัดหมี่ลายโบราณ ย้อมครั่งมหาสารคามในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี

ผ้าไหมมัดหมี่ลายโบราณย้อมครั่งจากจังหวัดมหาสารคาม เป็นมรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวอีสานสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ด้วยความวิจิตรประณีตของลวดลายที่เกิดจากการมัดย้อมเส้นไหมตามแบบโบราณ ผสานกับสีแดงอมชมพูอันเป็นเอกลักษณ์จาก “ครั่ง” ซึ่งเป็นสีธรรมชาติที่ให้ความงดงามนุ่มนวลและทรงคุณค่าในเชิงหัตถศิลป์

เมื่อผ้าไหมมัดหมี่ย้อมครั่งมหาสารคามได้รับการตัดเย็บเป็นฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของช่างทอผ้าและประชาชนชาวไทยทั้งมวล พระราชจริยวัตรในการทรงสวมใส่ผ้าไทยในโอกาสต่าง ๆ ทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่คุณค่าของผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาชาติ

ลวดลายโบราณที่ปรากฏบนผืนผ้าแต่ละผืน ล้วนสะท้อนเรื่องราวแห่งวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาของบรรพชน ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความอดทน และความชำนาญของช่างฝีมือ ตั้งแต่การคัดเลือกเส้นไหม การมัดลาย การย้อมครั่งธรรมชาติ ไปจนถึงการทอด้วยกี่พื้นบ้าน จนเกิดเป็นผืนผ้าอันทรงคุณค่าและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งท้องถิ่น

ฉลองพระองค์ผ้าไหมมัดหมี่ลายโบราณย้อมครั่งมหาสารคาม จึงมิได้เป็นเพียงเครื่องทรงอันงดงาม หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าในภูมิปัญญาพื้นบ้าน และร่วมกันอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป ภายใต้พระบารมีแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นพลังสำคัญในการธำรงรักษาและต่อยอดความงดงามของผ้าไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต.

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

26/05/2026

ไปเดินเที่ยวกัน…

“ถ้าครั่งตาย คนก็ตายเพราะเคมีมาก รักษาไว้ให้ได้”พระกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ส...
26/05/2026

“ถ้าครั่งตาย คนก็ตายเพราะเคมีมาก รักษาไว้ให้ได้”

พระกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อทอดพระเนตรนิทรรศการรายงานผลการวิจัย “มหาสารคาม มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม”

พระกระแสรับสั่งที่ว่า “ถ้าครั่งตาย คนก็ตายเพราะเคมีมาก รักษาไว้ให้ได้” เป็นพระราชดำริที่สะท้อนพระวิสัยทัศน์อันลึกซึ้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยทรงเล็งเห็นคุณค่าของ “ครั่ง” ซึ่งมิได้เป็นเพียงแมลงเศรษฐกิจสำหรับการผลิตสีย้อมธรรมชาติเท่านั้น หากยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน

ครั่งมีความสัมพันธ์กับต้นไม้เจ้าบ้าน ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิถีชีวิตของชุมชนในชนบท การดำรงอยู่ของครั่งจึงสะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เมื่อมีการอนุรักษ์ครั่ง ย่อมหมายถึงการอนุรักษ์ต้นไม้เจ้าบ้าน การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพไปพร้อมกัน การสร้างระบบนิเวศของครั่งจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในปัจจุบัน

ในอีกมิติหนึ่ง ครั่งยังเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการนำครั่งมาใช้เป็นสีย้อมธรรมชาติสำหรับผ้าไหมและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงครั่ง การเก็บเกี่ยว การสกัดสี และเทคนิคการย้อมผ้าล้วนเป็นองค์ความรู้ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น หากขาดการสืบทอด ความรู้เหล่านี้อาจสูญหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่

งานวิจัย “มหาสารคาม มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม” จึงมีบทบาทสำคัญในการรวบรวม พัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้ดั้งเดิมให้เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์จากครั่ง ทั้งด้านสิ่งทอ สีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อันเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

พระกระแสรับสั่งดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนแนวทางแห่งการพัฒนา ที่ชี้ให้เห็นว่าการรักษาครั่งมิใช่เพียงการอนุรักษ์แมลงชนิดหนึ่ง แต่คือการรักษาระบบนิเวศ รักษาป่าไม้ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่าของชาติ การสืบสานองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากครั่งอย่างรู้คุณค่า จะช่วยให้ทรัพยากรนี้คงอยู่และสร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงให้ความสำคัญกับทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาของชุมชนท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ พสกนิกรชาวมหาสารคามและประชาชนชาวไทยจึงควรน้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติ ด้วยการร่วมกันอนุรักษ์ครั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศ สืบสานภูมิปัญญาการย้อมสีธรรมชาติ และสร้างคุณค่าให้แก่ทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อให้ “มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม” ยังคงเป็นความภาคภูมิใจของชาวมหาสารคามและของประเทศไทยสืบไป

มหาสารคาม มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหมณ บ้านดอนก่อ ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคามท่ามกลางผืนแผ่นดินอันอุดมส...
25/05/2026

มหาสารคาม มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม

ณ บ้านดอนก่อ ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

ท่ามกลางผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ของบ้านดอนก่อ ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีแหล่งน้ำสำคัญอย่าง “ห้วยเชียงคำ” ที่เปรียบเสมือนสายเลือดหล่อเลี้ยงชุมชน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดินและพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะพืชย้อมสีธรรมชาติที่เป็นรากฐานสำคัญของภูมิปัญญาการย้อมไหมอันทรงคุณค่า

มหาสารคามได้รับการยกย่องให้เป็น “มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม” ด้วยอัตลักษณ์อันโดดเด่นด้านการย้อมผ้าไหมจาก “ครั่ง” วัตถุดิบธรรมชาติที่ชุมชนสืบทอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษสู่ลูกหลานมาหลายชั่วอายุคน ก่อกำเนิดเฉดสีอันงดงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนเรื่องราว วิถีชีวิต และความผูกพันระหว่างคนกับธรรมชาติได้อย่างวิจิตรบรรจง

ชาวบ้านดอนก่อได้ตั้งชื่อเฉดสีที่เกิดจากการย้อมครั่งไว้อย่างงดงามและมีเสน่ห์ ได้แก่

• แดงดอกแสแบง – สีแดงสด ลุ่มลึก เปี่ยมด้วยพลังแห่งธรรมชาติ
• แดงเม็ดมะขาม – สีแดงเข้มอมม่วง สง่างามและทรงคุณค่า
• แดงดอกจาน – สีแดงอมส้มสดใส สะท้อนความงดงามแห่งฤดูกาล
• ส้มดินแดง – สีส้มอิฐอบอุ่น ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่โดดเด่น
• ม่วงสัมฤทธิ์ – สีม่วงละมุน อมเทาชมพู เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและร่วมสมัย
• เขียวไพร – สีเขียวแห่งพืชพรรณและความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า

เฉดสีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสีสันบนผืนผ้าไหม หากแต่เป็นตัวแทนของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมมายาวนาน สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และวิถีชีวิตของชาวมหาสารคามที่ดำรงอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล

วันนี้ บ้านดอนก่อและชุมชนรอบห้วยเชียงคำ ยังคงร่วมแรงร่วมใจอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการย้อมไหมจากสีธรรมชาติ เพื่อส่งต่อมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่านี้ให้คงอยู่คู่แผ่นดินมหาสารคาม และเป็นความภาคภูมิใจของชุมชนสู่สายตาผู้มาเยือนจากทั่วทุกสารทิศ

“มหาสารคาม มหานครแห่งครั่ง ราชาแห่งสีย้อมไหม” คือเรื่องราวแห่งสีสัน วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่ถักทออยู่บนผืนไหมทุกผืน สะท้อนคุณค่าแห่งท้องถิ่นที่งดงามและยั่งยืนสืบไป.

ประชาสัมพันธ์โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)"เริ่มใช้จ่าย วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 69 ดังนี้1. ประชาชนยืนยันสิทธิเดิม/ล...
23/05/2026

ประชาสัมพันธ์โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)"

เริ่มใช้จ่าย วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 69 ดังนี้
1. ประชาชนยืนยันสิทธิเดิม/ลงทะเบียนใหม่ ในแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง วันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-22.00 น.
2. ร้านค้าเดิมที่เคยร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน วันที่ 25 พ.ค. - 30 ก.ย. 69
3. ร้านค้าใหม่ ที่ไม่เคยร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ลงทะเบียน วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 69 ดังนี้ - นำแบบฟอร์มการสมัคร (สามารถรับได้ที่ที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม ชั้น 2 ห้อง 1
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยืนยัน โดยให้นำเอกสารมาประกอบ ได้แก่
1) สำเนาบัตรประชาชน
2) สำเนาทะเบียนบ้าน
3) ภาพถ่ายร้านค้า/สถานประกอบการ
4) บัญชีธนาคารกรุงไทย
5) สำเนาหนังสือรับรองผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP (กรณี เป็นร้าน OTOP)
6) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน (ท.ว.ช.2) (กรณี เป็นร้านค้าวิสาหกิจชุมชน) - เมื่อเจ้าหน้าที่ยืนยันโดยการเซ็นต์รับรองแล้ว ผู้สมัครนำไปยื่นที่ธนาคากรุงไทย เพื่อดำเนินการต่อไป

ที่อยู่

มหาสารคาม
Maha Sarakham
44000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เครือข่ายotopมหาสารคามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์