Green Devil's เกี่ยวกับพืชสีเขียวดอกเมา

27/06/2025

✅ ขั้นตอนการขอมาตรฐาน GAP

1. เตรียมความพร้อมแปลงปลูก

มีแปลงปลูกจริงที่สามารถตรวจสอบได้

วางระบบการปลูกให้มีความสะอาด ปลอดภัย มีการจัดการศัตรูพืชที่ไม่ใช้สารต้องห้าม

มีแหล่งน้ำที่สะอาด (ควรตรวจคุณภาพน้ำถ้ามีข้อสงสัย)

มีรั้วหรือแนวป้องกันสัตว์หรือสิ่งปนเปื้อนจากภายนอก

2. จัดเตรียมเอกสาร

สำเนาบัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน

แผนที่แปลงปลูก (ระบุตำแหน่ง GPS ได้จะดีมาก)

เอกสารสิทธิ์ที่ดิน (โฉนด/ส.ป.ก./นส.3/อื่นๆ) หรือหนังสือยินยอมใช้พื้นที่

สมุดทะเบียนเกษตรกร (ถ้ามี)

แบบฟอร์มขอรับรอง GAP (มีให้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ)

3. ยื่นเรื่องที่หน่วยงานรับผิดชอบ

ติดต่อ สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)

เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น

4. เตรียมบันทึกข้อมูลการปลูก

จดบันทึกวันปลูก–วันเก็บเกี่ยว

การใช้สารเคมี ปุ๋ย ยา (ถ้ามี) ต้องบันทึกอย่างละเอียด

จดบันทึกแหล่งน้ำ การให้น้ำ การป้องกันศัตรูพืช ฯลฯ

5. ตรวจประเมินโดยเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่มาตรวจแปลงและเอกสาร

ถ้ามีข้อบกพร่อง จะให้ปรับปรุงก่อนตรวจซ้ำ

6. ออกใบรับรอง

ถ้าผ่าน จะได้ ใบรับรอง GAP มีอายุ 1–3 ปี (แล้วแต่ประเภทพืชและระดับมาตรฐาน)

---

🏢 หน่วยงานติดต่อ

สำนักงานเกษตรอำเภอ ในพื้นที่ของคุณ

Blue berry lobster  #4
19/06/2025

Blue berry lobster #4

29/05/2025

การขอใบรับรอง มาฐาน GAP แบบมีอุปกรณ์ปลูกอยู่แล้วปลูกเอ้าดอร์1ไร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ถ้าคุณ ทำทุกอย่างเองหมด ทั้งการจัดการแปลงปลูก จัดทำเอกสาร ปรับปรุงฟาร์มตามข้อกำหนด โดยไม่จ้างที่ปรึกษา และต้องการขอการรับรอง GAP สำหรับกัญชา (กลางแจ้ง 1 ไร่) โดยขอผ่านหน่วยงานของ รัฐ (กรมวิชาการเกษตร) ค่าใช้จ่ายที่คุณต้อง “จ่ายให้รัฐบาล” มีดังนี้:

✅ ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้รัฐ (ถ้าทำเองทั้งหมด):

รายการ หน่วยงาน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

1. ค่าขอรับรอง GAP กรมวิชาการเกษตร ✅ ฟรี (ถ้าขอผ่านหน่วยงานรัฐโดยตรง และอยู่ในโครงการส่งเสริม)
2. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต "ปลูกกัญชาเพื่อจำหน่าย" อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) 1,000 - 5,000 บาท/ใบอนุญาต (ขึ้นกับประเภทและระยะเวลา)
3. ค่าตรวจวิเคราะห์สารตกค้าง (ถ้าจำเป็น) ห้องแล็บของรัฐ (กรมวิชาการเกษตร / สถาบันวิจัย ฯลฯ) ประมาณ 2,000 - 5,000 บาท/ตัวอย่าง
4. ค่าเอกสาร/ค่าธรรมเนียมปลีกย่อย อบต. / สำนักงานเกษตร / ที่ดิน ฯลฯ หลักร้อย - พันบาท (แล้วแต่เขตพื้นที่ เช่น ค่าขอหนังสือรับรองพื้นที่เกษตร)

💡 รวมค่าใช้จ่าย (แบบประหยัดที่สุด ถ้าทำเองทุกอย่าง):

> ✅ ประมาณ 1,000 - 10,000 บาทเท่านั้น

🟨 แต่! สิ่งที่คุณต้อง "มีให้พร้อม" เพื่อให้รัฐรับรอง GAP ได้:

1. แผนผังแปลงปลูก (เขียนเองได้)

2. ระบบการจัดการพื้นที่ (แยกปุ๋ย สารเคมี คน เครื่องมือ)

3. แบบฟอร์มการบันทึกต่าง ๆ เช่น:

บันทึกการปลูก/เก็บเกี่ยว

บันทึกการใช้ปุ๋ย/ยา

บันทึกแหล่งน้ำ/วิเคราะห์คุณภาพน้ำ (ใช้ของกรมฯ หรือเจาะบ่อเองแล้วส่งตรวจ)

4. ระบบจัดการสุขลักษณะของคนงาน เช่น ล้างมือก่อนเข้าพื้นที่ ไม่มีสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

5. ห้องหรือที่เก็บผลผลิตที่แห้ง สะอาด

🎁 ถ้าคุณต้องการ:

ตัวอย่าง แบบฟอร์ม GAP สำหรับกัญชา

รายการ เช็คลิสต์ของกรมวิชาการเกษตร

คำแนะนำ ทีละขั้นตอนในการยื่น GAP ด้วยตัวเอง

สาธุเพศผู้จงมา เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆCavey jr .(Reg)Breeder.tsunami.co
27/05/2025

สาธุเพศผู้จงมา เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ
Cavey jr .(Reg)
Breeder.tsunami.co

Blue berry lobster  #7 x ( fritter gritter x fructus no1)(Regular) Seeds
21/05/2025

Blue berry lobster #7 x ( fritter gritter x fructus no1)
(Regular) Seeds

การรีเฟรชแม่พันธุ์ (Mother Plant Refresh) คืออะไร?คือการ “สร้างแม่พันธุ์ใหม่” จากกิ่งของต้นเดิม (หรือต้นลูก) ที่ยัง แข็ง...
16/04/2025

การรีเฟรชแม่พันธุ์ (Mother Plant Refresh) คืออะไร?

คือการ “สร้างแม่พันธุ์ใหม่” จากกิ่งของต้นเดิม (หรือต้นลูก) ที่ยัง แข็งแรง ใกล้เคียงต้นแม่ต้นแรกที่สุด
เพื่อให้พืช “ย้อนวัย” ใหม่อีกครั้ง เหมือนเป็นการ reset อายุชีวภาพ ของต้นแม่

---

รีเฟรชทำยังไง?

วิธี 1: โคลนย้อนจากแม่พันธุ์เดิม

1. เลือกกิ่งยอดที่แข็งแรง จากต้นแม่ที่ใช้งานอยู่

2. ปักชำ แล้ว เลี้ยงให้ฟื้นตัวดี 100%

3. ต้นไหนแตกยอดดี ใบสมบูรณ์ ให้เลือกไว้เป็น “แม่ใหม่”

4. คัดต้นที่โตเร็ว/ไม่เพี้ยนที่สุดไว้เป็น main mother plant

วิธี 2: รีเฟรชจากต้นลูกที่ดีที่สุด

1. เลือกกิ่งจากต้นลูก (clone) ที่ปลูกแล้ว “ทรงดี เรซินแรง กลิ่นชัด”

2. เอากิ่งมาปักใหม่ แล้วเลี้ยงให้แข็งแรง

3. ใช้ต้นนี้เป็นแม่ใหม่แทนแม่เก่า (วงจรใหม่ สดกว่า)

> วิธีนี้เหมาะถ้าแม่พันธุ์เริ่มโทรม/ออกกิ่งไม่ดี/กลิ่นดรอปลง

---

เมื่อไหร่ควรรีเฟรชแม่พันธุ์?

อายุแม่พันธุ์เกิน 6–12 เดือน แล้วโตช้า แตกยอดไม่สวย

เริ่มรู้สึกว่า clone รุ่นใหม่ ดอกไม่แน่นเท่ารุ่นแรก

ฟีโนดี แต่แม่เริ่ม เครียด/แสดงอาการไม่สด

---

ข้อดีของการรีเฟรช

ได้แม่พันธุ์ที่ “สด แข็งแรงกว่าเดิม”

ลดโอกาสการ drift / พฤติกรรมเพี้ยน

ปลูกรุ่นใหม่ได้แบบมั่นใจว่า คุณภาพยังคงเดิม

แคลเซียมคีเลต (Calcium Chelate) กับ แคลเซียมไนเตรต (Calcium Nitrate, Ca(NO₃)₂) มีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของ องค์ประกอบธา...
16/03/2025

แคลเซียมคีเลต (Calcium Chelate) กับ แคลเซียมไนเตรต (Calcium Nitrate, Ca(NO₃)₂) มีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของ องค์ประกอบธาตุอาหาร ความสามารถในการละลายน้ำ และการดูดซึมของพืช

---

1. เปรียบเทียบองค์ประกอบธาตุอาหาร

---

2. ความแตกต่างหลักระหว่าง แคลเซียมคีเลต กับ แคลเซียมไนเตรต

✅ แคลเซียมคีเลต (Ca-EDTA, Ca-DTPA, Ca-EDDHA)

✔ มีเฉพาะแคลเซียม (ไม่มีไนโตรเจน)
✔ ดูดซึมได้ดีทั้งทางรากและใบ
✔ ไม่ตกตะกอนกับฟอสฟอรัส ใช้ร่วมกับปุ๋ย 0-52-34 ได้
✔ มีประสิทธิภาพดีในดิน pH สูง (pH 4.5-9.0)
✔ ราคาแพงกว่าปุ๋ยแคลเซียมทั่วไป

✅ แคลเซียมไนเตรต (Ca(NO₃)₂)

✔ ให้ทั้ง แคลเซียม (Ca) และไนโตรเจน (N) ในรูปไนเตรต (NO₃⁻)
✔ ละลายน้ำได้เร็ว พืชดูดซึมได้ง่าย
✔ เหมาะกับการใช้ในช่วงที่พืชต้องการ ทั้งแคลเซียมและไนโตรเจน
✔ ไม่เหมาะกับการใช้ร่วมกับปุ๋ยฟอสเฟต (0-52-34, 16-20-0) เพราะตกตะกอนเป็นแคลเซียมฟอสเฟต

---

3. ใช้ตัวไหนดีในกรณีต่างๆ?

✅ ถ้าใช้ร่วมกับ 0-52-34 (MKP) → แนะนำแคลเซียมคีเลต
✅ ถ้าอยากให้ไนโตรเจนเพิ่มด้วย → แนะนำแคลเซียมไนเตรต
✅ ถ้าดินเป็นด่าง pH สูงกว่า 7 → แคลเซียมคีเลตจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า
✅ ถ้าต้องการให้ปุ๋ยทางใบ → แคลเซียมคีเลตละลายง่ายกว่าและไม่ทำให้ใบไหม้
✅ ถ้าปลูกพืชกินใบ เช่น ผักสลัด หรือพืชไฮโดรโปนิกส์ → ใช้แคลเซียมไนเตรตดีกว่า เพราะพืชต้องการไนโตรเจนมาก

---

สรุปแบบง่าย

แคลเซียมคีเลต เหมาะกับการเสริมแคลเซียมในทุกช่วงของพืช และสามารถใช้ร่วมกับฟอสฟอรัสได้

แคลเซียมไนเตรต เหมาะกับการให้แคลเซียมพร้อมไนโตรเจน แต่ไม่ควรใช้ร่วมกับปุ๋ยฟอสเฟต

การถ่ายทอดยีนเด่นในกัญชา (Cannabis) ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของทั้งต้นพ่อ (พืชตัวผู้) และต้นแม่ (พืชตัวเมีย) โดยมีหลักสำคัญด...
16/03/2025

การถ่ายทอดยีนเด่นในกัญชา (Cannabis) ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของทั้งต้นพ่อ (พืชตัวผู้) และต้นแม่ (พืชตัวเมีย) โดยมีหลักสำคัญดังนี้:

1. ต้นแม่ (Female Plant)

มีบทบาทสำคัญในการกำหนดลักษณะของลูก เช่น กลิ่น รสชาติ และโครงสร้างดอก เนื่องจากดอกตัวเมียเป็นส่วนที่ถูกเก็บเกี่ยวเพื่อใช้ประโยชน์

ลักษณะของดอก เช่น ความหนาแน่นของไตรโคม (trichomes) หรือปริมาณสารแคนนาบินอยด์ (cannabinoids) เช่น THC และ CBD มักได้รับอิทธิพลจากต้นแม่เป็นหลัก

2. ต้นพ่อ (Male Plant)

มีบทบาทสำคัญในการส่งต่อยีนสำหรับลักษณะเฉพาะ เช่น อัตราการเจริญเติบโต ความต้านทานต่อโรค และโครงสร้างโดยรวมของต้น

ในบางกรณี ต้นพ่อสามารถส่งต่อยีนที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของดอก เช่น สีสัน กลิ่น หรือคุณสมบัติทางเคมีบางอย่าง

การคัดเลือกให้ได้ยีนเด่น

ถ้าเน้นคุณภาพของดอก → ควรเลือกต้นแม่ที่มีลักษณะที่ดีเยี่ยม เช่น มีดอกแน่น เต็มไปด้วยไตรโคม และมีกลิ่นรสที่ชัดเจน

ถ้าเน้นโครงสร้างการเติบโตและความแข็งแรงของต้น → ควรเลือกต้นพ่อที่แข็งแรง ต้านทานโรคดี และมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว

ถ้าต้องการให้ได้ลูกผสมที่มีลักษณะดีทั้งสองด้าน → ต้องใช้การผสมพันธุ์แบบคัดเลือก (Selective Breeding) และปลูกหลายรุ่นเพื่อคัดต้นที่ดีที่สุด

โดยสรุป ต้นแม่มีอิทธิพลสูงกว่าในด้านลักษณะของดอก ส่วนต้นพ่อมีผลต่อความแข็งแรงของต้นและลักษณะการเติบโต หากต้องการให้ยีนเด่น ควรเลือกต้นพ่อและต้นแม่ที่มีลักษณะดีและใช้การผสมพันธุ์แบบคัดเลือกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

การเพาะพันธุ์กัญชาแบบ S1 (Selfed 1st Generation)S1 (Selfed 1st Generation) เป็นกระบวนการ "ผสมตัวเอง" โดยการใช้ นำเกสรจาก...
12/03/2025

การเพาะพันธุ์กัญชาแบบ S1 (Selfed 1st Generation)

S1 (Selfed 1st Generation) เป็นกระบวนการ "ผสมตัวเอง" โดยการใช้ นำเกสรจากต้นตัวเมียที่ถูกแปลงเพศ ไปผสมกับต้นตัวเมียต้นเดียวกัน ทำให้ได้ เมล็ดกัญชาตัวเมีย (Feminized Seeds) ที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงกับต้นแม่มากที่สุด

---

ขั้นตอนการทำ S1

1. เลือกต้นแม่ (Elite Mother Selection)

ต้องเป็นต้นที่มีลักษณะที่ต้องการ เช่น กลิ่น รสชาติ ฤทธิ์ ความทนทาน

ต้นนี้จะเป็นต้นหลักที่ใช้ในกระบวนการ S1

2. แปลงเพศต้นแม่ให้เป็นตัวผู้ (Reversing the Mother)

ใช้ คอลลอยดอลซิลเวอร์ (Colloidal Silver, CS) หรือ ไธโอซัลเฟตเงิน (Silver Thiosulfate, STS) ฉีดพ่นบนกิ่งของต้นแม่เพื่อบังคับให้สร้าง เกสรตัวผู้

น้ำเกสรที่ได้จะไม่มีโครโมโซม Y ทำให้ลูกที่เกิดเป็นตัวเมียเกือบทั้งหมด

3. ผสมเกสร (Pollination)

นำน้ำเกสรจากต้นแม่ที่ถูกแปลงเพศ ผสมกับต้นแม่เดิม

ทำให้เกิดการ "ผสมตัวเอง" (Selfing) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ S1

4. เก็บเมล็ด (Seed Collection)

รอให้ต้นแม่พัฒนาเมล็ดจนแก่เต็มที่ (ประมาณ 6-8 สัปดาห์)

เก็บและคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์ที่สุด

5. ปลูกและคัดเลือก (Pheno Hunting)

ปลูกเมล็ดที่ได้จาก S1 และคัดเลือกต้นที่มีลักษณะตรงกับต้นแม่มากที่สุด

ปรับปรุงพันธุกรรมต่อไปในรุ่นถัดไป เช่น S2, S3 เพื่อเพิ่มความเสถียร

---

ข้อดีของ S1

✔️ พันธุกรรมเสถียรกว่า R1 และ F1 เพราะมาจากต้นเดียวกัน
✔️ 100% Feminized Seeds (ตัวเมียทั้งหมด)
✔️ ช่วยรักษาลักษณะดี ๆ ของต้นแม่ได้ดีที่สุด

ข้อเสียของ S1

❌ อาจเพิ่มโอกาสให้ต้นเกิด ภาวะเฮอร์มาโฟรไดต์ (Hermaphrodite, ต้นกระเทย) ได้
❌ ความหลากหลายทางพันธุกรรมลดลง อาจทำให้เกิดปัญหาความอ่อนแอทางพันธุกรรม

---

สรุป

S1 เป็นกระบวนการ ผสมตัวเอง ของต้นกัญชาตัวเมียโดยใช้ นำเกสรจากต้นแม่ที่ถูกแปลงเพศ ทำให้ลูกที่ได้มี พันธุกรรมใกล้เคียงต้นแม่มากที่สุด และเป็น เมล็ดตัวเมียเกือบ 100% เหมาะสำหรับ การรักษาสายพันธุ์พิเศษ และการสร้างเมล็ด Feminized ที่มีคุณภาพสูง

การผสมพันธุ์กัญชาแบบ F (Filial Generation Breeding) เป็นกระบวนการสร้างสายพันธุ์ใหม่โดยใช้พ่อแม่จาก คนละสายพันธุ์ หรือ สา...
12/03/2025

การผสมพันธุ์กัญชาแบบ F (Filial Generation Breeding) เป็นกระบวนการสร้างสายพันธุ์ใหม่โดยใช้พ่อแม่จาก คนละสายพันธุ์ หรือ สายพันธุ์เดียวกัน แล้วคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดีมาผสมต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้พันธุกรรมที่เสถียร

---

ขั้นตอนการผสมพันธุ์กัญชาแบบ F (Filial Breeding)

1. เริ่มต้นด้วยการผสมพันธุ์ (F1 Generation)

เลือกต้นพ่อและแม่จาก สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน (Hybridization)

ผสมเกสรให้เกิดเมล็ด F1 ซึ่งเป็นลูกผสมรุ่นแรก

เมล็ด F1 จะมีความแปรปรวนสูงและลักษณะพันธุกรรมยังไม่เสถียร

2. คัดเลือกและผสมต่อเพื่อสร้าง F2

ปลูกเมล็ด F1 และเลือกต้นที่มีลักษณะที่ต้องการ (เช่น กลิ่น ความแรง โครงสร้างดอก)

ผสมเกสรระหว่างต้นที่เลือกจาก F1 เพื่อให้ได้เมล็ด F2

รุ่น F2 จะมีการแยกยีนออกไป ทำให้เห็นความหลากหลายของพันธุกรรมมากขึ้น

3. ทำซ้ำขั้นตอนเพื่อสร้างรุ่น F3, F4, F5...

ในแต่ละรุ่น คัดเลือกต้นที่มีลักษณะตรงตามเป้าหมาย แล้วนำมาผสมกัน

เมื่อผ่านรุ่น F5-F7 ขึ้นไป ลักษณะทางพันธุกรรมจะเริ่ม เสถียร (Stable Line)

4. ทดสอบและปรับปรุงพันธุ์

เมื่อนำเมล็ดจากรุ่นที่เสถียรมาปลูก ต้นที่เกิดมาจะมีลักษณะเหมือนกันมากขึ้น

หากสายพันธุ์เสถียรมากพอ สามารถนำไปจดทะเบียนเป็น "สายพันธุ์แท้" (True Breeding Line, IBL)

---

ระดับของ F-Generation

F1 – ลูกผสมรุ่นแรก มีความแข็งแรงสูง (Hybrid Vigor) แต่ยังไม่เสถียร

F2 – เริ่มแยกยีน อาจเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างต้น

F3-F5 – คัดเลือกให้ได้ลักษณะที่ต้องการ

F6-F7+ – เริ่มเป็น พันธุ์แท้ (IBL) ที่มีลักษณะเสถียร

---

ข้อดีของการทำสายพันธุ์แบบ F

✔️ สามารถพัฒนา สายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะตัว
✔️ ทำให้ได้พันธุกรรมที่ เสถียรและมีคุณภาพสูง
✔️ ควบคุมลักษณะของสายพันธุ์ให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ฤทธิ์สูง, รสชาติพิเศษ, ต้านโรคได้ดี

ข้อเสีย

❌ ต้องใช้เวลาและการคัดเลือกหลายรุ่น
❌ อาจได้ต้นที่ไม่ตรงตามต้องการในรุ่นแรก ๆ
❌ ต้องมีพื้นที่และระบบปลูกที่ดีสำหรับการคัดเลือกสายพันธุ์

---

สรุป

การผสมพันธุ์แบบ F เป็นวิธีสร้างสายพันธุ์กัญชาใหม่ที่ต้องอาศัยการคัดเลือกและผสมพันธุ์หลายรุ่น เพื่อให้พันธุกรรมเสถียร จนกลายเป็น สายพันธุ์แท้ (IBL) ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ เช่น สร้างลูกผสมใหม่ (F1 Hybrid) หรือใช้สำหรับปลูกเชิงพาณิชย์

การผสมพันธุ์กัญชาแบบ RBX1 (Reversed Backcross 1) เป็นกระบวนการ "ย้อนกลับผสมพันธุ์" (Backcross, BX) โดยใช้ นำเกสรจากต้นตั...
12/03/2025

การผสมพันธุ์กัญชาแบบ RBX1 (Reversed Backcross 1) เป็นกระบวนการ "ย้อนกลับผสมพันธุ์" (Backcross, BX) โดยใช้ นำเกสรจากต้นตัวเมียที่ถูกแปลงเพศ (Reversed Female Pollen) เพื่อรักษาลักษณะเด่นของต้นแม่ที่ต้องการไว้ในรุ่นลูกให้มากที่สุด

---

ขั้นตอนการทำ RBX1 (Reversed Backcross 1)

1. เลือกต้นแม่ (Selected Mother)

เลือกต้นแม่ที่มีลักษณะที่ต้องการ เช่น กลิ่น, รสชาติ, โครงสร้างดอก, ปริมาณ THC/CBD, หรือความต้านทานโรค

ต้นแม่นี้จะเป็น ต้นหลัก (Primary Mother) ที่ใช้ในกระบวนการผสมพันธุ์

2. แปลงเพศต้นแม่ให้เป็นตัวผู้ (Reversing the Mother)

ใช้สารกระตุ้นการแปลงเพศ เช่น คอลลอยดอลซิลเวอร์ (Colloidal Silver, CS) หรือ ไธโอซัลเฟตเงิน (Silver Thiosulfate, STS) พ่นบนกิ่งหรือทั้งต้นจนเกิดเกสรตัวผู้

น้ำเกสรจากต้นนี้จะไม่มีโครโมโซมเพศชาย (Y) ทำให้ลูกที่ออกมาเป็นตัวเมียเกือบทั้งหมด

3. ผสมเกสร (Pollination)

นำน้ำเกสรจากต้นแม่ที่ถูกแปลงเพศ ผสมกับต้นแม่เดิม

วิธีนี้ทำให้ลูกที่ได้มีพันธุกรรมใกล้เคียงกับต้นแม่มากที่สุด

4. เก็บเมล็ด (Seed Collection)

รอให้ต้นแม่ที่ได้รับการผสมติดเมล็ดจนแก่เต็มที่ (ประมาณ 6-8 สัปดาห์)

เก็บเมล็ดและคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์ที่สุด

5. ปลูกและคัดเลือก (Pheno Hunting)

นำเมล็ดที่ได้จากการผสม RBX1 มาปลูกและสังเกตลักษณะ

คัดเลือกต้นที่มีลักษณะใกล้เคียงกับต้นแม่เดิมมากที่สุด

---

สรุป

RBX1 เป็นการทำ Backcross โดยใช้ นำเกสรจากต้นแม่เดียวกัน ซึ่งช่วยให้ลูกที่ได้มี พันธุกรรมที่ใกล้เคียงกับต้นแม่มากที่สุด และเกือบทั้งหมดเป็นต้นตัวเมีย กระบวนการนี้เหมาะสำหรับรักษาสายพันธุ์ที่ต้องการให้คงลักษณะเดิม เช่น การปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้ กลิ่น รสชาติ ฤทธิ์ และโครงสร้างที่เสถียร

ที่อยู่

Nakhon Phanom

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Green Devil'sผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์