Lucky fram ปากช่อง

Lucky fram ปากช่อง ฟาร์ม ไก่ชน สีคิ้ว #ไก่ชนเกรด Vip #ราคาเกษตกรจับต้องได้

16/02/2026

นอนก็นอนด้วยกันบนหมอนใบเดียวกันทุกคืน แม้พ่อจะจากไป 35 ปีแล้ว

​เปิดเรื่องราวรักแท้ที่อยู่เหนือกาลเวลาของ "แม่เรณู" ในวัย 91 ปี กับคำมั่นสัญญาที่ว่ารักนี้จะไม่มีวันพรากจากกัน แม้วันที่เหลือเพียงรูปถ่ายใบเก่าในกระเป๋าที่ต้องพกติดตัวไปทุกที่​

📌​อ่านเรื่อง​ราว​ความรักอบอุ่นหัวใจ​ ต่อในคอม​เม้นต์

พระเครื่องที่ปรากฏในภาพคือ พระร่วงหลังรางปืน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาและรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:แหล่งที่มา: ถูกค้นพบที่ว...
10/11/2025

พระเครื่องที่ปรากฏในภาพคือ พระร่วงหลังรางปืน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาและรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
แหล่งที่มา: ถูกค้นพบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย (หรือที่เรียกว่า "วัดพระปรางค์") โดยแตกกรุออกมาประมาณปี พ.ศ. 2493
พุทธศิลปะ: เป็นพระพุทธรูปยืน ปางประทานพร มีศิลปะแบบลพบุรี ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงที่ขอมมีอำนาจราวพุทธศตวรรษที่ 17-18
เนื้อพระ: สร้างจากเนื้อชิน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดเป็นสนิมสีแดงคล้ายสีของลูกหว้า จึงทำให้พระร่วงหลังรางปืนมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "พระร่วงสนิมแดง"
ความสำคัญ: ได้รับการยกย่องให้เป็น "จักรพรรดิแห่งพระยอดขุนพลเนื้อชิน" และเป็นหนึ่งในพระเครื่องยอดนิยมของจังหวัดสุโขทัย

หลวงปู่ทวด ปี 2524 พิมพ์พระรอด หายากรายละเอียดหลวงปู่ทวด ปี 2524 พิมพ์พระรอด หายาก"หลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี 2524" จัดเป็น...
09/11/2025

หลวงปู่ทวด ปี 2524 พิมพ์พระรอด หายาก
รายละเอียด
หลวงปู่ทวด ปี 2524 พิมพ์พระรอด หายาก
"หลวงพ่อทวด เนื้อว่าน ปี 2524" จัดเป็นเนื้อว่านรุ่น 3 ของวัดช้างให้ รุ่นแรกคือ หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน ปี 2497 รุ่นที่สองคือรุ่นพินัยกรรม รุ่นนี้จึงเป็นรุ่นที่สาม แต่หากดูจากพิธีปลุกเสกที่ยิ่งใหญ่ครบสูตร รุ่นนี้จะถือเป็นรุ่นที่สองที่มีพิธีปลุกเสกที่ยิ่งใหญ่ พิธีดี เทียบเท่ารุ่นแรกในปี 2497 หรืออาจจะใหญ่กว่าก็ได้ ดำเนินการจัดสร้างโดย "พระครูอนุกูลปริยัติกิจ"
ส่วนผสมของพระรุ่นนี้ได้แก่
1.ว่านและผงที่เหลือจากการสร้างพระเนื้อว่านปี 2497 จำนวน 1 ลังใหญ่
2.ดินกากยายักษ์
คณาจารย์ที่เข้าร่วมพุทธาภิเษก ประกอบด้วย
1.หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดงตะวันออก จ.พัทลุง
2.หลวงพ่อวัดคลองท่อม จ.พัทลุง
3.หลวงพ่อสอน วัดปิยาราม จ.ปัตตานี
4.หลวงพ่อวัดโคกหมัน จ.ปัตตานี
5.หลวงพ่อวัดทุ่งคา ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
6.ท่านอาจารย์นอง วัดทรายขาว จ.ปัตตานี
7.หลวงพ่อดำ วัดตุยง จุดเทียนชัย
8.ท่านเจ้าคุณวัดนาประดู่ ดับเทียนชัย
จริงๆ แล้วพระพิธีนี้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2522 แต่พอปลุกเสกพระเสร็จเรียบร้อยก็เปิดให้เช่าบูชา แต่ตอนนั้นทางวัดยังไม่ได้ทำกล่อง ใครทำบุญในตอนนั้นก็จะไม่มีกล่องให้พระสร้างจำนวนมาก ครั้นปี 2524 จึงว่าจ้างโรงงานทำกล่องพลาสติกเพื่อบรรจุ อาจจะด้วยการสื่อสารกันไม่ชัดเจนหรืออย่างไรไม่ทราบได้ กล่องพระเครื่องหลวงพ่อทวดในครั้งนั้น ฝากล่องพิมพ์ปี พ.ศ.2524 ซึ่งจุดนี้เองผู้คนที่เช่าบูชาหลังจากนั้นไปจึงเข้าใจว่าพระเครื่องชุดนี้ปลุกเสกปี 2524 ซึ่งที่ถูกต้องจริงๆ ต้องปี 2522 ต่างหาก
ส่วนประสบการณ์พระชุดนี้รับรองสุดยอด เพราะมีประสบการณ์กับผู้ที่พกพาติดตัวจำนวนมาก
อย่าง 2 เรื่องนี้ เรื่องแรกเมื่อปี พ.ศ.2535 มีการลอบวางระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นหลายคน แต่มีชายผู้หนึ่งที่อยู่ในระยะใกล้กับจุดระเบิดมากกลับไม่เป็นอะไรเลย ในคอของเขามีพระหลวงพ่อทวด
เรื่องที่สองปี 2536 เกิดอุบัติเหตุตึกของโรงแรมถล่มครั้งใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนตึกถล่มมีเซลส์แมนจำนวน 3-4 คน ของบริษัทหนึ่งพักอยู่ตามกำหนดแล้วทั้งหมดจะต้องพักอยู่อีก 2-3 วัน แต่ปรากฏว่าทางบริษัทได้โทรศัพท์สั่งให้เดินทางไปจังหวัดนครพนมด่วน เซลส์แมนกลุ่มนั้นจึงเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมไปก่อนตึกถล่ม 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทุกคนแขวนพระหลวงปู่ทวดปี 2524 ทั้งพิมพ์ธรรมดา และพิมพ์กรรมการ (ที่มาหนังสือ หลวงปู่ทวด ประวัติและวัตถุมงคล ISBN 9748362884 ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2546 คุณวัชรพงศ์ ระดมเพ็ง บรรณาธิการ และผู้รวบรวม)

รูปหล่อโบราณลอยองค์ของหลวงพ่อไปล่  วัดกำแพง กรุงเทพฯ ปี 2478 ในบรรดาพิมพ์จอบใหญ่และพิมพ์รูปไข่ซึ่งมีจำนวนหมุนเวียนมากพอจ...
22/10/2025

รูปหล่อโบราณลอยองค์ของหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง กรุงเทพฯ ปี 2478 ในบรรดาพิมพ์จอบใหญ่และพิมพ์รูปไข่ซึ่งมีจำนวนหมุนเวียนมากพอจึงมักปรากฏให้เห็นโดยทั่วไป แต่เหรียญหล่อพิมพ์เสมาใหญ่ และ รูปหล่อโบราณลอยองค์นี้มีจำนวนการสร้างน้อยมากจึงพบเห็นได้น้อยครั้งมาก ทำให้ผู้ที่ได้ครอบครองนั้นทั้งรักและทั้งหวงแหนดุจแก้วตาดวงใจ หลวงพ่อไปล่ ฉนฺทสโร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดกำแพง ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เพราะการปฏิบัติที่เคร่งในศีลาจารวัตรของหลวงพ่อไปล่ ท่านจึงได้เป็นที่เคารพและเลื่อมใสศรัทธาของเหล่าพุทธศาสนิกชนตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน วัตถุมงคลของท่านล้วนทรงคุณค่าและได้รับความนิยมอย่างสูงในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่อง

รายละเอียด�พิมพ์นิยมA ไม่มีมือรองนั่งหรือพิมพ์ตื้น สภาพน่ารักมากๆ มีผ่านการใช้มาบ้าง หน้าตาติดชัดเดิมๆไม่มีเสริมเติมแต่ง...
20/10/2025

รายละเอียด�พิมพ์นิยมA ไม่มีมือรองนั่งหรือพิมพ์ตื้น สภาพน่ารักมากๆ มีผ่านการใช้มาบ้าง หน้าตาติดชัดเดิมๆไม่มีเสริมเติมแต่ง เนื้อโลหะเก่าได้อายุ จุดตำหนิในพิมพ์ครบถ้วนชัดเจน ผิวพรรณเดิมๆแห้งๆ
*
* รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยมนั้น ตามประวัติ ทางวัดเป็นผู้ว่าจ้างทีมช่างมาจากบ้านช่างหล่อ นำโดย นางวัน สุทัศน์ ณ.อยุธยา เดินทางมาหล่อพร้อมรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริงที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลาน ในการจัดสร้างคราวนั้นมีวัตถุมงคลรวม
* 1.รูปหล่อขนาดเท่าองค์จริง1องค์ที่ประดิษฐานที่วัด
* 2.รูปหล่อพิมพ์นิยม 2พิมพ์
* 3. เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ 2พิมพ์ และ
* 3.เหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็ก 4พิมพ์
* โดยมีหมายเหตุว่า ทางช่างหล่อคือนางวัน สุทัศน์ ณ อยุธยาได้กราบขออนุญาติหลวงพ่อเงิน ขอสร้างรูปหล่อพิมพ์นิยมและเหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็ก"เนื้อเงิน"ไว้บูชาในหมู่กันเอง เพราะมีความศรัทธาเลื่อมใสหลวงพ่อเงิน แต่คงสร้างไม่มาก ประมาณการณ์ว่ารวมแล้วไม่น่าเกิน"ร้อยองค์"และที่สร้างด้วยเนื้อเงินนี้ เพราะอยากให้พ้องกับชื่อของหลวงพ่อเงิน
* ขอกล่าวถึงรายละเอียด รูปหล่อพิมพ์นิยม
* รูปหล่อพิมพ์นิยมนี้ โดยส่วนตัวของผมเองมีข้อคิดเห็นว่า ทางช่างได้ออกแบบขึ้นเพียงรูปแบบเดียว โดยขั้นตอนก็เป็นเช่นงานรูปหล่อพิมพ์ขี้ตาทุกประการ เพียงแต่เป็นงานที่ประณีตและสวยงามกว่าพระพิมพ์ขี้ตามาก เมื่อได้พระองค์ต้นแบบที่ถูกใจแล้ว(ที่เทมาจากการขึ้นหุ่นเทียนและเทออกมาเป็นเนื้อ"ตะกั่วผสมดีบุก"แล้วนำมาแต่งพิมพ์อีกเล็กน้อยเมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จึงนำพระองค์ต้นแบบนี้มาทำการ"ถอด"พิมพ์ไว้จำนวน "2"พิมพ์ คือ
* 1."พิมพ์ลึก"หรือ"พิมพ์มีนิ้วหรือมือรองนั่ง"หรือ"พิมพ์ชายติด"
* 2."พิมพ์ติ้น"หรือ"พิมพ์ไม่มีนิ้วหรือมือรองนั่ง"หรือ"พิมพ์ชายห่าง"
* และต่อจากนี้ผมขอเรียกให้กระชับและเข้าใจตรงกันว่า"พิมพ์ลึก"และ"พิมพ์ติ้น"
* และในการถอดพิมพ์นี้ ช่างแทบไม่ได้แก้ไขแบบพิมพ์ อาจเนื่องจากความชำนาญที่ถอดพิมพ์แล้วรายละเอียดติดดี แต่ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ พระที่"ถอด"พิมพ์แล้วรายละเอียดจะติดตื้นกว่ากันเพียงเล็กน้อย จึงเป็นที่มาของการจำแนกพิมพ์ อาจเพื่อง่ายต่อการศึกษาเท่านั้น เพราะรายละเอียดอื่นๆเกือบ90%ที่เหมือนกันทั้ง2พิมพ์
* จุดสังเกตุแยกแยะพิมพ์
* 1.พิมพ์ลึกหรือพิมพ์มีนิ้วหรือมือรองนั่งหรือพิมพ์ชายติด
* ด้านหน้า มือซ้ายของหลวงพ่อจะปรากฏ"นิ้วชี้"ติดชัด เจน และจุดนี้จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ที่เรียกกันว่ามีมือรองนั่ง และริ้วจีวรขวามือหลวงพ่อระหว่างเส้นที่สองและสามจะมีเส้นริ้วจีวรแซมบางๆ ส่วนริ้วจีวรด้านซ้ายมือหลวงพ่อระหว่างเส้นที่สองและสามจะมีเส้นแซมและริ้วจีวรสองเส้นด้านล่างจะมีเนื้อเกินเชื่อมติดกัน นักนิยมพระรุ่นเก่าบางท่านจึงเรียกว่า"พิมพ์ชายจีวรติดหรือ"พิมพ์ชายติด" รายละเอียดพระพิมพ์นี้จะคม ลึก ชัดเจนกว่าพิมพ์ติ้น
* 2.พิมพ์ตื้นหรือพิมพ์ไม่มีนิ้วหรือมือรองนั่ง
* ด้านหน้า มือซ้ายของหลวงพ่อจะสังเกตุเห็น"นิ้วชี้"ขวาไม่ชัดเจน(ลางๆ)จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ว่าไม่มีมือรองนั่ง แต่ถ้าสังเกตุก็ยังเห็นนิ้วส่วนนี้ปรากฏ
* และเหนือหน้าแข้งซ้ายหลวงพ่อปรากฏ"เนื้อนูน เล็กน้อย"เป็นรูป"สามเหลี่ยม"ซึ่งนักนิยมพระรุ่นเก่าเรียกรอยนูนนี้ว่า
* "ตาพระอินทร์" และปลายเท้าซ้ายใต้หัวเข่าขวาหลวงพ่อจะปรากฏเส้นเล็กๆ" 2" เส้นวิ่งขนานกัน ซึ่งนักนิยมพระมักเรียกกันว่า"รอยฟันหนู" ปรากฏอยู่ และริ้วจีวรซ้ายมือด้านล่างเห็นเป็นเส้นไม่มีเนื้อเกินหล่อเชื่อมติดกัน นักนิยมพระรุ่นเก่าจึงมักเรียกพระพิมพ์นี้ว่า"พิมพ์ชายจีวรห่าง"หรือ"พิมพ์ชายห่าง"ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้นแทบไม่มีความแตกต่างกัน พระพิมพ์นี้รายละเอียดจะติดตื้นกว่ากว่าพิมพ์ลึก
* รูปหล่อทั้งสองพิมพ์นั้น มีเอกลักษณ์ของเชิงช่างที่พิถีพิถันในงานคือ พระส่วนใหญ่มีการแต่ง เก็บรายละเอียดในส่วนของใบหน้า เช่นแต่งขอบตา ร่องปาก หรือใบหน้า "ในขณะที่เป็นหุ่นเทียน"และแต่งขอบด้านข้างโดยลบตะเข็บของพิมพ์พระและแต่งริ้วจีวรด้านขวามือเป็นเส้นบรรจบกันกับริ้วจีวรด้านหลังอย่างสวยงาม แต่พบว่ามีเพียง"ส่วนน้อยมาก"ที่แต่งริ้วจีวรส่วนนี้เป็น"ริ้วจีวรคว่ำ" แต่ทุกรายละเอียดนี้ แต่งในขณะที่เป็นหุ่นเทียนเท่านั้น"แต่ก็มีส่วนน้อยที่ช่างลบรอยตะเข็บไม่หมดจึงอาจสังเกตุเห็นเพียงเส้นบางๆเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใต้ฐาน โดยมากจะพบรอย"ช่อชนวน"กลมใต้ฐาน ในบางองค์พบเป็นรอยขอบช่อชนวนยุบตัวลง แต่ในบางองค์ก็ไม่พบรอยยุบตัว(ไม่ถือเป็นข้อยุติ แต่พระที่เลียนแบบ มักไม่ปรากฏรอยยุบตัว) มีการแต่งตะไบเก็บรายละเอียดอนึ่ง ในการเรียกพิมพ์พระนั้น ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้สังเกตุเรียนรู้ ว่ารายละเอียดตรงไหนที่แตกต่าง จึงได้ตั้งชื่อพิมพ์ตามความเข้าใจ ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองได้พิจารณาว่าถ้าเรียกชื่อ"พิมพ์ลึก"และ"พิมพ์ตื้น"นั้นจะให้ความเข้าใจนั้นดีกว่า ชัดเจนกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่เรียกชื่อพิมพ์เดิมนั้น"ผิด"ครับ เพราะมีนักนิยมพระหลายๆท่านยังสับสนว่า"พิมพ์ไม่มีมือรองนั่ง"นั้น ก็ยังสังเกตุเห็น"นิ้ว"อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ชัดเจนเท่านั้น และมีบางองค์เพียงส่วนน้อยที่ช่างจะแต่งรูปใบหน้าไปอีกรูปแบบ ซึ่งพระในส่วนนี้นักนิยมพระรุ่นเก่าจะเรียกว่า"พิมพ์หน้าแก่"ซึ่งพบได้ทั้งแบบพิมพ์ลึกและพิมพ์ตื้น

พระเนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ (กรรมการ) หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้ชื่อเป็น พระสมเด็จ เมือง...
19/10/2025

พระเนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ (กรรมการ) หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้ชื่อเป็น พระสมเด็จ เมืองใต้ ที่ ท่านพระครูวิสัยโสภณ (อ.ทิม) ได้แบบพิมพ์ตามที่ได้นิมิตเห็นองค์ หลวงปู่ทวด

ลักษณะเป็น พระพิมพ์ เนื้อมวลสารว่านยา รูปทรงกลีบบัว ด้านหน้าเป็นองค์จำลองหลวงปู่ทวด นั่งสมาธิเต็มองค์ เหนือฐานบัวคว่ำ-หงาย ด้านหลังปาดเรียบ ส่วนใหญ่มีเม็ดแร่ฝังอยู่กลางองค์

“หลวงปู่ทวด เตารีดพิมพ์ใหญ่C”   หลวงปู่ทวดหลังเตารีด วัดช้างให้ จัดสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2505พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้...
18/10/2025

“หลวงปู่ทวด เตารีดพิมพ์ใหญ่C”

หลวงปู่ทวดหลังเตารีด วัดช้างให้ จัดสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2505
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้างพระหลวงปู่ทวดรุ่นนี้ โดยเอาเค้าโครงมาจากหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นที่สร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2497 ซึ่งเป็นเนื้อผง มาสร้างเป็นเนื้อโลหะ
ทั้งนี้พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพรได้ทรงรับสั่งให้อาจารย์สวัสดิ์หล่อพระหลวงปู่ทวด เนื้อโลหะหลังเตารีดขึ้นมา 3 แบบ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก และอีกส่วนหนึ่งเป็นพระปั๊ม เมื่อเวลาหล่อพระออกมาแล้วพระพิมพ์ใหญ่บางส่วนหล่อออกมาไม่สวย ติดไม่เต็ม จึงได้มีการทำแม่พิมพ์ขึ้นใหม่และนำพระองค์ที่ติดแม่พิมพ์ไม่เต็มมาปั๊มซ้ำลงไปใหม่ จึงเกิดเป็นพระหลวงปู่ทวดพิมพ์ใหญ่ปั๊มซ้ำขึ้นมา ขณะเดียวกันพระหลวงปู่ทวดพิมพ์กลางนั้นพระส่วนใหญ่หล่อออกมาพระไม่ค่อยสวยเป็นส่วนใหญ่ พระหลวงปู่ทวดพิมพ์กลางจึงต้องนำมาทำแม่พิมพ์ใหม่และทำการปั๊มซ้ำเกือบทั้งหมด พระพิมพ์กลางจึงเป็นพระที่มีการปั๊มซ้ำเป็นส่วนมากและมีพระพิมพ์กลางบางองค์ ที่ติดแม่พิมพ์ดีอยู่แล้ว แต่มีจำนวนน้อยไม่ได้ปั๊มซ้ำ จึงเป็นที่มาที่เรียกว่าพระหลวงปู่ทวดหลังเตารีด พิมพ์กลางปั๊มซ้ำ

เป็นการนำเอาพระพิมพ์ปั้มไปทำหุ่นเทียนแล้วหล่อเทเป็นพิมพ์ซีหลวงปู่ทวดเตารีด พิมพ์ต่างๆถือว่าเป็นพระในยุคใกล้เคียงกันหมด

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Google.

ชอบคำนี้มากครับ
12/10/2025

ชอบคำนี้มากครับ

”ใครจะดูเก๊ 10 คนหรือ 100
คนผมก็ไม่สนใจ
ขอให้ผมดูแท้คุณได้เงินผมแน่นอน“

#บอยท่าพระจันทร์ ่าพระจันทร์ #ทีเด็ดเจ็ดดาว

รายละเอียดสวย แท้ ดูง่าย อีกรุ่นของหลวงพ่อทวดที่น่าสะสม ชัดเจนทั้งประวัติการจัดสร้าง วัตถุประสงค์การจัดสร้างดี ปลุกเสกโด...
12/10/2025

รายละเอียด
สวย แท้ ดูง่าย อีกรุ่นของหลวงพ่อทวดที่น่าสะสม ชัดเจนทั้งประวัติการจัดสร้าง วัตถุประสงค์การจัดสร้างดี ปลุกเสกโดยหลวงพ่อทิม วัดช้างให้ และคณาจารย์สายนครสวรรค์ ปี 2506

***ประวัติวัดไทรใต้***
“วัดไทรใต้” เลขที่ 4 ถนนโกสีย์เหนือ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นวัดที่เก่าแก่ ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2350 อยู่บนที่ราบสูงเชิงเขา ติดริมแม่น้ำปิง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ.2355 เดิมมีชื่อว่า วัดไทรทอง ต่อมา มีการสร้างวัดทางทิศเหนือของวัดไทรทอง ชื่อว่า วัดไทรเหนือ วัดไทรทองจึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดไทรทองใต้ แต่ประชาชนเรียกว่า วัดไทรใต้ คำว่า ทอง หายไป วัดนี้เคยเป็นสำนักวิปัสสนามาก่อน และเคยเป็นที่ตั้งชั่วคราวของศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และสภาพเดิมเป็นชุมชนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ประชาชนเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีวัดจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ วัดสมัยก่อนๆที่ตั้งริมแม่น้ำจะมีต้นไทรจำนวนมาก ชุมชนแถวนี้สมัยก่อนอยู่ริมน้ำจึงมีต้นไทรมากมายจึงเป็นที่มาของวัดไทร
ปัจจุบันมีพระครูนิโครธธรรมวุฒิ เป็นเจ้าอาวาส

***ประวัติหลวงพ่อโต วัดไทรใต้***
"หลวงพ่อโต วัดไทรใต้" เป็นพระพุทธรูปประธาน ประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดไทรใต้ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยสุโขทัยตอนปลาย ทำด้วยทองสำริด เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านทั่วไป

หลวงพ่อโต มีประวัติความเป็นมาที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ย้อนหลังไปเมื่อ 100 ปีที่แล้วมา มีโยมชาวบ้าน ชื่อ เข็ม เลิศล้ำ เป็นญาติกับหลวงพ่อหล่อ หรือพระสมุห์ทองหล่อ อดีตเจ้าอาวาสวัดไทรใต้
นายเข็ม มีบ้านอยู่ที่บ้านหาดทรายงาม อยู่ห่างวัดไทรใต้ไปทางเหนือประมาณ 4 กิโลเมตร คืนหนึ่งนายเข็มนอนหลับฝันไปว่า หลวงพ่อโต มาเข้าฝันบอกว่า "กูนอนอยู่ในป่าไผ่วัดดอนคา (อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์) มานานแล้ว กูอยากมาอยู่กับมึง" ครั้นนายเข็มตื่นขึ้นจำความได้ดี จนรุ่งเช้าจึงนำความฝันมาเล่าให้ลูกหลานฟัง หลังจากนั้นจึงได้ช่วยกันหาเกวียนได้ 3 เล่ม รวมผู้คนกว่า 20 คน เตรียมเสบียงอาหาร เดินทางไปวัดดอนคา เพื่อไปแห่รับพระกลับมาบ้านหาดทรายงาม ทั้งหมดพากันเดินล่องใต้ไปข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงสะพานเดชาติวงศ์ ซึ่งเป็นช่วงเดือน 5 หน้าแล้งมีน้ำน้อย เป็นบริเวณเส้นทางที่จะเดินทางผ่านไปยัง อ.ท่าตะโก และคิดกันว่าถ้าไปแล้วไม่ได้พระตามที่ฝันก็จะพาหันหาหน่อไม้กลับมาไว้กินไว้ขายกัน

เมื่อเดินทางมาถึงวัดดอนคา นายเข็มก็เดินเข้าไปในป่าไผ่ตามที่ปรากฏในฝัน เป็นที่น่าประหลาดใจที่ได้พบพระพุทธรูป 2 องค์ เป็นพระสมัยสุโขทัยตอนปลาย ทำด้วยทองสำริดสวยงามทั้งสององค์ ไม่มีรอยชำรุด นายเข็มเลือกพระองค์ที่เห็นตามในฝันเพียงองค์เดียว ส่วนอีกองค์ปล่อยไว้ตามเดิม ไม่ได้นำกลับมาด้วย
เล่าขานกันว่า พระพุทธรูปอีกองค์ที่เหลืออยู่มีชาวบ้านเข้าไปหาปลาเอาแหลนไปแทงปลาในสระน้ำ ข้างวัดดอนคา พบพระพุทธรูปจึงนำขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดดอนคา อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ชื่อว่าหลวงพ่อแหลน ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวท่าตะโก นับว่าพระพุทธรูปสององค์ คือ หลวงพ่อโตและหลวงพ่อแหลน ถือว่าเป็นพระพี่น้องกัน หลวงพ่อโตจะมีองค์โตกว่าหลวงพ่อแหลนเล็กน้อย
ในช่วงขากลับ คณะของนายเข็มได้อัญเชิญหลวงพ่อโตขึ้นเกวียนแห่มาตามทางและมาข้ามแม่น้ำเจ้า พระยา ปกติบริเวณนี้จะมีปลากระเบนชุกชุม พวกหาปลาจะไม่กล้าเข้าใกล้ ถ้าใครเข้าไปจะถูกปลากระเบนแทงขา
แต่เมื่อขบวนหลวงพ่อโตแห่มาลงตรงท่าน้ำ เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่ไม่มีใครถูกปลากระเบนแทงเลย เมื่อข้ามฝั่งมาแล้วก็แห่หลวงพ่อโตย้อนแม่น้ำเจ้าพระยาไปตามริมฝั่งผ่านวัด หัวเมือง(วัดนครสวรรค์) ผ่านตลาดปากน้ำโพ ผ่านวัดโพธาราม จนมาถึงวัดไทรทอง (ชื่อเดิมของวัดไทรใต้) ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง เป็นเวลาช่วงเย็นพอดี คณะของโยมเข็มจึงหยุดพักขบวนแห่ที่มีเป้าหมายว่าจะไปวัดหาดทรายงาม พอจะแห่ขบวนไปต่อปรากฏว่าวัวทั้งสองตัวที่เทียมเกวียนแห่อัญเชิญหลวงพ่อโต เกิดตื่นวิ่งหนีเข้าป่าหายไปไม่ยอมมาเทียมเกวียน นายเข็มและคณะจึงปรึกษากัน สรุปความว่า หลวงพ่อโตคงต้องการอยู่ที่วัดไทรทอง จึงอัญเชิญหลวงพ่อโตเข้าไปในอุโบสถวัดไทรทอง ยกขึ้นเป็นพระประธานมาจนถึงทุกวันนี้
วันที่อัญเชิญหลวงพ่อโตเข้าไปในอุโบสถวัดไทรทอง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 จึงเป็นวันที่ชาวบ้านวัดไทรทองหรือวัดไทรใต้ในปัจจุบัน จัดงานประเพณี มีการจัดขบวนแห่นำองค์หลวงพ่อโตออกแห่ พร้อมทั้งจัดงานสมโภชฉลองหลวงพ่อโตเป็นประเพณีประจำทุกปี โดยออกแห่ทางเหนือไปถึงวัดหาดทรายงาม บ้านของโยมเข็ม แล้วแห่ลงมาทางใต้ถึงวัดหัวเมือง (วัดนครสวรรค์) และแห่รอบตลาดปากน้ำโพให้ประชาชนได้สรงน้ำ สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

***ประวัติการสร้างวัตถุมงคล พศ.2506***
ในสมัย พระครูนิเทศธรรมวิศิษฐ์(มณี) เจ้าอาวาสวัดไทรใต้ ได้จัดพิธีเททองหล่อรูปหลวงพ่อโต ซึ่งจำลองมาจากองค์พระประธานในโบสถ์ พร้อมกับสร้างองค์หลวงพ่อทวด ซึ่งเป็นรูปหล่อโลหะขนาดเท่าคนจริง ขึ้นอีกหนึ่งองค์(ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อทวดหลังโบสถ์) เพื่อให้ไว้เป็นที่สักการะบูชาและเป็นที่พึ่งแก่สาธุชนทั่วไป และในคราวเดียวกันได้จัดสร้างเหรียญหลวงพ่อโต, หลวงพ่อทวดเนื้อว่านและเนื้อโลหะหล่อหลังเตารีดหลวงพ่อทวด ฯลฯ และพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ได้นำถวายเหรียญหลังเตารีดและเนื้อว่านหลวงพ่อทวดที่ท่านนำมาจากวัดช้างให้ จำนวนหนึ่งด้วย พร้อมจัดพิธีพุทธาภิเษก โดยพระครูนิสัยโสภณ(หลวงพ่อทิม วัดช้างให้) และคณาจารย์อีกหลายองค์

11/10/2025

ที่อยู่

ปากช่อง
Nakhon Ratchasima
30130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lucky fram ปากช่องผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์