ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ( riceberry )บางคนอาจจะยังไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่ก็หลายคนเช่นกันที่ทราบว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่นี้มีคุณประโยชน์เอนกอนันต์มากสักแค่ไหน ข้าวไรซ์เบอร์รี่จัดเป็นข้าวสีม่วงที่สร้างความตื่นตัวในตลาดข้าวเพื่อสุขภาพอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว เพราะข้าวพันธุ์มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด โรคสมองเสื่อม และบ
ำรุงร่างกายชะลอความแก่ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เองข้าวไรซ์เบอรี่ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ถ้าจะเล่ากันถึงกำเนิดของข้าวไรซ์เบอร์รี่นี้ ถือได้ว่า เป็นผลงานการปรับปรุงพันธุ์ของ รศ.ดร.อภิชาติ และทีมนักวิจัย ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว ม. เกษตรศาสตร์ ข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวที่เกิดขึ้นมาใหม่ซึ่งได้มาจากการผสมข้ามพันธ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล ซึ่งถือว่าเป็นพันธุ์พ่อ และ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่เป็นพันธุ์แม่ โดยได้ลักษณะที่ดีและเด่นออกมาเป็นข้าวไรซ์เบอรี่ที่มีลักษณะเป็นข้าวเจ้าสีม่วงเข้ม ( เหมือนลูกเบอร์รี่ที่มีสีม่วงเข้มเมื่อสุก ) เมล็ดข้าวเรียวยาว ผิวมันวาว ถ้าเป็นข้าวกล้องจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นเพราะลักษณะของเส้นใย ทำให้มีรสชาติอมหวานกล่อมกล่อมชวนรับประทานเป็นอย่างยิ่ง ข้าวไรซ์เบอร์รี่นี้สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี อายุเก็บเกี่ยว 130 วัน ให้ผลผลิตปานกลาง สามารถต้านทานต่อโรคไหม้ แต่ไม่ต้านทานโรคหลาว จึงควรเปลี่ยนเมล็ดพันธ์ทุกรอบของการปลูก การปลูกข้าวพันธุ์นี้จึงได้รับการการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ซึ่งการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์จะทำให้ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีคุณค่าทางโภชนาการในปริมาณสูงตามลักษณะพันธุ์มากที่สุด :)
คุณสมบัติด้านโภชนาการที่โดดเด่นของข้าวไรซ์เบอร์รี่ คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงทั้งชนิดที่ละลายในน้ำและละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินอี แกมมา-โอไรซานอล โพลีฟีนอล แทนนิน เบต้าแคโรทีน โฟเลต โอเมกา-3 ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี และมีดัชนีน้ำตาลต่ำ-ปานกลาง โดยเฉพาะรำข้าวและน้ำมันรำข้าวนั้นก็มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดีสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเชิงบำบัดได้อีกด้วย
ข้าวไรซ์เบอร์รี่นี้เหมาะกับทุกคนเพราะถือได้ว่าเป็นข้าวที่มีสารอาหารสูงและประโยชน์สูง ซึ่งข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังเหมาะกับกลุ่มคนอีกหลายกลุ่มเช่น
ผู้สูงวัย ที่ควรรับประทานที่ดีและมีประโยชน์ ข้าวไรซ์เบอรี่มีสารอาหารมากมายที่ช่วยบำรุงร่ายกาย เสริมสร้างประสิทธิภาพในการไหลเวียนของโลหิต ชะลอความแก่ บำรุงสายตาและระบบประสาท
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และ โรคอ้วนที่สามารถเปลี่ยนมารับประทานข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่ช่วยควบคุมน้ำตาลและน้ำหนักได้ เนื่องจากข้าวไรซ์เบอร์รี่มีดัชนีน้ำต่ำกว่าข้าวทั่วไป
สตรีมีครรภ์ เมื่อบริโภคข้าวไรซ์เบอร์รี่แล้วจะช่วยให้บุตรในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถป้องกันป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เพราะ ข้าวไรซ์เบอร์รี่นี้สารโฟเลตอีกทั้งยังมีมีน้ำตาลต่ำ จะช่วยให้มารดาควบคุมน้ำหนักเพื่อไม่เกิดครรภ์เป็นพิษ และมีธาตุเหล็กสูงซึ่งหญิงมีครรภ์ต้องการมากกว่าคนปกติ
ส่วนผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากรับประทานข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นประจำแล้วก็จะได้สารอาหาร โดยเฉพาะธาตุเหล็กธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยในการบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
ยังมีคุณประโยชน์อีกมากมายที่ได้จากการรับประทานข้าวไรซ์เบอรรี่อยู่เป็นประจำโดยเฉพาะข้าวกล้องไรซ์เบอรี่ที่มีเส้นใย ช่วยลดระดับไขมันและโคเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยระบบขับถ่ายอีกด้วย เพราะสารอาหารต่าง ๆ ที่มีในข้าวไรซ์เบอรี่เสมือนหนึ่งเป็นยารักษาชั้นเลิศ ดังนั้น เราน่าจะเลือกรับประทานอาหารเป็นยา ดีกว่า รับประทานยาเป็นอาหาร :-)
Credit :: http://riceberry.net/