อาหารอีสาน

อาหารอีสาน CLMV news updates

ก้อยขมๆ
03/09/2026

ก้อยขมๆ

26/08/2026

https://scanqrfood.com/qrcode_generator/

เว็บเข้ารหัส​ QRCode
ใช้ง่าย​ คนscan ก็ใช้ง่าย​ไม่ติดโฆษณา

สร้าง QR Code ฟรีจาก URL รองรับ Google Docs Google Drive Google Maps และเว็บไซต์ทั่วไป

สุดยอดจริงๆ​ ราชทัณฑ์​ จากติดคุกตลอดชีวิต​ ติดจริงไม่​ถึง​10 ปี
17/08/2026

สุดยอดจริงๆ​ ราชทัณฑ์​ จากติดคุกตลอดชีวิต​ ติดจริงไม่​ถึง​10 ปี

‘ราชทัณฑ์’ แจงข้อเท็จจริงการปล่อยตัว ‘เล่าต๋า แสนลี่’ หลังรับโทษจำคุก 9 ปี 10 เดือน 8 วัน ดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน เตรียม ‘ทบทวนหลักเกณฑ์’ การบังคับโทษ ‘คดีร้ายแรง’ โดยเฉพาะผู้ต้องโทษประหารชีวิต-จำคุกตลอดชีวิต และผคดีอุกฉกรรจ์ พร้อมระสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ ติดตามพฤติการณ์ ‘เล่าต๋า’

วันที่ 17 ส.ค.69 กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงรายละเอียด กรณีการปล่อยตัว นายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 85 ปี อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจากเรือนจำกลางบางขวาง เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ว่า นายเล่าต๋า ต้องโทษในความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ ถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 โดยศาลอาญาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ให้จำคุกตลอดชีวิต และกักขังแทนค่าปรับ 2,500,000 บาท ซึ่งต้องโทษครั้งแรก จึงจัดชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดเข้าใหม่ (ชั้นกลาง) ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมฯ พ.ศ. 2559 ข้อ 20 และไม่เข้าตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ. 2562 ข้อ 3 (5) ซึ่งต้องจัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุงมาก (มีผลบังคับใช้วันที่ 14 มกราคม 2563)

ที่ผ่านมา ผู้ต้องขังได้ประพฤติตัวดีมาโดยตลอด ไม่ได้กระทำผิดวินัยของเรือนจำ จึงได้รับประโยชน์ในการเลื่อนชั้นเป็นชั้นเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2565

นายเล่าต๋าได้รับพระราชทานอภัยโทษรวม 6 ครั้ง โดยได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี และได้ลดโทษลงตามสัดส่วนตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษในแต่ละครั้ง ประกอบกับนายเล่าต๋าเป็นกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ (อายุเกิน 70 ปี) จึงได้รับการลดโทษลงอีกตามสัดส่วนของอัตราโทษ ดังนี้

ได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 1 และ 2 ในปี พ.ศ. 2563 ครั้งที่ 3 และ 4 ในปี พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 5 ในปี พ.ศ. 2568 และครั้งที่ 6 ในปี พ.ศ. 2569 ตามมาตรา 12 (2) และมาตรา 14 เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี

หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งล่าสุด กำหนดโทษลดลงเหลือ 8 ปี 3 เดือน 28 วัน นายเล่าต๋าถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 รวมต้องโทษจำคุก 9 ปี 10 เดือน 8 วัน จึงเข้าสู่กระบวนการปล่อยตัวตามกฎหมาย

กรมราชทัณฑ์ ตระหนักเป็นอย่างยิ่งถึงความรู้สึกและความกังวลของประชาชน จึงเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องทบทวนและเสนอแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโทษ โดยเฉพาะกรณีผู้ต้องโทษประหารชีวิต ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีที่มีผลกระทบและสร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคม เพื่อให้การบริหารโทษมีความเหมาะสมกับระดับความร้ายแรงของความผิด และเป็นไปตามหลักสัดส่วนของการลงโทษ ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ของสังคมโดยรวม

กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า การบังคับโทษและการปล่อยตัวผู้ต้องขังรายดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและหลักนิติธรรมที่ใช้บังคับกับผู้ต้องขังทุกรายอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคลใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งกระบวนการปล่อยตัวต้องได้รับการกลั่นกรอง ตลอดจนผ่านการพัฒนาพฤตินิสัยอย่างเข้มงวดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้ประสานส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านยาเสพติดและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อดำเนินการติดตามพฤติการณ์นายเล่าต๋า แสนลี่ ภายหลังพ้นโทษ

รวยไม่ไหวแล้ว​ 55
14/08/2026

รวยไม่ไหวแล้ว​ 55

TOYOTA แจง ยังไม่ย้ายฐานผลิตจาก ‘ไทย’ แต่จี้รัฐ เร่งรื้อภาษีสรรพสามิตใหม่ ต้องแฟร์เพลย์ ‘รถยนต์ผลิตในประเทศ-รถEV นำเข้า’ ต้องเป็นธรรม-เท่าเทียม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 69 นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Toyota) เปิดเผยว่า หลังจากโตโยต้าได้หารือร่วมกับภาครัฐ ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความเป็นจริง โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย และรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

สิ่งที่โตโยต้าได้มีการหารือและเสนอไปยังรัฐบาล คือการพิจารณาปรับเกณฑ์โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่เพื่อให้ความเท่าเทียมในการเเข่งขัน โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์อีวีจากจีนที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเสียภาษีสรรพสามิตต่างจากรถยนต์ที่ผลิตในประเทศพอสมควร ทำให้การเเข่งขันค่อนข้างยาก ประกอบกับเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศมากกว่า ผู้ที่ใช้ช่องโหว่ทางภาษีมาเป็นโอกาสในการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่าย ส่งผลให้ ประเทศต้องสูญเสียภาษีที่ควรต้องจัดเก็บมาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป

“เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามส่งเสริมรถยนต์อีวี โดยการสนับสนุนเงินมูลค่า 100,000 และ 50,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจากภาษี ขณะที่ค่ายรถบางรายอาศัยช่องว่างดังกล่าว นำเข้ารถมาจำหน่าย โดยที่ไม่มีแผนงานชัดเจนในการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตรงนี้ทำให้ผู้ที่ตั้งใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเสียเปรียบ”

นายศุภกรยังกล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่อยากสะท้อนไปยังรัฐบาล คือการหันกลับมาพิจารณาถึงการ “ปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต” ใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเที่ยม โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์อีวีนำเข้า และผู้นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม หากมองในเรื่องของอีโคโนมีออฟสเกล ประเทศจีนการขายรถในระดับ 20 ล้านคัน แม้ว่าปัจจุบันยอดขายลดลงไป 7-8% ขณะที่ประเทศไทยขายปีละ 6 แสนคัน หรือจีนขายรถเพียงแค่ 2 อาทิตย์ เท่ากับตลาดประเทศไทยทั้งปี

อย่างไรก็ตาม ไทยไม่สามารถเเข่งขันในเรื่องของต้นทุนได้ และการที่ค่ายรถจีนนำเข้ารถยนต์เพื่อมาจำหน่ายในประเทศไทยนั้น สามารถทำได้และยังคงมีความได้เปรียบในเรื่องของต้นทุน แต่ขณะเดียวกันยังได้แต้มต่อด้านภาษีของประเทศไทย ทำให้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันค่อนข้างมาก

ขณะที่รถยนต์ผลิตในประเทศไทย ยังต้องเสียภาษีในทุกขั้นตอน รถนำเข้าจากจีนจ่าย 8% และยังได้การสนับสนุนภาษีจากรัฐบาลอีก เรียกว่ามีการสนับสนุนในส่วนของอัตราภาษีตรงนี้แล้ว ค่ายรถจีนได้คืนไปหมด นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคได้ใช้รถยนต์ที่ราคาถูกลงเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเทศได้อะไรจากการสนับสนุนและจ่ายโดยรัฐบาล ซึ่ง “ค่ายรถจีนมีแต่ได้กับได้”

ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนับสนุนให้ผู้บริโภคได้ใช้รถยนต์ราคาถูกลง แต่เราต้องการให้รัฐบาลลงมาพิจารณาถึงรายละเอียดอย่างแท้จริง ตลาดรถยนต์บ้านเราขายปีละ 6 เเสนคัน มีการเก็บภาษี เพื่อนำไปพัฒนาประเทศได้ แต่ใช้โครงสร้างภาษีปัจจุบันทำให้เงินภาษีที่ควรจัดเก็บได้หายไป และอนาคตถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้สุดท้ายจะไม่มีเงินให้รัฐบาลนำมาชดเชยตรงนี้

ทั้งนี้ การเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีการนำเข้ารถยนต์ใหม่ หากเป็นไปได้รัฐบาลควรดำเนินการให้เร็วที่สุด และจัดเก็บในอัตราที่มากสุด

“ถึงเวลาคัดกรองคนที่จริงใจกับประเทศเราได้แล้ว ไม่ใช่ปล่อยไว้แบบนี้ และผู้บริโภคไม่ผิด แต่โครงสร้างมันผิดเพี้ยนและอยากให้รัฐช่วยดูแลเรื่องพวกนี้“

ส่วนโตโยต้านั้น แม้จะได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์นำเข้าครั้งนี้ก็ตาม แต่เราก็ยอม เพราะเราต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม หรือ “แฟร์เพลย์” โดยยึดหลักประโยชน์ของประเทศไทยต้องมาก่อน

“เช่น โตโยต้า ปัจจุบันมีการเสียภาษีสรรสามิตประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี จากยอดขายรถยนต์ 260,000 คันต่อปี ขณะรถอีวีมียอดขาย 120,000 คันต่อปี คิดเป็นภาษีสรรพสามิตประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งบางส่วนเป็นรถนำเข้า ส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีในอัตราที่ควรจะเป็น นั่นหมายความว่าภาษีที่ประเทศไทยควรจะได้หายไปเรื่อย ๆ” นายศุภกรกล่าว

นายศุภกร ย้ำอีกว่า โตโยต้า ไม่ได้ต้องการต่อต้านรถยนต์อีวี เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาโครงสร้างภาษีใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกับค่ายรถยนต์ที่มีการลงทุนผลิตในประเทศไทย รวมทั้งค่ายรถอีวีที่ความตั้งใจผลิตในประเทศไทยด้วย

“เรายอมรับว่ารถบางประเภทเราอาจจะแข่งขันไม่ได้ อันนี้ต้องแฟร์เกม แต่อย่าชกใต้เข็มขัด เพื่อให้ทุกคนอยู่บนมาตรฐานการเเข่งขันเดียวกัน ส่วนลูกค้าโตโยต้าวางใจและต้องการใช้รถ BEV ของโตโยต้า เราก็มีรถไว้ตอบความต้องการ เพราะลูกค้ามั่นใจในโตโยต้า”

ส่วนภาพรวมของตลาดรถยนต์ปีนี้ โตโยต้า มีการปรับเป้าจำหน่ายลดเล็กน้อย ผลเนื่องมาจากตลาดรถปิกอัพยังไม่ฟื้นตัว โดย 7 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายปิกอัพโดยรวมลดลง 2% ขายได้ 71,000 คัน และโตโยต้าจะมียอดขายทั้งปีที่ 240,000-250,000 คัน

ส่วนตลาดรถยนต์โดยรวมมีการปรับเพิ่มเล็กน้อยจาก 640,000-650,000 คันเป็น 680,000-700,000 คัน หลัก ๆ เป็นผลมาจากรถยนต์นำเข้าจากจีน

ไปให้สุด​ครับ​ เอาให้เป็นตำนานไปเลย​ ครับ​ท่านนายก​55
14/08/2026

ไปให้สุด​ครับ​ เอาให้เป็นตำนานไปเลย​ ครับ​ท่านนายก​55

ผู้บริหารคนไทยของ TOYOTA เตือนรัฐบาล อุตฯ ยานยนต์ไทยที่สร้างมา 60 ปี กำลังระส่ำ ขณะที่ ’อินโดนีเซีย‘ จีบให้ย้ายฐานผลิต ชี้ ถ้ารถยนต์ EV ผลิตจากต่างประเทศ หรือนำเข้าแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญมาแค่ ‘ประกอบ’ ขันน็อต-หยอดกาว-เชื่อมสายไฟ แล้วไทยได้อะไร

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.69 นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (ทีเอ็มที) โพสต์ผ่านเฟซบุคส่วนตัว ถึงความกังวลที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ขณะที่อินโดนีเซีย ประกาศเปิดบ้านต้อนรับ พร้อมสนับสนุนการลงทุนในทุกมิติหากโตโยต้าย้ายฐานการผลิตไปยังอินโดนีเซีย

“เนื่องด้วยในปัจจุบันผมมีอยู่ 2 หน้าที่

หน้าที่แรกคือ “ลูกจ้างบริษัทญี่ปุ่น” ซึ่งอีกไม่เกิน 10 ปี ก็หมดหน้าที่ 🤣

ส่วนหน้าที่ที่ 2 คือ “คนไทย” เป็นหน้าที่ที่ไม่มีวันหมด ดังนั้นผมน่าจะต้องทำหน้าที่คนไทยนานกว่าหน้าที่แรก เว้นแต่โชคดีมากอยู่ไม่ถึง 10 ปีจากนี้ 😅

วันนี้จึงขอแชร์มุมมองในฐานะ “คนไทย”

ข่าวที่อินโดนีเซียออกมาบอกว่า ถ้า Toyota ย้ายฐานการผลิตมา ต้องการอะไร เค้าพร้อมให้ทุกอย่าง โอ้ว! ช่างดุดันไม่เกรงใจใคร!

จากข่าวนี้ สิ่งที่อินโดนีเซียกำลังบอกเราคือ

“ไอกำลังจะเข้ามาแข่งกับยูอย่างจริงจังแล้วนะไทยแลนด์”

และประเทศไทยควรฟังเสียงนี้ให้ดี

เพราะสิ่งที่เค้ากำลังทำ คือพยายามดึง Investment เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ประเทศไทยสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์มาไม่ต่ำกว่า 60 ปี

เรามีทั้ง Supplier, คน, โรงงาน, Logistics, Engineering และตลาดส่งออก จนเกิดเป็น Automotive Ecosystem ที่ไม่ได้สร้างกันได้ในวันสองวันหรือปีสองปี

แต่ข้อได้เปรียบที่เรามีวันนี้ จะยังเป็นข้อได้เปรียบในอีก 10–20 ปีข้างหน้าหรือเปล่า?

ยิ่งตอนนี้เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมที่ภาครัฐกำลังผลักดัน “EV”

ลองออกไปมองโลกกว้างกันดู

* จีน EV โตเร็วมาก แต่เมื่อตลาดใหญ่ขึ้น การเติบโตก็เริ่มชะลอ และการแข่งขันก็รุนแรงจนผู้ผลิตกว่าครึ่งหายไปจากตลาด

* ยุโรป EV ยังโตแรง จากทั้ง Environmental Policy และ Regulation

* อเมริกาก็อีกแบบ EV อยู่ราว ๆ 10% และลูกค้าเริ่มกลับมาให้ความสนใจ Hybrid มากขึ้น

สิ่งที่เราเรียนรู้จากโลกคือ

ไม่มี Technology เดียวที่เหมาะกับทุกประเทศ

แต่ละตลาดกำลังหา Technology Mix ที่เหมาะกับตัวเอง

ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือแนวคิด Multi-Pathway ที่ Toyota พูดมานาน

กลับมาที่ประเทศไทย ผมคิดว่าเราต้องถามตัวเองให้ชัดว่าเรากำลังส่งเสริม “รถ EV” หรือกำลังสร้าง “อุตสาหกรรม EV”?

เพราะสองอย่างนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

วันนี้รถ EV ขายในไทยเยอะขึ้นเพราะราคาถูก ค่าพลังงานถูก แน่นอนครับ ”เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค“ แบบที่หลายคนพูด

แต่ถ้ารถเหล่านั้นผลิตจากต่างประเทศ
หรือนำเข้าแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญมาแค่ “ประกอบ” ขันน็อต หยอดกาว เชื่อมสายไฟ

ประเทศไทยจะได้อะไรจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้?

Automotive Industry ไม่ได้มีแค่รถหนึ่งคัน แต่มันคือทั้ง Ecosystem แล้ววันนี้ Ecosystem เหล่านี้กำลังโตไปพร้อมกับยอดขาย EV หรือเปล่า?

และยังมีโจทย์อีกหลายเรื่องที่วันนี้อาจยังไม่เห็นเต็มตา

Battery หมดอายุแล้วไปไหน? กำจัดยังไง? ใครรับผิดชอบ?

EV มือสองในอีก 5–10 ปีเมื่อเทคโนโลยี battery เปลี่ยน รถจะมี Residual Value เท่าไร? กระทบตลาดมือสองและตัวลูกค้ายังไง?

Charging Infrastructure พร้อมแค่ไหน?

ถ้า EV เพิ่มขึ้นมากๆ ระบบไฟฟ้าพร้อมหรือยัง?

และเราจะลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าได้จริงหรือเปล่า? เพราะทุกวันนี้ยังนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าอยู่

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่า EV ไม่ดีนะครับ

แต่โจทย์เหล่านี้เราต้องเตรียมให้ทัน ไม่ใช่รอให้ “วัวหาย แล้วค่อยล้อมคอก” เพราะถ้ารอถึงวันที่วัวหาย ควายก็อาจจะไม่อยู่แล้ว 😅

ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำ ไม่ใช่พยายามรักษาอดีต

แต่ต้องตอบให้ได้ว่า “อะไรคือเหตุผลที่ ในอนาคตนักลงทุนยังอยากเลือกประเทศไทย?”

และแน่นอน คำตอบต้องไม่ใช่ “แค่ incentive” ที่มาจากการเก็บภาษี ICE แพงๆ เพื่อเอาไปสนับสนุน EV แบบงงๆ จนเราเสีย Suzuki ไปและได้ Neta มา

สิ่งที่ต้องทำคือคัดเลือกและส่งเสริมนักลงทุนที่จริงใจ ที่จะมาสร้าง ecosystem สร้างความสามารถในการแข่งขันผ่านการถ่ายทอด technology พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาบุคลากร ตลอดจน supply chain แบบครบวงจร

และที่สำคัญที่สุดคือ

“สร้างความมั่นใจว่านโยบายของประเทศมีทิศทางที่ชัดเจนและต่อเนื่อง” เพราะนักลงทุนไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลงแต่กลัวความไม่แน่นอน

ผมยังเชื่อว่าความสามารถของคนไทยไม่เป็นรองใครในโลก

ผมยังอยากเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่
“ผลิตรถแห่งอนาคต พัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต สร้างงานและส่งออกไปทั่วโลก เพื่อเป็นเครื่องจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ”

และผมยังมั่นใจว่า ถ้าเราทำได้แบบนั้น ไม่ว่าอนาคตจะเป็น BEV, HEV, PHEV, Bio-Fuel, Fuel-Cell, Hydrogen หรือ technology อะไรก็ตาม ประเทศไทยก็ยังเป็น Automotive Hub ของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

รักนะประเทศไทย”

เขมร​แห่แชร์​ ประเทศไทยไม่ปลอดภัย​ เข้าทางเข้า​เขมรเลย
07/08/2026

เขมร​แห่แชร์​ ประเทศไทยไม่ปลอดภัย​ เข้าทางเข้า​เขมรเลย

A teenage gunman went on a rampage at a high school in Thailand, killing at least five people, police said, in the country's deadliest school shooting in recent years.

The suspected gunman, 14, stormed the school after allegedly killing his grandmother and grandfather in their home, according to police.

Editors note: Thailand's prime minister has revised the death toll in Friday's deadly school shooting, and now says five teachers – but no students – were killed in the attack. https://cnn.it/4bCoBWp

เถียงไม่ออก​ เราโหดสุดในอาเซียนแล้วมั้ง
01/08/2026

เถียงไม่ออก​ เราโหดสุดในอาเซียนแล้วมั้ง

แม่ชาวรัสเซียโพสต์ไอจี ก่อนปิดไป

“พวกสารเลว พวกมันฆ่าลูกๆ ของฉัน 😭😭😭😭😭😭"

อย่าเอาลูกเขามาเลี้ยง​อย่าเอาเมี่ยงเขามาอมถ้าพ่อแม่เขายังอยู่​ 55
29/07/2026

อย่าเอาลูกเขามาเลี้ยง​อย่าเอาเมี่ยงเขามาอม
ถ้าพ่อแม่เขายังอยู่​ 55

ทูตจีนเผยข่าวดี! พร้อมหารือส่งแพนด้าให้ไทยอีกครั้ง หลังยื่นหนังสือขออย่างเป็นทางการแล้ว รอคำตอบผ่านเกณฑ์การเลี้ยงหรือไม่
คลิกอ่านข่าว :https://news.ch7.com/detail/887629
📌 ติดตามข่าวช่อง 7HD ทุกช่องทางออนไลน์ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews

16/07/2026

อะไรเอ่ย... มองไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่มีเสียง สัมผัสไม่ได้
มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่
อยู่กับเราตั้งแต่เกิด จนถึงวันตาย
เราไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันคืออะไร
มีเพียงสิ่งที่มนุษย์สมมุติขึ้นมา
ไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นเมื่อใด
และจะสิ้นสุดลงเมื่อไร
มันคืออะไร?

วันนี้ร้อนมาก​ ใช้สายฉีดก้น​ สะดุ้งเลย​ น้ำร้อนชัดๆ
09/04/2026

วันนี้ร้อนมาก​ ใช้สายฉีดก้น​ สะดุ้งเลย​ น้ำร้อนชัดๆ

ปรอทวัดไข้ในร้านยาบ้านค่ายแตกกระจายคากล่อง เซ่นพิษอากาศเดือด 42 องศา

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นภายในร้านขายยาสามัญประจำบ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านชากบก ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยพบนายนิกร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน นำหลักฐานปรอทวัดไข้จำนวน 3 อันที่อยู่ในสภาพแตกเสียหายออกมาแสดงให้ดู ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือปรอทเหล่านี้แตกคาอยู่ในกล่องบรรจุภัณฑ์ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน

นายนิกร เจ้าของร้านเล่าว่า ตนเพิ่งสั่งปรอทวัดไข้ชุดนี้มาสต็อกไว้ขายเมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยปกติที่ร้านจะมีการเปิด-ปิดตามเวลา และไม่เคยมีปัญหาเรื่องสินค้าเสียหายมาก่อน จนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตนได้ปิดร้านไปเพียง 1 วัน และเมื่อกลับมาเปิดร้านตามปกติ มีลูกค้ามาขอซื้อปรอทวัดไข้ ตนจึงไปหยิบกล่องออกมาเพื่อจะส่งให้ลูกค้า แต่กลับต้องตกใจเมื่อพบว่าปรอทวัดไข้แตกกระจายอยู่ภายในกล่องถึง 3 อัน

จากการตรวจสอบสเกลอุณหภูมิบนปรอทวัดไข้ดังกล่าว พบว่ามีตัวเลขระบุอุณหภูมิสูงสุดไว้ที่ 42 องศาเซลเซียส ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกและจังหวัดระยองที่อุณหภูมิอาจพุ่งสูงแตะระดับ 40-42 องศาเซลเซียส จึงคาดว่าในช่วงที่ปิดร้าน อุณหภูมิสะสมภายในอาคารพุ่งสูงเกินกว่าที่ปรอทจะรับไหว จนเกิดแรงดันทำให้ปรอทแตกเสียหายในที่สุด

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความรุนแรงของสภาพอากาศในปีนี้ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งของเครื่องใช้ และเป็นคำเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการเก็บรักษาอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือสิ่งของที่มีความไวต่ออุณหภูมิ รวมถึงดูแลสุขภาพตนเองในช่วงที่อากาศร้อนจัดเพื่อป้องกันโรคลมแดดหรือฮีทสโตรกที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ที่อยู่

Mueang Saraburi District

เบอร์โทรศัพท์

+66855080066

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อาหารอีสานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์